จ๋าจ๊ะ วรรณคดี / ญาดา อารัมภีร / หวยสักวา (1)

ญาดา อารัมภีร

จ๋าจ๊ะ วรรณคดี/ญาดา อารัมภีร

หวยสักวา (1)

‘หวย’ เป็นการพนันของจีนที่หยั่งรากฝังลึกในสังคมไทยมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3

ผู้ออกหวยคนแรกในเมืองไทย คือ ‘เจ้าสัวหง’ ‘เจ๊สัวหง’ หรือ ‘จีนหงพระศรีไชยบาน’ ตำแหน่งนายอากรสุราซึ่งต่อมากลายเป็นนายอากรหวยคนแรกของไทย

นิสัยชอบการพนันของคนไทยทำให้การเล่นหวยกระจายโลดทุกหนทุกแห่ง เมื่อหวยกับผู้สืบสานพุทธศาสนาสัมพันธ์กันอย่างแพร่หลาย รัชกาลที่ 4 ได้ทรงออกประกาศฉบับที่ 190 “ห้ามพระสงฆ์ไม่ให้บอกใบ้แทงหวยแลประพฤติอนาจาร” ณ วันจันทร์ เดือน 10 แรม 3 ค่ำ ปีวอกโทศก

โดยกำหนดโทษทั้งผู้กระทำ พระชั้นผู้ใหญ่และผู้รู้เห็นไว้ว่า

“…แต่นี้สืบไปพระราชาคณะฐานานุกรมเปรียญ เจ้าหมู่ทุกคณะ เจ้าอธิการในกรุงนอกกรุงทุกๆ พระอารามทราบหมายประกาศนี้แล้วช่วยว่ากล่าวสั่งสอนพระสงฆ์ สามเณร อย่าให้บอกใบ้แทงหวยทำช่างทองรูปพรรณต่างๆ เป็นการจ้างหากินอย่างฆราวาส อย่าให้นุ่งห่มผ้าคฤหัสถ์เที่ยวกินเหล้าใส่หมวกจีโบ (=หมวกทำด้วยขนสัตว์หรือไหมพรม สวมคลุมหัว มีช่องด้านหน้า เปิดตาและจมูก ใช้กันหนาว) เที่ยวแทงโปแทงถั่วตามโรงจีนแลประเทศที่ใดๆ ก็ดี อย่าให้มีผิดขึ้นได้ในพระอารามเป็นอันขาด ถ้ามีอยู่ในพระอารามใด พระครูฐานานุกรม เจ้าหมู่เจ้าคณะ เจ้าอธิการอย่าปิดบังอำพรางไว้ จับตัวมาส่งยังเจ้าคณะ เหนือ ใต้ กลาง วัดพระเชตุพนจงทุกๆ เรื่องอย่าประมาท…ฯลฯ…ถ้าราชบุรุษเขาจับตัวเอามาได้หรือมีผู้มาร้องเรียนรู้จักชื่อว่าอยู่วัดใดอารามใดแล้ว จะให้ปรับหมายทำทัณฑกรรมกับพระครู ฐานานุกรม เจ้าคณะ เจ้าอธิการอุปัชฌาย์อาจารย์วัดนั้นๆ แล้วจะต้องปรับหมายให้เสียรังวัดเหมือนเช่นวัดมหาธาตุ ถ้าภิกษุสามเณรอยู่กุฏีใกล้เคียงกันรู้เห็นแล้ว ไม่เอาความมากราบเรียนกับเจ้าคณะผู้ใหญ่ให้แจ้ง ก็จะให้ปรับโทษจงหนักตามภิกษุสามเณรผู้กระทำผิด…”

ออกประกาศก็แล้ว จับไปรับโทษก็แล้ว จำนวนพระใบ้หวยและการเล่นหวยไม่มีวี่แววว่าจะลดลง

ดังจะเห็นได้จากภาพสะท้อนของสังคมไทยสมัยรัชกาลที่ 5 ถ่ายทอดผ่านการเล่นสักวาเรื่อง เล่นหวย

ซึ่งเป็นการเล่นสักวาครั้งที่ 2 คืนที่ 2 ณ พระที่นั่งสนามจันทร์ ตรงกับวันพฤหัสบดี เดือน 11 ขึ้น 15 ค่ำ ปีวอก พ.ศ.2415 (จากหนังสือ “ประชุมบทสักวาเล่นถวายในรัชกาลที่ 5”) กำหนดให้ผู้บอกสักวารับบทต่างๆ กัน อาทิ ผู้ออกหวย เสมียนเขียนโพย พระใบ้หวย นักเลงหวย เป็นต้น

การเล่นสักวาถวายรัชกาลที่ 5 ครั้งนี้จงใจแขวะเรื่องหวยโดยเฉพาะ

 

วงทูลกระหม่อม (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี กรมพระจักรพรรดิพงษ์) เป็นผู้เริ่มสักวาแจกตัว กำหนดหน้าที่ให้วงสักวาทั้งแปดรับไป ดังนี้

 

“สักรวามาพร้อมน้อมประณต        จะจับบทยักเยื้องเรื่องเล่นหวย

กรมเจริญเจ้าสัวหงอย่างงงวย        ตำรวจช่วยเป็นเสมียนเขียนส่งโรง

อันวงนี้จะขอว่าที่ตาเถร                ด้วยจัดเจนเชิงวิชาล้วนอ่าโถง

ที่เหลือนั้นเป็นนักเลงอย่าเคลงโคลง           จะใบ้โรงตัวจะออกบอกไว้เอย”

