บทความพิเศษ l แอน ลิสเตอร์ : ‘ฉันรัก, และจะรักเพียงเพศที่อ่อนโยนกว่าเท่านั้น’ / ภัทรัตน์ พันธุ์ประสิทธิ์

 

แอน ลิสเตอร์

: ‘ฉันรัก, และจะรักเพียงเพศที่อ่อนโยนกว่าเท่านั้น’

 

คริสต์ศตวรรษที่ 19 ในอังกฤษ สังคมที่ไม่ต้องสงสัยว่าผู้ชายเป็นผู้กุมอำนาจเหนือผู้หญิงในแทบทุกมิติ

แต่ผู้หญิงคนหนึ่ง แอน ลิสเตอร์ (Anne Lister) กลับใช้ชีวิตในฐานะมนุษย์คนหนึ่งอย่างคุ้มค่าและไม่ยินยอมให้เพศเป็นอุปสรรคต่อจุดมุ่งหมายของเธอ

เธอเป็นนักเรียนที่กระตือรือร้น นักเดินทาง นักจดบันทึก นักปีนเขา

และเป็นหญิงรักหญิงที่แต่งงานอยู่กินกับคู่ชีวิตที่เธอรัก

 

แอน ลิสเตอร์ (Anne Lister) ผู้หญิงที่ได้รับการเรียกขานว่าเป็น “หญิงรักหญิงคนแรก” ของอังกฤษ

เกิดเมื่อวันที่ 3 เมษายน 1791 ในเมืองฮาลิแฟกซ์ (Halifax) เมื่อโตขึ้นแอนย้ายไปอยู่ที่ชิบเดน ฮอลล์ (Shibden Hall) บ้านของผู้เป็นลุงกับป้า และอาศัยอยู่กับทั้งสองอย่างถาวรนับแต่นั้น

เมื่อลุงของเธอเสียชีวิตในปี 1826 แอนเข้ามาจัดการที่ดินและกิจการ และรับมรดกที่ดิน ทรัพย์สิน รวมถึงชิบเดน ฮอลล์ในที่สุดในปี 1836 เมื่อป้าและบิดาของเธอเสียชีวิต

เรียกว่าโชคดีก็ว่าได้ การที่แอนย้ายมาอาศัยอยู่กับลุงและป้าที่พอมีฐานะทำให้เธอมีโอกาสเรียนหนังสือ โอกาสล้ำค่าที่ผู้หญิงน้อยคนนักในช่วงชีวิตของเธอจะได้รับ

เธอเรียนทั้งภาษากรีก ภาษาฝรั่งเศส คณิตศาสตร์ ปรัชญา พีชคณิต (algebra) ธรณีวิทยาและดาราศาสตร์

พื้นฐานความรู้เหล่านี้ติดตัวแอนไปตลอดชีวิตผ่านทางความสนใจในการเดินทางและการบันทึกของเธอ

ภาพแอน ลิสเตอร์ ที่มา เว็บไซต์ Historic England

แอน ลิสเตอร์ เริ่มเขียนบันทึกตั้งแต่อายุ 15 จนถึงอายุ 49 ปี บันทึกส่วนตัวของเธอมีปริมาณมหาศาลถึงสี่ล้านคำ (รวม 26 เล่ม 7,722 หน้า)

บันทึกนี้ไม่เพียงฉายภาพชีวิตของผู้หญิงที่เป็นเจ้าที่ดินและดำเนินกิจการธุรกิจของตระกูล

แต่ยังเปิดเปลือยให้เห็นชีวิตรักของแอนอีกด้วย

นับเป็นหลักฐานชิ้นเยี่ยมที่เต็มไปด้วยรายละเอียดของความรักและประสบการณ์ทางเพศของหญิงรักหญิงในอังกฤษคริสต์ศตวรรษที่ 19

