ส่องโปรไฟล์ 4 นายพล วัดพลังเบียด ‘บิ๊กโจ๊ก’ เข้าไลน์ชิงดำ ‘ผบ.ตร.’ / โล่เงิน

โล่เงิน

 

ส่องโปรไฟล์ 4 นายพล

วัดพลังเบียด ‘บิ๊กโจ๊ก’

เข้าไลน์ชิงดำ ‘ผบ.ตร.’

 

เวลานี้ไม่ว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” ที่ปรึกษา (สบ9) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จะขยับทำอะไร มักมีประเด็นให้เห็นตามสื่อต่างๆ บ่อยครั้ง เสมือนมีคอลัมนิสต์ประจำตัว

2 ปีที่ผ่านมาอาจต้องฝ่าฟันกับมรสุมครั้งใหญ่ แต่ไม่ว่าจะด้วยแรงอธิษฐาน หรือพลังวิเศษใดก็ตาม เวลานี้ “บิ๊กโจ๊ก” หวนคืนเส้นทางสีกากีอีกครั้ง พ่วงด้วยตำแหน่งใหม่ ใหญ่กว่าเดิม แถมยังเหลืออายุราชการอีก 10 ปี

สำหรับภาพในอดีตการทำงานของนายพลผู้นี้ เป็นที่ทราบใกล้ชิดผู้มีอำนาจ เป็นผู้มากบารมี เดินสายแถลงข่าวสร้างผลงานรายวัน จนได้รับฉายา “ผบ.ตร.น้อย”

การรีเทรนครั้งนี้ หลายคนจับจ้องเก้าอี้ “ที่ปรึกษา (สบ9) ตร.” ว่าทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์สำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ยังได้รับมอบหมายหน้าที่พิเศษให้รับผิดชอบเพิ่มเติมหรือไม่

 

วันที่ 28 มีนาคม พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. มีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 151/2564 มอบหมายงานเป็นลายลักษณ์อักษร

1. ให้คำปรึกษา แนะนำ การดำเนินการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเกี่ยวกับการกำหนดนโยบาย กลยุทธ์ และแผนบริหารราชการ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ และเป็นไปตามแผนแม่บทของยุทธศาสตร์ชาติ

2. ปฏิบัติงานอื่นใดตามที่ ผบ.ตร.มอบหมาย สำหรับงานใดที่ริเริ่มขึ้นใหม่ งานพัฒนา หรืองานใดที่จะสั่งเปลี่ยนแปลงไปจากระเบียบแบบแผนที่ใช้ปฏิบัติอยู่ ให้เสนอขอรับความเห็นชอบจาก ผบ.ตร.ก่อน

ก่อนหน้านี้ ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์ หมายเหตุตัวโตๆ ไว้ “ทำงานภายใต้การกำกับดูแลของ พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ผู้ช่วย ผบ.ตร.”

 

หลัง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ได้รับมอบหมายหน้างาน ก็ยังไม่เห็นโครงร่างตัวงาน “ยุทธศาสตร์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ว่าเป็นอย่างไร อาจต้องรอปรับตัวกับหน้าที่ใหม่ คงจะได้เห็นผลงานผ่านการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน

จากนี้ต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ฝีมือ??

และอีกไม่กี่เดือนจะถึงวาระการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับผู้บังคับการ (ผบก.) ถึงรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) 2564

คาดการณ์กันว่า หากบิ๊กโจ๊กขยันสร้างผลงาน อาจมีสิทธิ์ขยับขึ้นเก้าอี้รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ติดยศ พล.ต.อ. แต่จำเป็นต้องขอยกเว้นหลักเกณฑ์ เนื่องจากครองตำแหน่งไม่ครบ 1 ปี ตามกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้ง

และจะส่งผลให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กลายเป็นแคนดิเดต หลัง “บิ๊กปั๊ด” อำลาตำแหน่ง ผบ.ตร.ในปี 2565 ทันที

 

แต่ในกรมปทุมวัน ไม่ได้มีเพียงนายพลคนดังเท่านั้นที่สปอตไลต์สาดส่อง ยังมีนายพลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ทำผลงานสนองนโยบายรัฐบาล จ่อนั่งเก้าอี้ “พิทักษ์ 1” อีกหลายคน ที่เป็นคู่เบียดชิงเก้าอี้เบอร์ 1

