ย้อนคดี ‘หลงจู๊สมชาย’ จ้างฆ่าวิน จยย. แค้นแอบถ่ายแฉบ่อน ตร.ลุยต่อผิดฟอกเงิน

อาชญา ข่าวสด

 

จับอีก ‘หลงจู๊สมชาย’

ฟันคดีจ้างฆ่าวิน จยย.

แค้นแอบถ่ายแฉบ่อน

ตร.ลุยต่อผิดฟอกเงิน

 

กลายเป็นเรื่องฮือฮาขึ้นมาอีกครั้ง สำหรับคดีความของผู้ยิ่งใหญ่ภาคตะวันออก อย่างหลงจู๊สมชาย หรือนายสมชาย จุติกิติ์เดชา ที่ถูกกล่าวหาพัวพันกับบ่อนการพนันขนาดใหญ่ในตัวเมืองระยอง

ที่กลายเป็นจุดแพร่กระจายของการติดเชื้อโควิดระลอก 2 นำไปสู่การสั่งหยุดกิจการหลายๆ อย่าง ส่งผลกระทบต่อปากท้องประชาชน และเศรษฐกิจในภาพรวมอย่างประเมินค่าไม่ได้

จนในที่สุดก็มีการโยกย้ายนายตำรวจระดับผู้บัญชาการภาค 2 และ ผบก.ภ.จว.หลายจังหวัดให้พ้นจากตำแหน่ง

ตามมาด้วยการดำเนินคดีหลงจู๊สมชาย ซึ่งตอนแรกก็ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเหตุใดถึงแจ้งข้อหาความผิดเกี่ยวกับการพนันเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคที่ทำให้เกิดโควิดระบาด

พร้อมกันนั้นหลงจู๊สมชายก็ได้รับสิทธิประกันตัว เก็บตัวเงียบในคฤหาสน์ ก่อนจะเป็นข่าวโด่งดังเมื่อตำรวจบุกจับกุมรอบสอง

ครั้งนี้เป็นคดีจ้างวานฆ่า สั่งตายวินจักรยายนยนต์ที่ลักลอบแอบถ่ายรูปบ่อนการพนันในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งพบหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงหลงจู๊สมชาย

เป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่ไม่จบลงง่ายๆ อย่างแน่นอน

บุกจับหลงจู๊สมชายรอบ 2

เช้าตรู่วันที่ 25 มีนาคม ปฏิบัติการบุกจับหลงจู๊สมชายก็เริ่มต้นขึ้น โดยเป็นการสั่งการโดย พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก. มอบหมายให้ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. นำกำลังร่วมกับตำรวจ บช.ภ.2 นำหมายค้นศาลอาญา กระจายกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 21 จุด ใน 4 จังหวัด

ประกอบด้วย จ.ระยอง จ.จันทบุรี จ.ชลบุรี และ กทม. เพื่อจับกุมตัวนายสมชาย จุติกิติ์เดชา หรือหลงจู๊ชาย อายุ 56 ปี ผู้กว้างขวางภาคตะวันออก พร้อมกับเครือญาติและสมุน ตามหมายจับศาลอาญาคดีในข้อหาจ้างวานฆ่า และร่วมกันฟอกเงินที่ได้จากธุรกิจบ่อนพนัน

โดยจุดสำคัญในการเข้าตรวจค้น ก็คือคฤหาสน์กลางเมืองระยอง เนื้อที่ 2 ไร่ เลขที่ 158/28 ถนนราษฎร์บำรุง ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง ซึ่งเป็นบ้านพักของนายสมชาย

ทันทีที่เจ้าหน้าที่ไปถึง ได้กระจายกำลังเข้าปิดล้อมเพื่อป้องกันการหลบหนีรอบทิศทาง ก่อนกดกริ่งประตูหน้าบ้านแสดงตัวขอเข้าตรวจค้น แต่ผู้ที่อยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าวไม่มีใครยอมออกมาเปิดประตูรั้วให้ เจ้าหน้าที่จึงใช้บันไดปีนรั้วเข้าไป

กระทั่งพบตัวนายสมชายและนายธนา จุติกิติ์เดชา อายุ 26 ปี ลูกชาย อยู่ในบ้านพัก จึงแสดงหมายค้นและหมายจับให้ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนรับทราบ พร้อมเข้าควบคุมตัว และกระจายกำลังเข้าตรวจค้นภายในบ้านเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม

