เราจะเชื่อใจอีกฝ่ายได้อย่างไร | นิ้วกลม

นิ้วกลมfacebook.com/Roundfinger.BOOK

มิตรสหายเล่มหนึ่ง

นิ้วกลม

[email protected]

 

เราจะเชื่อใจอีกฝ่ายได้อย่างไร

 

Raya and the Last Dragon เป็นหนังแอนิเมชั่นดิสนีย์ที่ผมชอบมากที่สุด

แม้จุดเด่นจะอยู่ที่การหยิบวัฒนธรรมอุษาคเนย์มาผสมผสานในหนังค่ายฝรั่งอย่างดิสนีย์ แต่สิ่งประทับใจกลับเป็นสิ่งสากลที่สอดแทรกไว้ในหนัง ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญของโลกทุกวันนี้

ความเชื่อใจ หรือ trust เป็นคำที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงกันหนาหู

และสิ่งนี้เองคือแก่นแกนของหนังเรื่องนี้

 

หนังบอกเล่าถึงอาณาจักรคูมันตราซึ่งประกอบขึ้นจากกลุ่มคนห้าเผ่าที่กระจายตัวตั้งรกรากตามดินแดนต่างๆ เพื่อคอยดูแลดินแดนแห่งนี้

ประกอบไปด้วยเผ่าหัวใจ เผ่าเขี้ยว เผ่ากรงเล็บ เผ่าสันหลัง และเผ่าหาง

รวมร่างแล้วน่าจะได้รูปลักษณ์เป็นมังกร

ทั้งห้าเผ่าอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข แต่แล้วอยู่มาวันหนึ่งมีอสูรร้ายสีม่วงที่ถูกเรียกขานว่า ‘ดรูน’ เข้ามาทำลายทุกสิ่งอย่างและทุกชีวิตให้กลายเป็นหิน

แยกดินแดนคูมันตราออกเป็นเสี่ยงๆ ไม่สามารถรวมกันได้อีก

มังกรที่เคยปกป้องรักษาอาณาจักรก็ไม่สามารถต่อสู้พลังมือของดรูนได้ จึงถอดหัวใจเป็น ‘มณีมังกร’ มอบไว้ให้กับมังกรน้องสุดท้องชื่อ ‘ซิซู’ ด้วยความเชื่อใจว่าน้องเล็กจะช่วยปกป้องอาณาจักรเอาไว้ได้

โดยที่ตัวซิซูเองก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมพี่ๆ จึงเลือกเธอเป็นตัวแทน ทั้งที่เธอไม่ได้เก่งกาจสามารถไปกว่าพี่ๆ เลย อาจจะอ่อนด้อยที่สุดด้วยซ้ำ

เหตุผลที่พี่ๆ ทำเช่นนั้นไม่มีอะไรอื่นนอกจาก…ความเชื่อใจ

จากเหตุการณ์ความวินาศครั้งนั้น ซิซูหายสาบสูญไปกว่า 500 ปี

มณีมังกรตกอยู่ในความดูแลของเผ่าหัวใจ ซึ่งมีเบญจา (พ่อของรายา) เป็นหัวหน้าเผ่า

เบญจามีความใฝ่ฝันอยากรวมเผ่าทั้งหลายที่ขัดแย้งแตกแยกกันให้กลับมาเป็นอาณาจักรคูมันตราที่มีความสุขสมบูรณ์ได้ดังเดิม

จึงเชิญหัวหน้าเผ่ารวมทั้งกองทัพของเผ่าทั้งหลายมาสังสรรค์กันที่ดินแดนของเผ่าหัวใจ เตรียมข้าวปลาอาหารไว้ต้อนรับอย่างดี

แต่ทุกเผ่าล้วนไม่เชื่อใจกันเพราะขัดแย้งกันมานาน แถมยังทราบดีว่าเผ่าหัวใจคือเผ่าเดียวที่ครอบครองสิ่งล้ำค่า ‘มณีมังกร’ เอาไว้ ทั้งยังจ้องจะฉกฉวยไปเป็นของตน

