ยานยนต์ สุดสัปดาห์ / สันติ จิรพรพนิต/ทดสอบ ‘นิสสัน คิกส์’ อี-เพาเวอร์ ขับในเมืองสบาย-ขี่ทางไกลสนุก

สันติ จิรพรพนิต

ยานยนต์ สุดสัปดาห์/สันติ จิรพรพนิต [email protected]

ทดสอบ ‘นิสสัน คิกส์’ อี-เพาเวอร์

ขับในเมืองสบาย-ขี่ทางไกลสนุก

 

ประสบความสำเร็จอย่างสูงในบ้านเกิดที่ญี่ปุ่น รวมทั้งในประเทศไทย

“นิสสัน คิกส์” รถยนต์ครอสโอเวอร์ บี-เซ็กเมนต์ ที่มาพร้อมเทคโนโลยี “อี-เพาเวอร์” เป็นรูปแบบหนึ่งของรถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า แต่ไม่ต้องพึ่งสถานีชาร์จ

เนื่องจากเครื่องยนต์ที่ติดมากับรถทำหน้าที่ปั่นไฟไปเก็บในแบตเตอรี่ ก่อนที่จะจ่ายไฟต่อให้ระบบขับเคลื่อน

ผมมีโอกาสได้ยืมรุ่นนี้มาทดลองขับอยู่ระยะเวลาหนึ่ง เป็นตัวท็อป “VL” สีทูโทน หลังคาดำ ให้อารมณ์สปอร์ตมากขึ้น

ต้องบอกว่าถูกใจในระดับหนึ่ง ไม่ว่าจะด้วยรูปร่างหน้าตา การตกแต่งภายใน แต่สำคัญสุดคือฟิลลิ่งในการขับขี่

มาดูรูปร่างหน้าตาคร่าวๆ ก่อนแล้วกัน เพราะเชื่อว่าคงเห็นกันชินตาพอสมควรบนท้องถนน

ด้านหน้าแน่นอนเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ V-motion ขนาดใหญ่ ไฟหน้า LED เปิด-ปิดอัตโนมัติ ไฟท้ายแบบ LED ทรงบูมเมอแรง

ออกแบบซุ้มล้อให้โดดเด่นเข้ากับรูปลักษณ์แบบรถครอสโอเวอร์

ภายในตกแต่งแบบทูโทน ดำ-ส้ม ดูสดใจทีเดียว

พวงมาลัยทรงดีเชฟ ท้ายตัดเพิ่มพื้นที่หน้าขาไม่อึดอัด เป็บแบบมัลติฟังก์ชั่น ด้านขวาเป็นระบบควบคุมความเร็วผันแปรตามรถคันหน้า

เรือนไมล์ด้านขวาเป็นมาตรความเร็วทรงกลม ด้านหน้าเป็นหน้าจอ TFT Digital Meter ขนาด 7 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ ระบบการขับขี่ และสถานะกำลังไฟในแบตเตอรี่

ระบบข้อมูลและความบันเทิง Nissan Connect อินโฟเทนเมนต์ (infotainment) เครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว เชื่อมต่อ Bluetooth  USB  AUX รองรับ Apple CarPlay

เชื่อมต่อโทรศัพท์ไร้สายแบบบลูทูธบนพวงมาลัย

 

ขุมพลัง ครื่องยนต์ HR12DE ขนาด 1.2 ลิตร แถวเรียงแบบ DOHC 3 สูบ 12 วาล์ว ทำงานร่วมกับเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter) มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ EM57 AC3 Synchronous Motor

แบตเตอรี่ 1.57 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) 4 โมดูล

กำลังสูงสุด 129 แรงม้า ที่ 4,000-8,992 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 260 นิวตัน-เมตร ที่ 500-3,000 รอบต่อนาที

ระบบส่งกำลังอัตโนมัติ Single Speed Gear Reduction

สังเกตได้ว่าแรงบิดมาที่รอบต่ำมากเพียง 500 รอบต่อนาที ซึ่งเป็นบุคลิกของรถพลังงานไฟฟ้าที่เด่นเรื่องแรงบิดนั่นเอง

ระบบความช่วยเหลือและความปลอดภัย อาทิ กล้องมองรอบคัน

เทคโนโลยีควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ ควบคุมความเร็วที่สั่งการอัตโนมัติ

เทคโนโลยีเตือนก่อนการชนด้านหน้าอัจฉริยะ ส่งสัญญาณเสียงพร้อมสัญลักษณ์เตือนบนหน้าปัด

เทคโนโลยีช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ วิเคราะห์ระยะห่างและความเร็วของรถยนต์ด้านหน้า เพื่อชะลอความเร็ว และหยุดรถ

เทคโนโลยีวัน-เพดัล (One-Pedal) สามารถเร่ง-ลดความเร็ว และหยุดรถด้วยแป้นคันเร่งเท่านั้น

เรียกว่าเป็นเทคโนโลยีที่เหมาะกับการขับรถในเมืองไทย ที่ติดวินาศสันตะโรมากๆ

 

ได้เวลาลองของจริงกันแล้ว เบาะนั่งกระชับดีทีเดียว ภาพรวมภายในอาจดูเล็กๆ ไปนิด แต่ไม่ถึงกับอึดอัด แป้นเกียร์น่ารักน่าชังดีทีเดียว

ทัศนวิสัยที่ดีจากความโปร่งและใหญ่ของกระจก มองไปข้างหน้าได้กว้างไกลจากตัวรถที่สูงกว่าเก๋ง

