คุยกับ ‘ฐานทัพ ว.อุรชา’ เด็กวัย 10 ขวบ ผู้ต่อยมวย ‘ล้างบาป’ ให้พ่อผู้เคยเป็นเพชฌฆาต เรือนจำ

คอลัมน์เปลี่ยนผ่าน | สุภลักษณ์ เตชะพิชญภักดี

 

‘ฐานทัพ ว.อุรชา’ เด็กวัย 10 ขวบผู้ต่อยมวย ‘ล้างบาป’ ให้พ่อ

นักกีฬาไทยหลายคนมีจุดเริ่มต้นในวงการกีฬาที่แตกต่างกันออกไป

บางคนอาจจะเลือกเล่นกีฬาฟุตบอลตามรอยคุณพ่อ เช่น “ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์” กองกลางทีมชาติไทย จากสโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด แชมป์ไทยลีกปีล่าสุด ที่มีคุณพ่อ “ไพโรจน์ พ่วงจันทร์” อดีตกองหลังระดับตำนานทีมชาติไทย ที่เคยค้าแข้งกับทีมทหารอากาศยุครุ่งเรือง เป็นแบบอย่างที่ดีในเส้นทางลูกหนัง

หรือบางคนอาจจะต้องเล่นกีฬาเพราะสถานการณ์บีบบังคับ อย่าง “รัชนก อินทนนท์” นักกีฬาแบดมินตันประเภทหญิงเดี่ยว อดีตมือวางอันดับหนึ่งของโลก ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากความเป็นห่วงของคุณแม่ที่กลัวว่าลูกตัวเองจะวิ่งเล่นซุกซนในโรงงานทำขนมหวานจนเกิดอุบัติเหตุ จึงให้ลูกสาวหัดเล่นแบดมินตันตั้งแต่อายุ 6 ขวบ

“ฐานทัพ ว.อุรชา” หรือ “ด.ช.ระฟ้า อัครเทวา” นักมวยไทยวัย 10 ขวบ ก็มีจุดเริ่มต้นชีวิตในวงการกีฬาที่น่าสนใจไม่แพ้นักกีฬาชื่อดังคนอื่นๆ

ฐานทัพไม่ได้คิดจะเป็นนักกีฬาตามรอยคุณพ่อแบบฐิติพันธ์

ฐานทัพไม่ได้วิ่งเล่นซุกซนจนคุณแม่ต้องให้มาตีแบดมินตันเหมือนรัชนก

แต่ฐานทัพเลือกต่อยมวยไทย เพราะต้องการล้างบาปให้คุณพ่อ!

นี่คือความคิดของเด็กวัยเพียงแค่ 10 ขวบ ที่มีปรารถนาอันแรงกล้า ว่าจะตั้งใจทำบุญ ทำความดี เพื่อหวังล้างบาปให้คุณพ่อ เพราะเข้าใจว่าสิ่งที่พ่อทำอยู่เป็นบาป

แม้ว่าในความจริงแล้ว เรื่องบาปบุญอาจจะเป็นคนละส่วนกัน และไม่สามารถให้ใครล้างบาปแทนกันได้ก็ตาม

คุณพ่อของฐานทัพคือ “พงษ์ อัครเทวา” ผู้มีหน้าที่การงานเป็น “เพชฌฆาต” ฉีดสารพิษประหารชีวิตนักโทษที่เรือนจำบางขวาง ทั้งยังเคยผ่านประสบการณ์การประหารชีวิตนักโทษด้วยการยิงเป้ามาแล้วด้วย

หลังจากฐานทัพได้รับรู้เรื่องราวในอดีตของคุณพ่อ น้องจึงตัดสินใจนำเงินค่าตัวจากการชกมวยไปทำบุญ โดยหวังว่าจะช่วยล้างบาปให้คุณพ่อได้

“ผมจำได้ว่าตอนผมอายุสักประมาณ 7-8 ขวบ ผมได้รู้ว่าพ่อของผมเป็นเพชฌฆาต ประหารชีวิตไปแล้ว 7 ราย ผมรู้สึกกลัวว่าพ่อของผมจะบาป ผมเลยชกมวยแล้วก็เอาเงินไปทำบุญล้างบาปให้พ่อ