ด้วยความเป็นเด็ก เจ้าหญิงรายาผูกมิตรกับนัมมาอารี-เจ้าหญิงจากเผ่าเขี้ยวอย่างรวดเร็ว

นัมมาอารีมอบเครื่องประดับรูปมังกรให้รายาเป็นของขวัญ ทำให้รายาเชื่อใจกระทั่งพาเพื่อนใหม่ไปเยือนถ้ำซึ่งเป็นที่เก็บรักษา ‘มณีมังกร’

แต่รายาเชื่อใจคนผิด นัมมาอารีส่งสัญญาณให้กองทัพของเผ่าเขี้ยวบุกขึ้นมาแย่งชิงมณีมังกร

แต่พอทุกเผ่ารู้ข่าวก็รุมแย่งกันจนมณีมังกรแตกออกเป็นห้าเสี่ยง

แต่ละเผ่าจึงฉวยเอาไปเป็นของตัวเองคนละส่วน

 

เมื่อมณีมังกรไม่ถูกเก็บรักษาอย่างดี อสูรร้ายจึงออกอาละวาดได้อีกครั้ง ดรูนปรากฏตัวในรูปลักษณ์ควันสีม่วงที่พวยพุ่งออกมากลืนกินทุกสิ่งและทุกคน มันสามารถไปถึงทุกที่ได้ที่ไม่มีน้ำ

ผู้คนที่โดยดรูนกลืนกินจะกลายเป็นหิน คนจำนวนมากต้องสูญเสียญาติมิตรไปจากเหตุการณ์นี้

รวมถึงรายาที่สูญเสียพ่อไป

และอาณาจักรคูมันตราอันกว้างใหญ่ก็กลายเป็นดินแดงแห้งแล้งไร้ชีวิต

เมื่อรายาเติบโตเป็นสาว เธอจึงมุ่งมั่นทำภารกิจสำคัญคือการรวบรวมเศษเสี้ยวของ ‘มณีมังกร’ ทั้งห้าส่วนที่กระจัดกระจายไปอยู่ตามเผ่าต่างๆ ให้กลับมารวมเป็นหนึ่งอย่างสมบูรณ์อีกครั้ง

โดยมีเป้าหมายเพื่อชุบชีวิตพ่อของเธอโดยมีความหวังว่าอาจได้พบ ‘ซิซู’ มังกรในตำนานที่หาสาบสูญไปหลายร้อยปี

 

เสน่ห์ของหนังเรื่องนี้อยู่ตรงสัญลักษณ์ที่นำมาใช้บอกเล่าเรื่องราว

อสูรร้ายอย่าง ‘ดรูน’ นั้นถูกอธิบายว่าไม่เคยหายไปไหน มันอยู่กับมนุษย์เรามาโดยตลอด แต่ในช่วงที่เราเผลอมันก็จะปรากฏตัวออกมาสร้างความเลวร้ายให้เกิดขึ้น

‘ดรูน’ จึงเหมือนด้านมืดในตัวเรา โลภ โกรธ หลง เกลียด กลัว ระแวงกัน

เมื่อมีความรู้สึกเช่นนี้เกิดขึ้นระหว่างกัน ก็มีโอกาสที่จะเกิด ‘รอยร้าว’ หรือ ‘รอยรั่ว’ ให้ดรูนปรากฏกายขึ้นมาสร้างความวินาศให้ชีวิตและบ้านเมืองได้

รายาออกเดินทางเก็บสะสม ‘มณีมังกร’ ไปทีละส่วนผ่านเมืองต่างๆ สิ่งที่เธอได้ติดตัวมาไม่ใช่เพียงมณีเท่านั้น หากยังได้เพื่อนจากเผ่าต่างๆ มาด้วย และทุกคนก็ช่วยเหลือกันเพื่อภารกิจใหญ่นั่นคือรวม ‘มณีมังกร’ ให้กลับไปสมบูรณ์อีกครั้งจะได้ชุบชีวิตครอบครัวของตัวเองขึ้นมา