ส่องโปรไฟล์แล้วล้วนไม่ธรรมดา

ไล่เรียงจาก พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. หรือ “บิ๊กเด่น” นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 38 เกษียณราชการปี 2566 มีสายสัมพันธ์ทางทหารแบบไม่ธรรมดา เคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 (ผบช.ภ.3) เลื่อนเป็นรอง ผบ.ตร.เมื่อปี 2563 จากนั้นได้รับความไว้วางใจให้รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง คุมม็อบ และงานจราจร

นอกจากนี้ ยังคุมศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ ศปอส.ตร. มีผลงานจับเว็บพนันออนไลน์อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งยังจับกุมขบวนการโกงเงินของรัฐผ่านโครงการเราเที่ยวด้วยกัน และโครงการคนละครึ่ง

อีกหนึ่งคู่แข่ง พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) หรือบิ๊กหิน เกษียณราชการปี 2566 เคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล ตร. เลื่อนเป็น จตช.เมื่อปี 2563 ได้รับมอบหมายเป็นหัวหน้าศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย (ปชก.)

“บิ๊กหิน” เป็นจเรตำรวจที่มีผลงานให้เห็นผ่านสื่อบ่อยครั้ง เมื่อดำรงตำแหน่ง จตช.ไม่นานเกิดปมทุจริตอมเบี้ยเลี้ยงโควิด-19 จากกระบวนการสืบสวนสอบสวน สั่งฟันวินัยตำรวจ 189 ราย และยังทำหน้าที่สืบสวนสอบสวนข้าราชการตำรวจปล่อยปละละเลยให้มีบ่อนการพนันภาคตะวันออกต้นตอแพร่โควิด-19 มีการสั่งย้ายและตั้งกรรมการสอบตำรวจระดับ ผบช. ไปจนถึงระดับโรงพักจำนวนหลายราย

ล่าสุดทำคู่มือแนะนำการใช้สื่อโซเชียลมีเดียให้กับตำรวจกว่า 2 แสนนาย

 

ยังมีผู้ช่วย ผบ.ตร. จ่อขยับเป็นรอง ผบ.ตร. ไปพร้อมๆ กับบิ๊กโจ๊ก สิ้นเดือนกันยายนนี้

คือ “บิ๊กป๋อ” พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้ช่วย ผบ.ตร. เกษียณราชการปี 2566 เป็นบุตรชายคนที่ 2 ของ พล.ต.อ.เภา สารสิน อดีตอธิบดีกรมตำรวจ เติบโตจากสายงานปราบปรามยาเสพติดโดยเฉพาะ เคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. เมื่อวาระ 2563 ช่วยขับเคลื่อนงานปราบปรามเครือข่ายยานรกของ บช.ปส.

ผลงานเด่นๆ ล่าสุดได้รับมอบหมายจาก ผบ.ตร.ให้เร่งรัดสืบสวนต้นตอผู้ผลิตเคนมผง ทำให้วัยรุ่นเสียชีวิตหลายสิบราย จนสามารถจับกุม “ลูแปงไต้หวัน” ผู้ต้องหาขายเคนมผงได้ที่คอนโดฯ หรูกลางกรุง

อีกคู่เบียด พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. หรือ “บิ๊กรอย” เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 40 เกษียณราชการปี 2567

เคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสันติบาล (ผบช.ส.) เมื่อปี 2558 แต่เพียงเดือนเดียวถูก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. สั่งย้ายให้ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.)

ปีถัดมาถูกลดเกรด โยกไปนั่งเก้าอี้ผู้บัญชาการศึกษา (ผบช.ศ.) และขยับเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.เมื่อปี 2561

ต่อมาตุลาคม 2563 ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.สุวัฒน์ทำหน้าที่หัวหน้าคณะทำงานสื่อ-สร้าง-สาร รับผิดชอบงานประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่ข่าวสารองค์กร

ล่าสุดสวมหมวกอีกใบในตำแหน่งรักษาราชการแทนผู้บัญชาการภาค 2 (ผบช.ภ.2) แก้ปัญหาบ่อนการพนันในพื้นที่ ต้นตอแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกที่ 2

โปรไฟล์คู่แข่งนายพลหนุ่มไม่ธรรมดา ดังนั้น หากชะล่าใจ ไม่เร่งสร้างผลงาน อาจไปไม่ถึงฝั่งฝัน

บทความก่อนหน้านี้วัคซีน-คลัสเตอร์ผับ-สงกรานต์พัง / ชกคาดเชือก วงค์ ตาวัน
บทความถัดไปการเดินทางของตำรวจไทย / บทความพิเศษ “นอกเครื่องแบบ”