“ผมเริ่มซ้อมมวยตอนอายุ 7 ขวบ ซ้อมมา 1 ปี ยังไม่ได้ชกเลยครับ มาเริ่มชกจริงๆ คืออายุ 8 ขวบ ชกไฟต์แรกที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ค่าตัวประมาณ 800 บาท

“ชกไฟต์แรกผมชนะเลย ผมเก็บเงินไว้ใช้เอง 300 บาท ส่วนเงินอีก 500 บาท เอาไปไถ่ชีวิตโค-กระบือ คือเริ่มทำบุญตั้งแต่ครั้งแรกที่ชกมวยเลยครับ

“รู้สึกภูมิใจในตัวเอง ที่มีความฝันที่อยากจะช่วยพ่อ” นักมวยเด็กยอดกตัญญูกล่าว

 

นอกจากจะนำเงินค่าตัวไปทำบุญแล้ว ฐานทัพยังนำเงินที่ได้จากการชกมวย ซึ่งต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวด ไปซื้อของใช้ที่จำเป็น เช่น ผ้าอ้อมผู้ใหญ่-ผ้าอ้อมเด็ก รวมถึงอาหารสัตว์ หมา-แมว ก่อนนำไปบริจาคตามสถานที่ต่างๆ ด้วย

“ผมจะออกไปบริจาคของตามสถานที่ต่างๆ สลับกันไป เช่น วัดพระบาทน้ำพุ บ้านสงเคราะห์เด็กพิการ และบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ

“แต่มาช่วงโควิด ผมเจอกับคนที่ตกงาน คนที่ยากไร้บ่อยๆ ผมเลยนำข้าวกล่องและน้ำดื่ม เอาไปบริจาคตามชุมชนต่างๆ ซึ่งทำให้ผมได้รู้จักกับ อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน) ในเขตใกล้บ้านผม

“จนทำให้ผมรู้ว่าชุมชนต่างๆ มักจะมีผู้ป่วยชรา และมีเด็กที่ติดเตียงจำนวนมาก ผมเลยชกมวยและนำค่าตัวนักมวยของผม ไปซื้อกางเกงผ้าอ้อมสำหรับผู้ใหญ่ และกางเกงผ้าอ้อมสำหรับเด็ก นำไปบริจาคตามชุมชนต่างๆ

“ผมมีความฝันว่า ผมอยากจะสร้างเป็นมูลนิธิขึ้นมา ‘มูลนิธิกำปั้นล้างบาป’ มูลนิธิที่ช่วยเหลือสัตว์และช่วยเหลือคนที่ยากไร้” นักมวยเด็กวัย 10 ขวบ เผยปณิธานส่วนตัว

 

แม้ว่าแนวคิดของฐานทัพจะได้รับคำชมจากหลายๆ คน

แต่คุณพ่อพงษ์มองว่าการกระทำของลูกชายในครั้งนี้อาจไม่สามารถล้างบาปให้คนอื่นได้

อย่างไรก็ดี การที่ลูกมีความคิดช่วยเหลือสังคม ช่วยเหลือคนที่ยากไร้นั้นทำให้คนเป็นพ่อรู้สึกประทับใจและภูมิใจกับลูกชายคนนี้มาก

“ทุกวันนี้มีคนขอให้เราช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก และเราก็ช่วยเขาได้จริงๆ บางคนเห็นน้องทำจริงจัง ก็อยากจะส่งของมาช่วย แต่เราจะไม่รับเงินสด ไม่เปิดบัญชีธนาคารให้คนโอนเงินมา เรารับได้แค่ให้คนส่งของที่จำเป็นมาให้ แล้วเราจะนำไปบริจาคให้กับคนที่ต้องการใช้จริงๆ” คุณพ่อพงษ์ระบุ