จึงดูเหมือนว่าการรวมใจนั้นสำคัญไม่แพ้การรวมมณีมังกร ที่พิเศษไปกว่านั้น

รายายังได้พบ ‘ซิซู’ มังกรน้องเล็กตัวสุดท้ายที่มิได้สง่างามเก่งกาจเหมือนมังกรที่เธอเคยจินตนาการไว้

ซิซูมีอิทธิฤทธิ์เพียงว่ายน้ำอย่างคล่องแคล่วเท่านั้นเอง แต่ทุกครั้งที่รายาได้อีกส่วนหนึ่งของมณีมังกรจากเผ่าหนึ่ง ซิซูก็จะมีอิทธิฤทธิ์เพิ่มมากขึ้น

ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นคุณสมบัติจากพี่ๆ ของเธอที่ถอดหัวใจมาฝากไว้ในแก้วมณี

จึงไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ไม่ว่ารายา เพื่อนต่างเผ่า หรือกระทั่งมังกรอย่างซิซู

ต้องรวมกันจึงจะสมบูรณ์

การเดินทางทั้งหมดท่ามกลางอาณาจักรที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งจึงเกิดขึ้นเพื่อการรวมตัวกันสู่ความสมบูรณ์ และดูเหมือนว่าจะมีเพียงความสามัคคีเท่านั้นที่จะหยุดอสูรร้ายอย่างดรูนเอาไว้ได้จากการทำลายล้างโลกให้น้ำแห้งเหือดไปจนหมด และทำให้โลกกลายเป็นทะเลทรายในที่สุด

อันนี้ชวนให้คิดถึงประเด็นโลกร้อน ว่าถ้ามนุษย์ยังไม่ร่วมใจกันแก้ปัญหาก็มีหวังเสร็จ ‘ดรูน’ แน่นอน

สิ่งที่ทำให้ผมชอบหนังเรื่องนี้ก็คือมันทำให้เข้าใจการผจญภัยเพื่อรวม ‘แก้วมังกร’ ในมุมใหม่

ผมอ่านการ์ตูนอย่าง ‘ดราก้อนบอล’ มาตั้งแต่เด็ก เข้าใจมาตลอดว่าการรวมแก้วมังกรนั้นทำไปเพื่อช่วยชีวิตเพื่อนและขอพรให้ตัวเอง

เส้นทางไปสู่ความสำเร็จก็คือการฆ่าฟันฝ่ายตรงข้ามให้ล้มตายไปเพื่อเราจะได้เป็นฝ่ายชุบชีวิตมังกร

แต่รายาฉายภาพอีกอย่างให้เห็น นั่นคือ การรวม ‘มณีมังกร’ มิได้เป็นไปเพื่อตัวเราหรือเผ่าเราเท่านั้น หากมันคือเรื่องเดียวกับรวมความตัวของคนที่แตกต่างจากเราให้เป็นหนึ่งเดียวกันด้วย เพราะถ้ารวมไม่ได้ ทุกสิ่งก็จะวนเวียนอยู่แบบเดิม นั่นคือล้างแค้นกันไปมา ซึ่งการรวมกันเช่นนี้จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อมีสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งร่วมกัน

นั่นคือ ความเชื่อใจ

แน่นอนว่ารายาไม่มีทางเชื่อใจนัมมาอารีได้อีก เพราะการหักหลังที่เธอทำไว้ในอดีตเป็นเหตุการณ์เลวร้ายที่ยากจะลืม

เราไม่ไว้ใจกันก็เพราะ ‘อดีต’ ที่เรามีต่อกันนี่เอง ฝ่ายหนึ่งทำสิ่งเลวร้ายไว้ หรือบรรพบุรุษของฝ่ายนั้นทำสิ่งแย่ๆ ไว้ ยากที่จะเชื่อใจได้

 

หนังมาถึงจุดสำคัญเมื่อรายานัดพบนัมมาอารีเพื่อรับมณีมังกรส่วนสุดท้ายจากเผ่าเขี้ยว แล้วรายาก็จะสามารถรวมแก้วมังกรได้สำเร็จ แต่นัมมาอารีจะยอมให้รายาเป็นผู้ทำสิ่งนั้นหรือ?