จากบันทึกจำนวน 26 เล่ม กว่าหนึ่งในหกเป็นเนื้อหาที่มีนัยถึงเรื่องทางเพศของแอน เนื้อหาส่วนนี้เขียนด้วยรหัสลับจากสัญลักษณ์พีชคณิตและอักษรกรีกที่เธอไม่คิดว่าจะมีใครถอดรหัสได้

เมื่อพิจารณาจากรายละเอียด เป็นไปได้ว่าแอนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเรียกความรักและการดึงดูดเพศเดียวกันของเธอว่าอะไรนอกจาก “ความแปลกประหลาด” (oddity)

อังกฤษในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ไม่นับรวมด้วยซ้ำว่าผู้หญิงสามารถมีเพศสัมพันธ์กันได้

ต่างจากการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างผู้ชายและผู้ชายที่ถูกห้ามอย่างเข้มงวด

ชีวิตรักของแอนนั้นเกิดขึ้นหลายครั้ง แรกเริ่มความสัมพันธ์ของเธอเกิดขึ้นตั้งแต่ในโรงเรียนประจำ

เด็กหญิงที่แอนมีความสัมพันธ์ด้วยคือ เอไลซา เรนน์ (Eliza Raine) ทั้งคู่ถูกลงโทษขังไว้ใน attic ของโรงเรียน

เป็นไปได้ว่าทั้งคู่มีสัมพันธ์ลึกซึ้งดังปรากฏในบันทึกของแอนที่ใช้คำพูดถึงความสุขของทั้งคู่อยู่บ่อยครั้ง

อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ทั้งคู่ไม่ได้ยืนยาวนัก

 

ผู้หญิงคนต่อมาที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของแอน คือ มารีอานา เบลคอมบ์ (Mariana Belcombe) บุตรสาวของนายแพทย์ในเมืองยอร์ก (York) อายุ 21 ปี

ทั้งคู่ส่งผ่านความรู้สึกดีต่อกันผ่านตัวอักษรและการเดินทางราว 40 ไมล์ระหว่างยอร์กและฮาลิแฟกซ์ จนกระทั่งมารีอานาตัดสินใจแต่งงาน

ในบันทึกของแอนโกรธมากจนเรียกมารีอานาว่า “โสเภณีถูกกฎหมาย” (legal prostitution) ที่ขายตัวของเธอให้กับชายอื่น กระนั้นหลังจากมารีอานาแต่งงานไปแล้วทั้งคู่ยังคงพบปะกันเป็นบางครั้ง จนกระทั่งแอนพบกับความรักครั้งที่สาม

ความรักครั้งต่อมาของแอน ลิสเตอร์ คือ แอน วอล์กเกอร์ (Ann Walker) หญิงสาวอายุ 29 ปี ทายาทจากตระกูลที่ค่อนข้างจะมั่งคั่ง ผู้หญิงที่กลายมาเป็นความรักครั้งสุดท้ายของแอน ลิสเตอร์ ในวัย 42 ปี

งานแต่งงานของทั้งคู่จัดอย่างลับๆ ในวันอีสเตอร์ ปี 1834 ในโบสถ์ในเมืองยอร์ก

วันนั้นบันทึกของแอนเขียนไว้ว่า “ขอให้เราได้ฉลองวันครบรอบอีกหลายครั้ง!”

หลังแต่งงาน คู่แต่งงานใหม่ใช้เวลาสามเดือนในการดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ที่ฝรั่งเศสและสวิตเซอร์แลนด์

 

พ้นจากชีวิตรัก แอนในฐานะนักเดินทางก็น่าสนใจไม่น้อย นอกจากบันทึกชีวิตประจำวันแอนยังเขียนบันทึกประสบการณ์การเดินทางของเธออีก 14 เล่ม

