จดหมาย/ฉบับประจำวันที่ 26 มี.ค. – 1 เม.ย. 2564

จดหมาย

 

ภาษี

โดยปกติการจัดส่งภาษีเงินได้ของบุคคลธรรมดาในแต่ละปีจะมีสองรอบ

คือภายในเดือนมีนาคมหนึ่งรอบ และภายในเดือนกันยายนอีกหนึ่งรอบ

เมื่อเลื่อนการจัดเก็บภาษีออกไปจากกำหนดเวลาเดิม

ย่อมเกิดผลกระทบต่อระบบ-ระเบียบวินัยการเงินการคลังและการบริหารจัดการเวลา

อันเป็นผลเสียหายต่อโครงการสำคัญที่จะผลักดันประเทศให้รุดหน้า

หากมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นในชาติบ้านเมืองจนผู้มีเงินได้ขาดสภาพคล่องไม่สามารถจ่ายภาษีได้ตามกำหนดเวลา

ทางการควรพิจารณาอนุโลมแก้ไขเป็นกรณีๆ ไปแล้วแต่ประเภทธุรกิจและกรณีบุคคล

เมื่อเอาเหตุวิกฤตเชื้อโควิด-19 ระบาดให้เศรษฐกิจประเทศชาติเสียหายจนต้องเลื่อนเวลาการจัดส่งภาษีออกไป

ก็เข้าใจว่าอีกมิช้ามินานจะมีคนแอบอ้างเหตุการณ์ที่เศรษฐกิจชาติบ้านเมืองถูกทำลายมาเป็นเหตุขอเลื่อนการส่งภาษีออกไปไม่รู้จบ (อาทิ เกิดขบวนการล้มการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เกิดเผด็จการรัฐประหาร รัฐบาลคอร์รัปชั่น ประเทศชาติถูกปล้น ฯลฯ)

…เจ้าหน้าที่สรรพากรและประชาชนคนมีเงินได้ต่างมีหน้าที่จัดส่งภาษีให้รัฐด้วยจิตสำนึก-วุฒิภาวะหน้าที่ของพลเมือง

มีความหวังกับภาษีที่จ่ายไปให้บ้านเมืองได้รับการพัฒนาอย่างที่ควรจะเป็น ลูกหลานได้รับการศึกษาดี ชีวิตสะดวกสบาย ไม่อัตคัดขัดสนจนปัญญา

เป็นความปรารถนาธรรมดาทั่วไปที่ผู้คนส่วนใหญ่ใฝ่ฝัน

หากรัฐบาลมีสัจวาจาตามนโยบายที่ได้แถลงไว้ ชาติบ้านเมืองก็จะดำเนินไปได้ด้วยความสามัคคีถ้อยทีถ้อยอาศัย

แต่เมื่อ คสช.ล้มล้างการปกครองแล้วนำเงินภาษีของประชาชนไปจ้างคนเขียนกฎหมายให้พวกตนและหมู่คณะ “อยู่ยาว” ด้วยรัฐธรรมนูญฉบับพิสดารพันลึกเพื่อจัดตั้งรัฐบาลขึ้นมาบริหารจัดการภาษีของประชาชน

ผลลัพธ์จึงกลับกลายเป็นว่าภาษีที่พวกเราส่งๆ กันไปนั้น “ไปยาว”

ไม่กลับมาพัฒนาบ้านเกิดอย่างเป็นกอบเป็นกำเพราะการอยู่ของรัฐบาลแต่ละวันนั้นมันต้องใช้งบประมาณมหาศาล

คิดตื้นๆ เฉพาะ “ท่านผู้นำ” แค่คนเดียววันหนึ่งใช้งบฯ เท่าไหร่

เริ่มจากตื่นนอนในบ้านหลวง ค่าน้ำ ค่าไฟ-ของใช้ประจำวันในบ้านหลวง รถประจำตำแหน่งของหลวง กองทัพ รปภ.-ผู้ติดสอยห้อยตามพร้อมยานพาหนะ, ค่าน้ำมัน ค่าอาหารการรับรอง จิปาถะสารพัด ฯลฯ