ซิซูเป็นมังกรที่เชื่อใจคนอื่นและเชื่อว่าทุกคนล้วนแล้วแต่อยากจะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันทั้งสิ้น

เพียงแค่ความระแวงต่อกันทำให้ทุกอย่างไม่อาจเกิดขึ้นได้

ซิซูจึงปรากฏตัวขึ้นพร้อมรายาในสถานที่นัดหมาย นัมมาอารีวางมณีมังกรไว้บนก้อนหิน แต่แล้วกลับเปลี่ยนใจ หยิบธนูขึ้นมาง้างใส่รายา

แต่ซิซูเชื่อว่าเจ้าหญิงแห่งเผ่าเขี้ยวไม่มีเจตนาร้าย จึงเดินเข้าหาด้วยความเป็นมิตรเพื่อจะขอมณีมังกรส่วนที่เหลือ แต่รายาเองก็ไม่เชื่อใจนัมมาอารีจึงเงื้อดาบขึ้นมา ทำให้นัมมาอารีตกใจปล่อยคันศรพุ่งใส่ร่างซิซูทำให้ซิซูจบชีวิตลง

มังกรตัวสุดท้ายซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังในการกอบกู้อาณาจักรอันสุขสมบูรณ์ได้ตายจากไปแล้ว ทุกสิ่งมืดมน น้ำเหือดแห้ง ดรูนออกอาละวาดทั่วพื้นที่

รายากับนัมมาอารีประลองฝีมือกันเพื่อชิงชัยเป็นครั้งสุดท้าย ระหว่างที่มุ่งเอาชนะ รายาหันกลับมาเห็นเพื่อนๆ เผ่าต่างๆ ที่สะสมมาตลอดทางช่วยกันคนละมือคนละไม้ใช้มณีมังกรช่วยผู้คนให้รอดจากภัยร้ายของดรูน

จึงคิดได้ว่าการเอาชนะนัมมาอารีไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริง เป้าหมายที่แท้จริงคือ-ต้องรอดไปด้วยกันทั้งหมด จึงวิ่งกลับไปช่วยเพื่อนเพื่อช่วยผู้คนจำนวนมาก

แล้วทั้งหมดก็ถูกควันม่วงของปีศาจดรูนล้อมไว้จนไม่มีทางออก ตัวแทนแต่ละเผ่าถือแก้วมังกรของตัวเองไว้ รายานึกถึงคำพูดที่ซิซูเคยเล่าให้ฟังว่าพี่ๆ ของเธอมอบภารกิจสำคัญให้เธอด้วยความเชื่อใจ สิ่งนี้ที่สำคัญที่สุด ทุกคนจะรอดไปได้เมื่อเชื่อใจกันเท่านั้น

รายาจึงเป็นฝ่ายมอบความเชื่อใจให้นัมมาอารีก่อน ด้วยการเดินไปหาแล้วยื่นมณีมังกรส่วนของเธอให้กับคู่ปรับซึ่งเคยทรยศ

เพื่อนเผ่าอื่นตะลึงงันว่ารายาทำไมโง่อะไรเช่นนั้น แต่แล้วด้วยความเชื่อใจรายา เพื่อนจากเผ่าต่างๆ ก็ค่อยๆ เดินไปยื่นมณีมังกรให้นัมมาอารีทีละคน ทีละคน แล้วค่อยๆ ถูกดรูนเล่นงานจนกลายเป็นหินไปทีละคน เพราะไม่มีมณีมังกรคอยคุ้มครองตัวเองแล้ว