หลังปฏิบัติการจับกุม พล.ต.ต.จิรภพแถลงผลการดำเนินคดี ระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวใช้ชื่อ “ยุทธการหนุมานดับบูรพา” ส่งกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 20 จุด ในพื้นที่ 4 จังหวัด ประกอบด้วย จ.ระยอง จ.จันทบุรี จ.ชลบุรี และกรุงเทพฯ เพื่อจับกุมตัวนายสมชาย จุติกิติ์เดชา หรือหลงจู๊ชาย อายุ 56 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับรวม 35 หมายจับ พบมีผู้กระทำผิด 22 คน

สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 8 คน แบ่งเป็นผู้ต้องหาคดีจ้างวานฆ่า 1 รายคือนายสมชาย ส่วนคดีร่วมกันฟอกเงินได้ตัวผู้ต้องหา 7 รายพร้อมกับตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินอีกหลายรายการ ประกอบด้วย ธุรกิจหมู่บ้านจัดสรร 5 โครงการ บ้าน 377 ยูนิต เรือยอชต์มูลค่า 8 ล้านบาท 1 ลำ รถยนต์หรู 4 คัน รวมมูลค่าประมาณ 880 ล้านบาท

เอาผิดทั้งคดีจ้างฆ่าและฟอกเงิน

คดีจ้างฆ่าหนุ่มวิน จยย.

สําหรับคดีดังกล่าวสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2563 เกิดเหตุคนร้าย 2 รายขับรถจักรยานยนต์ใช้อาวุธปืนประกบยิงนายประทุม สะอาดนัก อายุ 47 ปี วินจักรยานยนต์รับจ้างเสียชีวิตด้านหลังโรงเรียนเมืองพัทยา 8

ภายหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา สามารถจับกุมนายมนัส อิ่มหนำ อายุ 39 ปี และนายนิพนธ์ ปานทอง อายุ 47 ปี ผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีได้

สอบสวนผู้ต้องหาให้การอ้างว่า สาเหตุมาจากมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน แต่ญาติของผู้เสียชีวิตไม่ปักใจเชื่อ จึงเข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพราะเชื่อว่าปมสังหารที่แท้จริงน่าจะเป็นเรื่องที่ผู้ตายไปมีความขัดแย้งกับผู้มีอิทธิพลเกี่ยวกับเรื่องการพนัน

ทั้งนี้ก่อนเกิดเหตุ นายประทุมแอบเข้าไปถ่ายรูปสถานที่แห่งหนึ่งในเมืองพัทยา ที่ลักลอบเปิดบ่อนการพนัน ก่อนเรื่องดังกล่าวรู้ถึงหูของกลุ่มนายทุนเจ้าของบ่อนจึงเกิดความไม่พอใจ ก่อนสั่งการให้นายสุพรรณ อายุ 53 ปี และนายถาวร อายุ 53 ปี ผู้ดูแลบ่อน จัดหามือปืนมาก่อเหตุฆ่าปิดปาก

ต่อมาสามารถจับกุมนายสุพรรณและนายถาวรได้เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2563 จากนั้น จึงขยายผลต่อเนื่องจนกระทั่งพบความเชื่อมโยงถึงนายสมชายซึ่งเป็นนายทุนบ่อนดังกล่าว จึงรวบรวมพยานหลักฐานจนนำมาสู่การจับกุมครั้งนี้

พล.ต.ต.จิรภพกล่าวว่า จากการสืบสวนสอบสวนทราบว่าต้นเหตุที่นำไปสู่การจ้างวานฆ่าวินจักรยายนยนต์รับจ้าง มาจากเรื่องแฉบ่อนพนันในพัทยาซึ่งเป็นของนายสมชาย หลังจากผู้ต้องหาที่ถูกจับไปก่อนหน้าให้การอ้างว่าตนเองเป็นเจ้าของ แต่ความจริงเป็นเพียงพนักงานดูแลบ่อน ซึ่งเจ้าหน้าที่มีหลักฐานค่อนข้างชัดเจน ทั้งหลักฐานความเชื่อมโยงทางการเงินและหลักฐานอื่นๆ แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากจะมีผลกระทบต่อรูปคดี

