ครัวอยู่ที่ใจ l ทางรอดอยู่ในครัว : หาเพื่อนกินข้าวมันไก่ / อุรุดา โควินท์

อุรุดา โควินท์

ทางรอดอยู่ในครัว

: หาเพื่อนกินข้าวมันไก่

ฉันจะทำอาหารจานเดียวที่ทุกคนกินได้ กินอิ่ม ที่สำคัญ ต้องไม่เผ็ด เพราะฉันจำได้ว่า พี่ยก-ช่างของเรา เป็นโรคกระเพาะ

ฉันอยากจัดห้องที่ใช้ทำสบู่ใหม่ แบบใช้เงินน้อยที่สุด

ฉันไม่รู้หรอก-การทำสบู่จะพาฉันไปถึงไหน หรือจะทำเงินให้เราแค่ไหน

แต่สบู่ช่วยฉันไว้ในยามที่ฉันหลงทาง ห้าเดือนก่อน ตอนที่จิตใจของฉันอ่อนแอ การกวนสบู่คือความสงบ เป็นความภาคภูมิใจ และความสำเร็จชนิดใหม่ที่เก็บเกี่ยวได้ทุกวัน

สบู่กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต จึงคุ้มค่าที่ฉันจะลงทุนเวลา เรี่ยวแรง และเงินบางส่วน เพื่อให้ห้องทำสบู่เข้าใกล้สตูดิโอขึ้นอีกนิด

พี่ยกทำงานประจำจันทร์ถึงศุกร์ เสาร์-อาทิตย์เท่านั้นที่พี่ยกรับงานช่างได้ สำหรับฉัน ได้เจอช่างยก ถือเป็นโชค เพราะการเสาะหาช่างที่จะรับงานเล็กๆ นั้นยากแสนยาก เรียกได้ว่าแทบไม่มี และหากต้องการช่างฝีมือดี ก็ต้องบวกความยากไปอีกหนึ่งเท่า

พี่ยกเป็นทั้งหมดนั้นให้เรา พี่ยกเป็นสารพัดช่าง ทำได้ทุกอย่าง รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์ง่ายๆ ฝีมือดีมาก เก็บงานเรียบร้อย ไม่เคยผิดนัด ไม่เคยมาสาย

ที่ฉันชอบมากก็คือ เขาสนุกกับงานเสมอ ไม่ว่าเราจะให้เขาทำอะไร

ฉันต้องการตัวเขาและเครื่องมือของเขา สำหรับย้ายชั้นวางของที่น้องสาวติดไว้ที่นู่นที่นี่เต็มไปหมด ชั้นวางส่วนใหญ่มีโครงเป็นเหล็กฉาก ส่วนตัวชั้นว่างเป็นไม้เนื้อแข็งแผ่นหนาหนัก ฉันไม่สามารถเคลื่อนย้ายมันได้เอง

เราต้องการทั้งช่าง และเครื่องมือช่าง

บางชั้นที่ติดไว้ในห้องนั้นอยู่แล้ว แต่ใช้ไม่สะดวก ฉันอยากปรับให้ใช้สะดวกขึ้น ไม่แน่ใจว่าพี่ยกจะใช้เวลาเท่าไร เดาว่าคงไม่เต็มวัน แต่ฉันตั้งใจจะให้ค่าแรงเขาทั้งวัน

เราจะค่อยๆ ทำไปด้วยกัน

 

พี่ยกนัดไว้วันนี้ ซึ่งตรงกับวันที่ซันมาทำงานบ้านพอดี ฉันจึงตัดสินใจใช้เวลาทั้งวันกับบ้านและช่าง ยกเลิกงานอื่นใดทั้งหมด เพื่อทำความสะอาดบ้าน และจัดห้องทำสบู่ใหม่

อะไรที่ทิ้งได้ก็ทิ้ง นั่นเป็นกฎข้อแรก ฉันทิ้งของง่ายมาก หากแน่ใจว่าหนึ่งปีที่ผ่านมาไม่เคยหยิบมาใช้ ฉันพร้อมให้คนอื่น หรือลงถุงดำทันที

เก็บของทิ้งเสร็จ บอกขอบเขตงานพี่ยกเสร็จ ฉันจะทำข้าวมันไก่ เป็นเมนูที่แน่ใจว่าทุกคนกินได้ และบังเอิญว่าฉันอยากกินมาก

ฉันไม่ค่อยซื้อข้าวมันไก่ เพราะมักเจอข้าวที่มันเยิ้ม น้ำมันในข้าวทำให้ฉันกินข้าวมันไก่ได้น้อย กับไก่ ฉันไม่ค่อยเรื่องมาก ส่วนน้ำจิ้ม ฉันชอบแบบมีเต้าเจี้ยวเยอะๆ เปรี้ยวนิดหน่อย และหวานน้อยที่สุด

ทำข้าวมันไก่ต้องหาคนช่วยกิน เพราะไก่ต้องต้มทั้งตัวถึงจะอร่อย ข้าวก็ควรหุงเต็มหม้อ

วันนี้จึงเป็นวันที่เหมาะมาก

 