 

(อักขรวิธีตามต้นฉบับ)

วงช่างเขียนของกรมเจริญ (กรมขุนเจริญผลพูลสวัสดิ์) เป็น ‘เจ้าสัวหง’ ผู้ออกหวยคนแรกในสมัยรัชกาลที่ 3 วงตำรวจเป็น ‘เจ๊กเขียนโพย’ หรือเสมียนเขียนหวยส่งโรงหวย วงทูลกระหม่อม (สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระจักรพรรดิพงษ์) เป็น ‘ขรัวตาใบ้หวย’ วงอื่นๆ นั้นรับบทนักเลงหวยหรือผู้แทงหวย ประกอบด้วยวงหม่อมเจ้าจำเริญ เป็นนางกุดกู๋หูแหว่ง วงท่าพระของพระองค์เจ้าประเสริฐศักดิ์ วงคุณพุ่ม (วงสักวาหลวง) วงคุณมอญธิดาเจ้าพระยาอภัยภูธร และวงพระมหาสงคราม

เมื่อวงช่างเขียนรับบทเป็นเจ้าสัวหง เนื้อหาในบทสักวาจึงให้รายละเอียดเกี่ยวกับเจ้าสัวหงว่าเป็นเจ้าของโรงหวยที่โกงจนรวย ทำมาหากินด้วยการออกหวย ถึงวันหวยออกก็เลือกตัวที่ต้องการมาใส่ถุงแขวนไว้หน้าโรงหวย กิจวัตรประจำวันคือสูบฝิ่น และนอนกลางวัน

 

“สักรวาเจ้าสัวหงอยู่วงนี้               นั่งเก้าอี้สูบยาแดงแสงควันโขมง

ผูกบ่อนเบี้ยออกหวยรวยเพราะโกง             เข้าในโรงเลือกตัวที่ชั่วดี

เอาใบ้โรงมิดไว้ให้เสมียน อยากอาเพี่ยนนอนกลางวันฝันถึงผี

เอาตัวออกเก็บใส่ถุงไว้ดี               แขวนไว้ที่หน้าโรงโอ่โถงเอย”

 

(อาเพี่ยน คือ Opium = ฝิ่น)

 

‘แทงหวย’ กับ ‘ใบ้หวย’ เป็นของคู่กันเหมือนผีกับโลง นักเลงหวยได้ข่าวว่าพระวัดใดใบ้หวยแม่นก็แจ้นไปออดอ้อนขอตัวเด็ดๆ มาแทง หวังถูกหวยรวยทางลัด วงหม่อมเจ้าจำเริญเล่าถึง ‘นางกุดกู๋หูแหว่ง’ นักเลงหวยรายหนึ่งว่า

 

“สักรวาได้ยินข่าวเล่าลือมา            ว่าขรัวตาองค์นั้นท่านบอกหวย

เออวันนี้ดีละคงจะรวย                  จะได้ช่วยบ่าวใช้ได้หลายคน

จึงเข้าไปนบนอบแล้วยอบกาย       จงช่วยบ้ายให้ประจักษ์แทงสักหน

โปรดให้แน่แน่ได้แก้จน               ด้วยขัดสนจึงมาหาขรัวตาเอย”

 

วงทูลกระหม่อม (สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระจักรพรรดิพงษ์) รับบทขรัวตาใบ้หวยผู้หมกมุ่นมัวเมาทางโลกมากกว่าทางธรรม มีพฤติกรรมบวชแล้วสึก สึกแล้วบวชถึง 7 หน (โบราณว่า ‘ชายสามโบสถ์’ ก็คบไม่ได้แล้ว นี่ปาเข้าไปถึง 7 โบสถ์) ตอนนี้วันๆ ก็คิดแต่จะสึก…สึก…สึก แสดงว่าศรัทธาความเชื่อมั่นในศาสนาง่อนแง่นเต็มที คนมาขอหวยก็ให้ก้นเทียนไปตีหวยเอาเอง

 

“สักรวาขรัวสาตากระเจาะ             อยู่วัดเกาะเมืองภูเก็ตบวชเจ็ดหน

เข้ามาอยู่วัดพระนายท้ายเมืองนนท์             เฝ้านั่งบ่นแต่จะสึกคิดตรึกตรอง

พอเหลือบเห็นนางกุดกู๋ใบหูแหว่ง  มาหมอบแฝงขอใบ้เห็นได้ช่อง

หยิบก้นเทียนส่งให้ดังใจปอง         เอาไปลองคิดแทงอย่าแคลงเอย”

 

นักเลงหวย ฉายา ‘นางกุดกู๋หูแหว่ง’ ซึ่งรับบทโดยวงสักรวาหม่อมเจ้าจำเริญรับก้นเทียนมา จะตีความอย่างไร

ติดตามฉบับหน้า

บทความก่อนหน้านี้EDUCA จับมือ TPF และ YIC จัดเสวนา Youth In Charge in ACTION!  ส่งเสริมบทบาทเยาวชนร่วมกำหนดทิศทางอนาคตประเทศ 
บทความถัดไปเดลล์ เทคโนโลยีส์ จับมือ SK Telecom พร้อม VMware สร้างโซลูชั่นนำขุมพลัง 5G และ Edge เข้าสู่องค์กรธุรกิจ