ปุ่มกดสตาร์ตเครื่องยนต์ อยู่เหนือคันเกียร์อันจิ๋ว ข้างๆ ปุ่มปรับโหมดการขับขี่

เครื่องยนต์แทบไม่ได้ยินเสียง หรือแม้ตอนขับขี่เมื่อเครื่องยนต์ทำงานปั่นไฟเข้าแบตเตอรี่เสียงก็ค่อนข้างเบามากๆ

อย่างที่บอกครับว่าจุดเด่นของรถไฟฟ้าคือแรงบิดที่มาแต่หัววัน ทำให้อัตราเร่งตีนต้นพุ่งวาบอย่างรวดเร็ว

ไม่แค่ตีนต้นเท่านั้น แต่ความเร็วกลาง-ปลาย ก็ไหลแบบสุดๆ แทบไม่ต้องรอหรือลุ้นอะไร

ความเร็วจาก 0-150 กิโลเมตร/ชั่วโมง ไหลลื่นมากๆ

การขับขี่มีให้เลือก 4 โหมด

เริ่มจาก S (Smart) mode, ECO mode, Normal mode และ EV mode

ความแตกต่างของแต่ละโหมดอธิบายง่ายๆ คือ S แรงสุด ส่วน ECO ลดการใช้พลังงานที่สิ้นเปลืองลง ทำให้เครื่องยนต์และระบบใช้เชื้อเพลิงรวมถึงพลังงานไฟฟ้าให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

โดย 2 โหมดนี้จะตัดเข้าเทคโนโลยีวัน-เพดัล (One-Pedal) อัตโนมัติ

ส่วน Normal รถจะไหลไปตามปกติ หากต้องการชะลอหรือหยุดต้องแตะเบรก

และ EV จะใช้เฉพาะพลังงานไฟฟ้าเพียวๆ จนกว่าพลังงานในแบตเตอรี่จะเหลือต่ำเกินไป เครื่องยนต์จะทำงานชาร์จไฟอัตโนมัติ

 

การทดสอบหลักๆ ผมใช้ S โหมด เพราะนอกจากอัตราเร่งจะสะใจแล้วยังได้วัน-เพดัล มาช่วยไม่ต้องสลับเท้าไปมาระหว่างแป้นคันเร่งและเบรก

โดย S โหมดนั้น ระบบวัน-เพดัล จะหน่วงหนักกว่า ECO mode พอสมควร

แต่ไม่ต้องกังวลว่ารถที่ตามหลังจะสวดชยันโตเพราะคิดว่าไฟเบรกเราไม่ขาด เวลารถชะลอ เพราะทันทีที่ถอนเท้าจากคันเร่ง ไฟเบรกจะติดเตือนรถคันหลังทันที

S โหมด ต้องบอกว่าหน่วงหนักจริงๆ จนตอนแรกผมยังตกใจ แต่ขับไปเรื่อยๆ เริ่มชินกับจังหวะและระยะที่รถหน่วงจนถึงหยุดนิ่ง

บอกเลยว่าโหมดนี้ขับในเมืองมีความสุขสุดๆ เพราะแค่ถอนคันเร่งรถเริ่มหน่วงหรือเบรกให้เองแล้ว

ช่วงล่างบนย่านความเร็ว 90-130 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำได้ดีนิ่งได้ใจ แต่ถ้ามากกว่านั้นต้องจับพวงมาลัยให้กระชับขึ้นหน่อย

โดยระบบช่วงล่างด้านหน้า แบบแม็กเฟอร์สันสตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลัง ทอร์ชั่นบีม คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง

ส่วนเสียงลมเริ่มเข้ามาเมื่อความเร็วแตะ 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง และจะดังขึ้นตามความเร็ว

 

จังหวะการเข้าโค้ง หรือกระชากเปลี่ยนเลนทำได้กระชับ แต่ถ้าความเร็วสูงอาจมีหวิวๆ บ้าง แต่ไม่ถึงกับน่ากลัว

การเร่งแซงเป็นอีกจุดเด่น เรียกว่ากระชากฉีกหายไปเลย หายห่วงหากต้องแซงในระยะกระชั้นชิด หรือเวลาขับบนถนน 2 เลนสวน

ขณะที่ควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ ไม่ถึงกับจุดหยุดนิ่ง แต่ก็เพียงพอเวลาขับทางไกล ตั้งระยะห่าง และความเร็ว แล้วไหลตามคันหน้าไปเรื่อยๆ

เรื่องความสนุกในการขับขี่ถือว่าดีทีเดียว เช่นเดียวกับความสะดวกสบายจากระบบวัน-เพดัล

เป็นรถอีกรุ่นในเซ็กเมนต์ที่น่าสนใจทีเดียว

สนนราคา “นิสสัน คิกส์” รุ่น VL อยู่ที่ 1,049,000 บาท ขณะที่อีก 3 รุ่นย่อยที่เหลือราคา 889,000-999,000 บาท

รับประกันแบตเตอรี่ ลิเธียมไอออน สูงสุด 10 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร ระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้ารับประกัน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

บทความก่อนหน้านี้ปลอดประสพ อัด ประยุทธ์ บ่นเลอะเทอะไปเรื่อย เผยเจอกับตัว ญาติติดโควิด รพ.ไม่รับ
บทความถัดไปสมุนไพรเพื่อสุขภาพ /โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งตนเอง/เรียนรู้สมุนไพรจีนกับโควิด-19 (2)