เริ่มจากต้มไก่ก่อน เพราะจะใช้น้ำต้มไก่หุงข้าว ถ้าไม่เรื่องมาก ก็แค่จับไก่ลงหม้อ ต้มลงไปเลยทั้งตัว แต่ยายเคยให้เคล็ดลับว่า ต้มไก่ให้อร่อย ต้องเอาไก่ขึ้นจากหม้อบ้าง ใช้ไก่ตัวเล็กหน่อย จะลงหม้อได้สะดวก จับไก่มัดกับเชือก หย่อนไก่ลงในน้ำเดือดครั้งละ 5 นาที ดึงไก่ขึ้นมาจากหม้อหนึ่งนาที แล้วค่อยเอาลงไปต้มใหม่ ทำแบบนี้สลับกันไป

ฉันไม่เคยอดทนทำได้สำเร็จ จุ่มขึ้นจุ่มลงสักสองรอบ ก็ต้องยอมรับว่าขี้เกียจ ทิ้งไก่ไว้ในหม้ออย่างนั้น โดยลดไฟลง แน่นอน-ได้ไก่ต้มสุกเช่นกัน

ไก่ต้องเอาขึ้นมาพักไว้ให้เย็น จึงจะสับง่าย ระหว่างนั้น ฉันทำน้ำจิ้ม

ใช้เต้าเจี้ยวเป็นหลัก ใส่ลงในโถปั่น ใส่น้ำตาลลงไปนิด และน้ำส้มสายชูหน่อย ปั่นไม่กี่ที พอให้เข้ากัน เทลงชามใบใหญ่

เวลาจะเสิร์ฟ ค่อยเติมขิงสับกับพริกขี้หนูซอยละเอียดลงไปในถ้วยที่จะเสิร์ฟ

 

ทีนี้ก็ถึงใจความสำคัญ คือข้าว ฉันใช้ข้าวหอมมะลิของปีที่แล้ว ข้าวที่ฉันมักใช้ทำข้าวผัด ซาวข้าวให้สะอาด พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ

ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันลงไปนิดหน่อย ผัดรากผักชี กระเทียมพริกไทยให้หอม แล้วเอาข้าวสารที่เตรียมไว้ลงไปผัดด้วย ผัดพอให้ร้อนขึ้น ค่อยตักลงหม้อหุงข้าว เติมน้ำต้มไก่ลงไปในปริมาณที่น้อยกว่าการหุงข้าวปกตินิดหน่อย แอบสะบัดเกลือเบาๆ แล้วก็ปิดฝา กดหุง

พอข้าวสุก ฉันเปิดฝาหม้อ ใช้ทัพพีคนข้าวให้ทั่ว แล้วปิดฝาไว้ ดงข้าวต่ออีกราวห้าถึงสิบนาที

ระหว่างรอ ฉันสับไก่ ซึ่งแม้ไม่ชำนาญนัก แต่ก็พอทำได้ เอากระดูกออก ใช้แต่เนื้อ สับเป็นชิ้นพอคำ เรียงลงจาน

ตักน้ำจิ้มใส่ถ้วยเล็ก ของพี่ยกโรยพริกนิดหน่อย ขิงพอประมาณ ของซัน พริกขิงต้องเต็มที่ มีถ้วยใบจิ๋วอีกถ้วย ไว้ใส่ซีอิ๊วดำ

ตอนนี้เราไม่ควรกินจานเดียวกัน ฉันจึงจัดไก่กับน้ำจิ้มแยกให้ต่างหาก ของพี่ยกหนึ่งชุด ของซันหนึ่งชุด แยกโต๊ะกันกินด้วย

ตักข้าวไม่มาก เพราะอยากให้ทุกคนกินไก่มากกว่าข้าว

 

“น่ากินมากเลย ทำเองเหรอครับเนียะ” พี่ยกถาม

ฉันพยักหน้า “พี่ยกลองชิมดูนะคะ”

“ต้องอร่อยแน่เลยครับ จานก็สวยมาก” พี่ยกชม

“จานพี่พูเยอะพอจะเปิดร้านอาหารได้เลยค่ะ” ซันพูด-จากอีกโต๊ะ

“อาหารก็อร่อยกว่าร้านไหนๆ ในเชียงราย ซันกินมาหลายอย่างแล้ว ถ้าพี่เปิดร้าน แม่ค้าในเชียงรายมีหนาว”

ซันหันมาสบตาฉัน “แต่พี่ไม่มีทางจะเปิดร้านอาหารหรอก”

ถูกต้อง ซันรู้ใจฉันดี ทำให้เธอกับพี่ยกกิน คือความสุข แต่ถ้าเปิดขายเป็นร้านข้าวมันไก่คงไม่สนุกนักหรอก

บทความก่อนหน้านี้“ธนกร” เผย “ประยุทธ์” เมินฝ่ายค้านยื่น ป.ป.ช.สอบต่อ ลุยงานช่วยปชช.เต็มที่
บทความถัดไปหลังเลนส์ในดงลึก : ‘กรง’ / ปริญญากร วรวรรณ