อย่าเป็น ‘ซักฟอก’ ที่สิ้นหวัง / เมนูข้อมูล นายดาต้า

เมนูข้อมูล

นายดาต้า

 

อย่าเป็น ‘ซักฟอก’ ที่สิ้นหวัง

 

สัปดาห์หน้าการเมืองจะเข้าสู่โหมดอภิปรายไม่ไว้วางใจ

แม้ใกล้วันเข้ามาทุกทีแต่ยังดูเงียบๆ ไม่มีทีท่าว่านายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายจะรู้สึกเดือดร้อนกันสักเท่าไร

ซึ่งอาจจะเป็นเพราะรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ถูกอภิปรายมาหลายครั้งแล้ว ไม่เคยจะต้องเดือดร้อนหรือกระทบกระเทือนกระทั่งต้องรีบปรับเปลี่ยน หรือยุบสภาหนีเหมือนรัฐบาลที่ยุคประชาธิปไตยเต็มใบก่อนหน้านั้น

จนมองกันว่าการควบคุมอำนาจที่เข้มข้นทั้งการออกแบบรัฐธรรมนูญสร้างกลไกมารองรับอย่างมีเสถียรภพ และยังได้รับการคุมครองจากกองทัพเต็มที่ จึงใช่เรื่องง่ายที่ระบอบกลไกประชาธิปไตยปกติจะส่งผลให้รัฐบาลชุดนี้สะดุ้งสะเทือนได้

แต่กระนั้นก็ตามมีการมองกันว่าการซักฟอกเที่ยวนี้จะต่างกว่าครั้งที่ผ่านมา

ภาระของฝ่ายค้านจะต้องไม่ใช่เพียงเห็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นแค่เรื่องพิธีกรรม

ถึงวาระที่จะต้องยื่นซักฟอกก็แค่ทำไปตามวาระ หรือดูจะเป็นจังหวะการมาทำหากินจากเปิดทางให้รัฐมนตรีบางคนที่ไม่อยากจะโดนหนักต้องมาเคลียร์เพื่อไม่ต้องเครียดเกินไป ไม่ว่าจะในรูปของการออกมือ หรือในรูปของข้อสอบรั่ว เช่นที่ผ่านมาถูกครหาเช่นนั้น

แต่ครั้งนี้จะเป็นเรื่องที่เสี่ยงอย่างยิ่งหากยังทำมาหากินกันด้วยมวยล้มต้มคนดูกันแบบนั้น

เนื่องจากถึงวันนี้ ความสิ้นหวังกับนักการเมืองลุกลามรุนแรงยิ่ง

หากพรรคร่วมรัฐบาลเอาแต่อาศัยกลไกที่ “ดีไซน์ไว้เพื่อพวกเรา” ยึดกุมอำนาจไว้ และฝ่ายค้านเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวจนไม่เร่งประสิทธิภาพในการตรวจสอบ

ประชาชนโดยเฉพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่จะถูกตอกย้ำความสิ้นหวัง

เป็นเรื่องน่ากลัวอย่างยิ่งสำหรับอนาคตที่ถูกมองว่าไม่มีทางออก เพราะผลประโยชน์ทางการเมืองเป็นอุปสรรค

 

เรื่องหนึ่งที่จะสะท้อนการทำงานของฝ่ายค้านว่า มีประสิทธิภาพพอจะเป็นความหวังให้พึ่งพาได้หรือไม่คือ “วัคซีนโดวิด”

ถึงวันนี้ชัดเจนอย่างยิ่งว่าการบริหารจัดการเพื่อให้ได้วัคซีนโควิด มาคลี่คลายวิกฤตของประเทศเต็มไปด้วยความมั่วซั่ว

เป็นความมั่วซั่วที่เอาชะตากรรมของประชาชน และเศรษฐกิจของประเทศเข้าไปรับเคราะห์

ข้ออ้างสารพัดของความล้มเหลวควรจะถูกเปิดโปงด้วยการซักฟอกที่เป็นวาระสำคัญในสภา

ซึ่งประชาชนกำลังจับตาอย่างไม่กะพริบ

“นิด้าโพล” เพิ่งสำรวจมา ประชาชนร้อยละ 25.85 กลัวการระบาดของโควิด ร้อยละ 37.79 ค่อนข้างกลัว เป็นความกลัวที่เพิ่มขึ้นจาการสำรวจครั้งที่ผ่านมา

แต่ถึงจะกลัว แต่ร้อยละ 27.60 พอใจที่ไม่มีการคุมเข้มเหมือนครั้งที่ผ่านมา โดยร้อยละ 42.13 ค่อนข้างพอใจ

ร้อยละ 43.57 เห็นด้วยมากที่ระบบเศรษฐกิจยังขับเคลื่อนได้ดีขึ้น ร้อยละ 34.68 ค่อนข้างเห็นด้วย

เมื่อถูกถามเรื่องวัคซีน ร้อยละ 63.12 จะรับบริการฟรีจากรัฐบาล ร้อยละ 25.57 จะไม่ฉีด ร้อยละ 7.98 จะจ่ายเงินฉีดเอง ร้อยละ 5.33 ยังไม่รู้จะตอบอะไร

 

เป็นที่รับรู้กันว่า ความเชื่อมั่นที่จะสร้างกำลังซื้อมาขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจคือ “วัคซีน” แต่การบริหารจัดการกลายเป็นว่าประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะเพื่อนบ้างใกล้ชิดกับเราได้ฉีดกันหมดแล้ว เหลือเพียงประเทศไทยที่ยังสับสนไม่รู้ว่าจะเริ่มฉีดได้เมื่อไรกันแน่

เป็นเช่นนี้เพราะอะไร คำตอบมีอยู่ในความรับรู้ของประชาชนที่ติดตามข่าวสารใกล้ชิดอยู่แล้ว

และหากฝ่ายค้านทำหน้าที่ได้ดี “วัคซีนโควิด” จะถูกนำมาอภิปรายให้เห็นภาพที่ชัดเจนถึง “ความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการวิกฤตของประเทศ”

และเมื่อเป็นเรื่องที่สร้างผลกระทบอย่างสูงยิ่งต่อชีวิตผู้คนทั้งประเทศในที่จะต้องรับชะตากรรมอันเลวร้ายจากการบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพอย่างชัดเจนนี้

หากปฏิบัติการซักฟอกครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น “ความสิ้นหวัง” ที่ชวนหดหู่ต่ออนาคตการเมืองของประเทศ

บทความก่อนหน้านี้‘ม็อบเฟสต์’ จ่อจัดอภิปรายนอกสภา โดยประชาชน 19 กุมภานี้
บทความถัดไปศึก 3 ก๊ก ‘วิรัช-ธรรมนัส-ณัฏฐพล’ ขย่มกันเอง ‘ศึกซักฟอก’ ลากยาวถึงปรับ ครม. / ในประเทศ