ส่วนศักยภาพความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการประเทศชาติบ้านเมืองจะล้มเหลวอย่างไรก็ไม่กังวล เพราะค่าของคนไม่ได้อยู่ที่ผลของงาน (ในรัฐบาลนี้) แต่มันอยู่ที่การจัดการเงินภาษีให้ถูกที่ถูก “เวลาโหวต”

เพราะ 272 เสียงกับ 250 (ผู้สูงวัย) นั้นต้องใช้งบประมาณการภาษีมหาศาล (อย่างยาวนานนับเนื่อง)…

สงกรานต์ บ้านป่าอักษร

 

ไม่เพียงเงินภาษีของเรา “ไปยาว” เท่านั้น

รัฐธรรมนูญฉบับพิสดารพันลึก ก็ “ไปยาว” ด้วย

ทุกอย่างเป็นไปตามเกมที่วางไว้

สิ่งใดที่จะไม่เป็นไปตามนั้น

เขาก็เบี้ยวเอาดื้อๆ ด้านๆ

อย่างที่เราเห็นใน “รัฐสภา” กรณีแก้รัฐธรรมนูญ

และกำลังบูดๆ เบี้ยวๆ กรณี พ.ร.บ.ประชามติ

เสียดายเงินภาษีที่เราจ่ายไปเป็นเงินเดือนพวกนี้จัง!

 

คนรุ่นใหม่

เรียนบรรณาธิการ

การมีตำแหน่งสูงสุด

มีความทรมานยิ่งกว่าการเป็นคนธรรมดา

เมื่อมีตำแหน่งใหญ่โต

แม้อยากเป็นคนธรรมดา ก็ไม่อาจเป็นได้แล้ว

การเป็นคนควรอยู่ได้ทั้งที่ต่ำที่สูง

จงทำตนเหมือนหยดน้ำ

ที่อยู่ได้ทั้งบนฟ้าและใต้ดิน

ทั้งยังรักษาคุณสมบัติของตัวเองได้เป็นอย่างดี

การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา

ฝ่ายหนึ่งมีความจริง ฝ่ายหนึ่งโกหกตลอดเวลา

ประชาชนเข้าใจมากยิ่งขึ้น

และก็เป็นผลดีในอนาคต เพราะแทบจะไม่มีใครกล้าปฏิวัติรัฐประหารอีกแล้ว

เพราะเด็กรุ่นใหม่ไม่ใช่ธรรมดา โดยเฉพาะน้องมายด์

ส่วนฝ่ายรัฐบาล มีดาวดับหลายราย เพราะประชาชนรุ่นเด็กมองเห็น

ดังคำพูดสมัยก่อนว่า

มีเรือดีพายดีไม่ขี่ข้าม

กลับเอาเรือรั่ว นำมาข้ามขี่ราชการ การงานเมือง

อยากให้ดีแต่เอาคน…มาทำงาน

ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน

ตะวันรอน

อ.ลอง จ.แพร่

 

เพราะเด็กรุ่นใหม่ “ไม่ธรรมดา”

เพราะเด็กรุ่นใหม่ “เห็น” แบบตาสว่าง

เขาจึงใช้ทุกวิถีทาง จำกัด ขจัด ควบคุม

ทั้งย่อย ทั้งสลาย ทั้งกวาดเข้าคุก

หวังจะได้ ไม่มองเห็น “คน…” มาเอาเรือรั่วไปข้ามขี่ราชการ การงานเมือง

อย่างที่ตะวันรอนว่า

คำถามคือ จะสำเร็จได้อีกยาวนานเท่าใด

บทความก่อนหน้านี้“สุชาติ” รมว.แรงงาน เอาจริง! สั่ง ประกันสังคม ดำเนินคดีเอาผิด แก๊งเว็บไซต์ รับแลก ม33เรารักกัน เป็นเงินสด แล้ว
บทความถัดไปเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์/ อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