เพชฌฆาตฉีดสารพิษประหารชีวิตนักโทษแห่งเรือนจำบางขวางบอกด้วยว่า ตอนนี้ฐานทัพดูแลผู้ป่วยติดเตียงทั้งคนชราและเด็กจำนวน 15 คน ซึ่งน้องได้นำเงินค่าตัวจากการชกมวย รวมถึงเงินที่ได้จากงานโฆษณาสินค้า และงานในวงการบันเทิง ไปซื้อของช่วยเหลือผู้ยากไร้ในสังคม

ขณะที่ “อุรชา วงษ์เทียน” เจ้าของค่ายมวย ว.อุรชา เล่าว่า ก่อนหน้านี้ น้องฐานทัพได้มาขอซ้อมมวยที่ค่าย ตนเห็นความตั้งใจ และนักมวยในค่ายก็ให้ความเอ็นดูน้อง ที่สำคัญ น้องมีความกตัญญูต่อบุพการี มีจิตใจดี ดังนั้น จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่ทางค่ายจะไม่สนับสนุน

“จุดประสงค์ของการทำค่ายมวยก็มีความแตกต่างกัน ค่ายเราพร้อมที่จะให้โอกาสคน น้องฐานทัพเป็นคนจิตใจดี เพราะต้องการต่อยมวยเพื่อล้างบาปให้พ่อ ถือว่าเป็นเรื่องดีที่เด็กคนหนึ่งคิดได้เกินอายุของเขา และทำในสิ่งที่มีประโยชน์ให้กับสังคม”

เจ้าของค่ายมวย ว.อุรชา กล่าว

 

ส่วนเรื่องการแบ่งเวลาระหว่างการซ้อมมวยและการเรียนที่ต้องทำให้ออกมาดีพร้อมๆ กัน

ฐานทัพบอกว่า ตนต้องออกวิ่งในตอนเช้า หลังจากนั้นก็ไปโรงเรียนตามปกติ ช่วงพักเที่ยงจะไม่ได้วิ่งเล่นเหมือนเด็กคนอื่น แต่ต้องทำการบ้านให้เสร็จ เพราะหลังจากเลิกเรียน ต้องไปซ้อมมวยจนถึงสองทุ่ม เสร็จแล้วจึงกลับบ้านพักผ่อน

พอวันรุ่งขึ้นก็ต้องไปโรงเรียน ทำแบบนี้เป็นประจำ ช่วงแรกยอมรับว่าเบื่อ แต่เมื่อทำไปเรื่อยๆ ก็เริ่มชิน

สำหรับไอดอลในวงการมวย ฐานทัพบอกว่าชื่นชอบอยู่ 4 คน คือ พี่บัวขาว (บัญชาเมฆ), พี่ตะวันฉาย (พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม), พี่แสงมณี (ส.กาแฟมวยไทย) รวมถึงพี่ชายแท้ๆ ของตัวเองอย่าง “ทัพฟ้า อัครเทวา” ซึ่งเป็นนักมวยสากลสมัครเล่นยุวชนทีมชาติไทย

ขณะเดียวกัน ฐานทัพเคยมีความคิดอยากจะเป็นนักกีฬามวยสากลแบบพี่ชายด้วย แต่เนื่องจากตัวเองเดินมาไกลในเส้นทางมวยไทยแล้ว จึงไม่มีความคิดที่จะเลิกชกมวยไทยในเร็วๆ นี้

“ผมไม่ได้หวังอะไรมาก หวังแค่ทำให้ดีที่สุด

“ผมก็ต้องขอขอบคุณ (แฟนมวย) ณ ที่นี้เลย ที่ติดตามผมมาตลอด ผมขอบคุณจริงๆ และผมสัญญาว่าผมจะทำทุกๆ อย่างให้ดีที่สุด” ฐานทัพกล่าวทิ้งท้าย

บทความก่อนหน้านี้E-DUANG : ความจริง กระแส แก้รัฐธรรมนูญ ความจริง จาก “เยาวชนปลดแอก”
บทความถัดไปดาวกับดวงประจำวันศุกร์ที่ 19 มีนาคม 2564 : โดย พิมพ์พรร