มาถึงตอนสำคัญ เมื่อนัมมาอารีได้มณีมังกรครบทั้งหมดแล้ว เธอก็ไม่ทำให้ความเชื่อใจนั้นพังทลาย เธอรวบรวมมณีมังกรเพื่อช่วยเหลือเพื่อนต่างเผ่าที่ไว้ใจเธอ ทำให้ทุกคนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ทั้งยังสามารถชุบชีวิตมังกรทั้งห้าให้กลับมาโบยบินกลางท้องฟ้าได้อีกหน

อาณาจักรคูมันตรากลับมาเป็นปึกแผ่นอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง

เรื่องราวดูชวนฝัน แต่ดูแล้วสะกิดใจเหลือเกินว่า เหตุไฉนมนุษย์เราจึงไม่สามารถเชื่อใจกันเพื่อร่วมกันแก้ปัญหาไปด้วยกันได้ คำตอบที่ได้จากหนังเรื่องนี้คือ-เพราะทุกฝ่ายต่างบอกกับอีกฝ่ายว่า เธอเริ่มก่อนสิ และตั้งแง่ว่าฉันจะเชื่อใจเธอได้ยังไง

บางครั้ง ความเชื่อใจก็เกิดจากการมอบความเชื่อใจให้คนอื่นก่อน แน่นอน มันเสี่ยงต่อการถูกหักหลัง และยิ่งสำหรับคนที่โดนหักหลังมาหลายครั้งย่อมไม่ง่ายที่จะเชื่อใจ

แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเข้าใจจากการดูหนังเรื่องนี้ก็คือ เหตุไฉนมังกรจึงเป็นสัตว์ในตำนานที่ศักดิ์สิทธิ์และผู้คนบูชาเหลือเกิน

ตำนานของมังกรถูกเล่าขานราวกับมันเคยมีอยู่จริง แต่มาถึงวันนี้ไม่มีอีกต่อไปแล้ว ก็เพราะมังกรเป็นสัตว์ที่เกิดจากการรวมคุณสมบัติพิเศษของสัตว์หลากหลายชนิดเข้าด้วยกัน มันคือการรวมกันอันไม่น่าเชื่อ จึงสร้างสิ่งมหัศจรรย์ สวยงาม ทรงพลัง และวิเศษขึ้นได้

มังกรจึงเป็นจินตนาการของมนุษย์ เพราะต้องการรวมเอาความแตกต่างเข้าไว้ด้วยกันอย่างสวยงาม

เป็นจินตนาการที่น่าอัศจรรย์แต่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นจริงได้ง่ายๆ

จึงมีเรื่องเล่ามากมายที่บอกว่า ถ้ามนุษย์สามัคคีกันแล้วรวม ‘มณีมังกร’ หรือ ‘ดราก้อนบอล’ ที่กระจัดกระจายไปอยู่ในมือของคนที่แตกต่างเข้ามาด้วยกันอีกครั้ง มังกรจะฟื้นชีวิตกลับมาในโลกใบนี้อีกครั้ง

‘มังกร’ ที่ว่านี้คือความร่วมมือ ความหวัง ความเข้าใจ และความรัก

ซึ่งจะฟื้นชีพมังกรได้นั้นคงต้องอาศัย ‘ความเชื่อใจ’ ซึ่งกันและกันเป็นอันดับแรก

คำถามสำคัญคือ ใครจะเชื่อใจอีกฝ่ายมากพอที่จะพยักหน้าว่า-

ฉันเป็นฝ่ายมอบให้เธอก่อน

บทความก่อนหน้านี้ปิดกล้อง-ปิดไมค์ หวาดระแวงไว้เป็นเรื่องดี / Cool Tech จิตต์สุภา ฉิน
บทความถัดไปยุคสมัยที่คนอายุยืน 100 ปี / บทความพิเศษ สุภา ปัทมานันท์