ทั้งหมดเป็นประสบการณ์การเดินทางของเธอทั้งในและนอกเกาะอังกฤษ

การเดินทางของเธอมีตั้งแต่การขึ้นเหนือไปถึงสกอตแลนด์ หรือนอกเกาะอังกฤษอย่างการท่องเที่ยวของเธอในสวิตเซอร์แลนด์และอิตาลีในปี 1827 เบลเยียมและเนเธอร์แลนด์ในปี 1829 พำนักในฝรั่งเศสและแถบพิรินี (the Pyrenees Range) ในปี 1829-1830 ที่นั่น แอนเป็นผู้หญิงคนแรกที่พิชิตมงต์แปร์ดู (Mount Perdu) ยอดเขาที่สูงเป็นอันดับสามของเทือกเขาพิรินีได้

ในปี 1839 เธอและคู่ชีวิต แอน วอล์กเกอร์ วางแผนการเดินทางที่กินเวลายาวถึงสองปี ทั้งคู่เริ่มออกเดินทางเดือนมิถุนายน 1839 ผ่านเบลเยียม เยอรมนี เดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ฟินแลนด์และรัสเซีย

วันที่ 11 สิงหาคม ปี 1840 แอนเขียนบันทึกสั้นๆ เกี่ยวกับภูมิประเทศตรงหน้าซึ่งเป็นสันเขาและป่าสลับแซม

นั่นเป็นบันทึกสุดท้ายของเธอ

หกสัปดาห์ต่อมา แอนน์เสียชีวิตในวัย 49 ปี ขณะเดินทางท่องเที่ยวในรัสเซียเพราะแมลงต่อยและพิษไข้ด้วยระยะทาง 4,500 ไมล์จากบ้านเกิด

 

แม้ว่าแอน ลิสเตอร์ จะเสียชีวิตในปี 1840 เรื่องราวของเธอในบันทึกหลายพันหน้ากลับมีความน่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะ 50 ปีต่อมา ในปี 1890 จอห์น ลิสเตอร์ (John Lister) ลูกหลานในตระกูลลิสเตอร์ค้นพบและสามารถถอดรหัสบันทึกที่แอนเขียนด้วย “โค้ดลับ” ที่เธอเชื่อว่าจะมีเพียงแต่เธอเท่านั้นที่เข้าใจนัยของมัน

แน่นอนว่าความเข้าใจต่อสิ่งที่แอนเขียนด้วยการเข้ารหัสของเธอทำให้จอห์นได้รับรู้ประสบการณ์ทางเพศและความรักของแอน ด้วยความตื่นตะลึงกับสิ่งที่เขาได้อ่าน จอห์นปรึกษากับเพื่อนของเขาว่าควรทำอย่างไรกับบันทึกเหล่านี้

เพื่อนของเขาที่ร่วมถอดรหัสได้แนะนำให้เผาบันทึกทิ้งไปเสียเพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องราวฉาวโฉ่ของตระกูลหลุดเร้นออกไปได้

อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุผลใดไม่ปรากฏ จอห์นตัดสินใจไม่เผาบันทึกและเลือกเก็บบันทึกทั้ง 26 เล่มไว้ในชั้นหนังสือลับจนกระทั่งเขาเสียชีวิตในปี 1933

นับว่าเป็นความโชคดีอย่างที่สุดที่เรื่องราวของแอนไม่ถูกเผากลายเป็นเถ้าถ่าน

 

หลังจากการเสียชีวิตของจอห์น Shibden Hall ตกอยู่ในกรรมสิทธิ์ของสาธารณะ บันทึกของแอนถูกค้นพบในที่สุดและส่งต่อให้กับห้องสมุดฮาลิแฟกซ์ (Halifax) พร้อมกับรายละเอียดการถอดรหัสที่จอห์นเขียนเอาไว้

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าชีวิตส่วนตัวของแอนที่ปรากฏในบันทึกจะถูกอ่านจากนักวิจัยจำนวนหนึ่งหลังจากที่ห้องสมุดฮาลิแฟกซ์กลายมาเป็นผู้ครอบครองเอกสารสำคัญนี้