ส่วนสาเหตุการสั่งฆ่า เพราะไม่พอใจที่ถูกผู้ตายเข้ามาแอบถ่ายรูปบ่อนพนันแล้วนำไปร้องเรียนในคณะกรรมาธิการการกฎหมาย สภาผู้แทนฯ ทำให้บ่อนถูกปิดจนสูญเสียผลประโยชน์

 

ยืนยันมีหลักฐานชัดเจน

ศาลไม่ให้ประกัน-นอนคุก

ต่อมาเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2564 พนักงานสอบสวนยื่นคำร้องฝากขังนายสมชาย หรือหลงจู๊สมชาย กับพวกรวม 4 สำนวน ในความผิดจ้างวานฆ่าฯ, จัดให้มีการเล่นพนัน และร่วมกันฟอกเงิน

ศาลพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดี ประกอบคำคัดค้านของพนักงานสอบสวนแล้ว เห็นว่ากระทำความผิดเป็นเครือข่ายขบวนการ กระทบต่อศีลธรรมและความสงบสุขของสังคมส่วนรวม คดีมีอัตราโทษสูง พฤติการณ์แห่งคดีถือเป็นเรื่องร้ายแรง หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ผู้ต้องหาจะหลบหนีและไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ให้ยกคำร้อง

ด้าน พ.ต.อ.เอนกเปิดเผยเพิ่มเติมอีกว่า หลังจากพานายสมชายไปฝากขัง ผู้ต้องหาไม่ได้ยื่นเรื่องขอประกันตัว มีเพียงผู้ต้องหาบางรายเท่านั้นที่ยื่นขอประกันแต่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันทุกคน ทำให้ผู้ต้องหาชายจะถูกนำตัวไปควบคุมที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ส่วนผู้ต้องหาหญิงก็จะส่งไปควบคุมที่ทัณฑสถานหญิงกลาง

ขณะที่คดีฟอกเงินนั้น มีรายงานว่าพบเงินที่มาจากธุรกิจบ่อนพนันกว่า 15,000 ล้านบาท อีกทั้งยังพบเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับนายตำรวจพื้นที่ภูธรภาค 2 หลายนาย เร่งขยายผลเอาผิดทั้งหมด

สำหรับหลงจู๊สมชาย ก่อนหน้านี้เคยถูกตำรวจกองปราบฯ บุกจับกุมมาก่อนหน้านี้แล้วเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 ซึ่งเป็นการจับกุมตามหมายจับในข้อหาร่วมกันเป็นผู้จัดให้มีการเล่นพนัน พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังมีหลักฐานพัวพันบ่อนพนันหลายแห่งในภาคตะวันออก

ต่อมาเรื่องก็ถูกเปิดโปงเมื่อพบว่ามีนักพนันจากบ่อนข้าง บ.ข.ส.ระยองติดโควิด จนเกิดการโยกย้ายครั้งใหญ่ ประกอบด้วย พล.ต.ท.วีระ จิรวีระ ผบช.ภ.2 ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ซึ่งก่อนนี้หน้าก็ทยอยเด้ง 4 ผู้การ ประกอบด้วย พล.ต.ต.ปภัชเดช เกตุพันธ์ ผบก.ระยอง พล.ต.ต.ประการ ประจง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผบก.ภ.จว.จันทบุรี พล.ต.ต.เสถียร บุญค้ำ ผบก.ภ.จว.ตราด

แต่ครั้งนั้นยังโชคดีที่ไม่โดนคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.ควบคุมโรค

เจ้าหน้าที่ส่งฝากขังศาลแขวงจังหวัดระยอง และได้ประกันตัว โดยให้ติดกำไลอีเอ็ม

ล่าสุดถูกจับกุมอีกคดี ครั้งนี้ไม่ได้ประกัน ต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำ

ต้องลุ้นว่าในที่สุดแล้วจะมีบทสรุปอย่างไร!??

บทความก่อนหน้านี้ป.ป.ช.ไม่ให้ดู! บัญชีทรัพย์สิน “ประยุทธ์-วิษณุ” หลังสื่อทำยื่นขอ อ้างกม.ไม่ให้อำนาจ
บทความถัดไป‘ครูใหญ่-อรรถพล’ แย้ม ถ้าติดโควิด ให้สธ.ขอไทม์ไลน์กับสืบ-กอ.รมน. ชี้แจงได้ละเอียดกว่า