แต่เนื้อหาในบันทึกกลับไม่เคยถูกเปิดเผยเป็นวงกว้างมาก่อนเพราะทางผู้มีส่วนเกี่ยวข้องขอร้องให้ปกปิดเนื้อหาส่วนที่อาจจะไม่เหมาะสมนักโดยเฉพาะเรื่องทางเพศของแอน

จนกระทั่งปี 1982 เฮเลนา วิตเบรด (Helena Whitbread) ค้นพบเอกสารและกระหายใคร่รู้ที่จะทำความเข้าใจแต่ละตัวอักษรที่ถูกเขียนขึ้นเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว ดังนั้น เจ้าหน้าที่ห้องสมุดผู้ดูแลจึงส่งต่อคู่มือการถอดรหัสให้เธอ

ครั้งนี้ไม่มีใครห้ามอีกแล้วว่าไม่ควรเปิดเผยเนื้อหาในบันทึก

เรื่องราวของแอน ลิสเตอร์ ในท้ายที่สุดจึงได้รับการเปิดเผยออกสู่สายตาของสาธารณชน

ชีวิตของแอน ลิสเตอร์ เป็นไปอย่างโลดโผน เธอเกิดมาเพื่อเป็นเธอ ไม่ได้แต่งงาน ไม่ได้มีข้อผูกมัดหรือภาระทางครอบครัวเหมือนกับผู้หญิงร่วมสมัยของเธอ

แอนใช้ชีวิตกับการเรียน การทำงานและการเดินทาง

เธอเกิดมาอย่างกระหายหิวที่จะเรียนรู้โลกและออกไปพบโลก

เธอเกิดมาเพื่อรักและเพื่อถูกรัก

 

ชีวิตของแอน ลิสเตอร์ จึงไม่ควรถูกจดจำในฐานะหญิงรักหญิงในหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์อันไกลโพ้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังควรค่าต่อการถูกจารึกในฐานะมนุษย์ที่ข้ามพ้นจากกรอบกฎเกณฑ์ของสังคมและมุ่งมั่นที่จะเติมเต็มจุดมุ่งหมายในชีวิตของเธอตามที่ปรารถนา

แม้ว่าในบางแง่มุม แอนอาจไม่ใช่มนุษย์ที่น่ารักนัก เธอเป็นจอมบงการ ดีดลูกคิดรางแก้วถึงผลประโยชน์ที่เธอจะได้รับ แม้แต่ความสัมพันธ์ของเธอกับคู่ชีวิตก็น่าสงสัยว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะฐานะของแอน วอล์กเกอร์ ที่จะมาช่วยค้ำจุนเธอหรือไม่

ถึงกระนั้นก็ไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่าแอน ลิสเตอร์ คือสตรีที่เหนือกาลเวลาคนหนึ่ง

เธอรู้ว่าชีวิตตนเองนั้นมีคุณค่า มีเป้าหมาย และรู้ว่าต้องทำอย่างไรจึงจะประสบความสำเร็จโดยไม่ต้องมีผู้ชาย

เธอสร้างชีวิตของเธอขึ้นมาเอง

ดูเพิ่มเติม

https://historicengland.org.uk/research/inclusive-heritage/lgbtq-heritage-project/love-and-intimacy/anne-lister-and-shibden-hall/

https://www.bbc.co.uk/news/resources/idt-sh/the_life_and_loves_of_anne_lister

 

บทความก่อนหน้านี้ทักษิณ แนะ ประเทศกลับน่าเชื่อถือ รธน.ต้องเสมอภาค-มีนิติธรรมสากล เป็นกฎหมายสูงสุดเพื่อประชาชน
บทความถัดไปสธ.พบหนุ่มไทย ติดโควิดสายพันธุ์แอฟริกาใต้รายแรก กลับจากแทนซาเนีย