ตรีผลา ตำรับยาที่ไม่ธรรมดา สร้างภูมิต้านโรคโควิด-19 ?

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ/โครงการสมุนไพรเพื่อการพึงตนเอง มูลนิธิสุขภาพไทย www.thaihof.org

ตรีผลายาสร้างภูมิต้านโรคโควิด-19

เมื่อไม่นานมานี้มีรายงานผลการสำรวจความเห็นของผู้เชี่ยวชาญการแพทย์แผนไทยว่า ตำรับยาไทยขนานใดที่เห็นพ้องกันว่าน่าจะป้องกันหรือรักษาโรคโควิด-19 ได้ผลดี โดยใช้วิธีการลงคะแนนเสียงโหวตผ่านอาจารย์กู (Google form) ซึ่งก็คือการสร้างแบบสอบถามรวบรวมข้อมูลทางออนไลน์ ทำให้มีผู้เข้าร่วมอย่างกว้างขวาง และได้ผลสรุปที่ตรงเป้าอย่างรวดเร็วโดยไม่มีการฮั้วหรือการซื้อเสียงแบบการเข้าคูหากาบัตรเลือกตั้ง (ฮา)

ผลการสำรวจซึ่งยังไม่ใช่ผลการศึกษา ปรากฏว่าคนจำนวนมากลงคะแนนโหวตสูงสุดด้านป้องกันโรคโควิด-19 คือ “มหาพิกัดตรีผลา แก้เสมหะสมุฏฐาน” นั่นเอง

คนไทยตาดำๆ อย่าบอกนะว่าไม่รู้จัก “ยาตรีผลา” ขนาดฝรั่งตาน้ำข้าวยังมีสโลแกนติดปากว่า “เมื่อป่วยไข้ไม่แน่ใจว่าจะใช้ยาอะไร ให้กินยาตรีผลาได้เลย” (When in doubt,use Tribala.)

ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ใช่เฟกนิวส์ (ฮา) เพราะตรีผลาเป็นตำรับยาโบราณที่ปรุงจากผลไม้ป่า 3 อย่างคือ สมอไทย สมอพิเภก และมะขามป้อม ซึ่งชาวพุทธรู้จักกันดีเพราะเป็นผลไม้ยาที่พระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้พระฉันหลังเพลได้ เพื่อแก้สมุฏฐานโรค

หรือแก้สาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดโรคในร่างกายนั่นเอง

 

ผลไม้ทั้ง 3 อย่างเป็นผลไม้ธรรมดาที่เคยมีอยู่เต็มป่า แต่เมื่อนำมารวมกันเป็นตำรับทรีอินวัน ก็กลายร่างเป็นตำรับยาที่ไม่ธรรมดา

จึงชวนมาทำความเข้าใจและอธิบายให้แจ่มชัดขึ้น เพราะไม่ใช่มีสรรพคุณเพียงแค่แก้อาการที่เห็นภายนอกเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น เช่น แก้ไอ แก้เสมหะ แก้ท้องผูก เป็นต้น

แต่สามารถพุ่งเป้าไปแก้ที่สมุฏฐานอันเป็นต้นเหตุของการเกิดโรคได้เลย

ดังนั้น ยาตรีผลาจึงมีชื่อเรียกอย่างยิ่งใหญ่ไม่ธรรมดาว่า “พิกัดตรีผลาสมุฏฐาน” เพราะเป็นยาแก้สาเหตุหลักของโรค ไม่ใช่แค่แก้อาการจิ๊บจ๊อยเท่านั้น

ในพระคาถาธรรมบท ตอนชราวรรค กล่าวไว้ว่า “ร่างกายนี้เป็นรังแห่งโรค” อันเป็นที่มาของศาสตร์การแพทย์แผนไทยที่ว่าด้วย “มหาพิกัด” หรือตำรับยาใหญ่ ซึ่งมีความขึ้นต้นตรงกับธรรมบทว่า “กายแห่งบุคคลทั้งหลายนี้ เป็นที่ตั้งแห่งกองสมุฏฐาน”

และที่สำคัญคือ มีข้อสรุปในการวินิจฉัยโรคว่า “สมุฏฐานนี้เป็นรากแก้วแห่งโรคทั้งหลาย” พร้อมกับชี้แนวทางรักษาไว้ด้วยว่า “ถ้าจะแก้ (หรือรักษาโรคให้เด็ดขาด) ต้องแก้ในกองสมุฏฐานเป็นอาทิ (หรือเป็นหลัก)” นั่นเอง

กลับมาที่ผลโหวตให้มหาพิกัดตรีผลา ตำรับที่แก้เสมหะสมุฏฐาน ก็มีคำถามว่า ทำไมต้องพุ่งเป้าไปที่การแก้ “เสมหะสมุฏฐาน”

สำหรับคนทั่วไปที่ไม่ใช่หมอแผนไทยก็มักเข้าใจแบบหมอแผนปัจจุบันว่า “เสมหะ” หมายถึง “เมือกที่ร่างกายขับออกมาทางลำคอและปาก เนื่องจากการระคายเคืองในระบบทางเดินหายใจส่วนต้น”

หรือหมายถึง “มูกที่ข้นกว่าปกติเนื่องจากการขากออกมาจากทางเดินหายใจ”

ถ้าว่ากันตามศาสตร์การแพทย์แผนไทย หากใครอธิบาย “เสมหะ” ตามนิยามแผนตะวันตกดังกล่าว ก็สอบตกแน่นอน

เพราะคำว่า “เสมหะ” มิได้หมายถึงแค่ของเสียที่เป็นเมือกข้นหรือเสลดที่ขากออกมาทางปากจากทางเดินหายใจเท่านั้น

แต่หมายถึงพลังงานและคุณลักษณะของมวลธาตุดินและธาตุน้ำที่เป็นโครงสร้างหลักของร่างกายที่พระท่านเรียกว่าทวัตติงสาการหรืออาการ 32 นั่นแหละ

ด้วยเหตุนี้ ในพระคัมภีร์วรโยคสาร ว่าด้วย เทหลักษณะที่แบ่งลักษณะมวลของร่างกายไว้ 3 ประเภท คือ ผอม (กฤษเทหะ) อ้วน (ถูละเทหะ) และปานกลาง (มัชฌิมเทหะ) จึงระบุว่า “คนอ้วนพึงกระทำให้ผอม” โดยใช้ยาตรีผลาเพื่อลดความอ้วน

ซึ่งก็คือการใช้ยาตรีผลาแก้เสมหะสมุฏฐานเพื่อทำให้มวลเสมหะซึ่งเป็นน้ำหนักของร่างกายลดลงนั่นเอง

ศาสตร์แพทย์แผนไทยถือว่า ความอ้วนเป็นถูละเทหะคือลักษณะที่ไม่ดีทำให้ร่างกายอ่อนแอเป็นบ่อเกิดของโรคภัยไข้เจ็บมากมาย

ในคัมภีร์วรโยคสาร ท่านให้ใช้พิกัดตรีผลาแบบเสมอภาค คือใช้สมุนไพรแต่ละตัวน้ำหนักเท่ากัน บดผงละลายน้ำผึ้ง กินครั้งละ 1 ช้อนชา 4 เวลาก่อนอาหารและก่อนนอน หากกินยานี้เป็นประจำท่านว่า “คนอ้วนกลายเป็นผอมแล”

ยิ่งถ้าใช้ตำรับตรีผลาต้มกินกับแก่นประดู่ แก่นขี้เหล็ก เจตมูลเพลิงแดง และขมิ้นชันด้วยแล้ว นอกจากจะมีสรรพคุณทำให้ “กายอ้วนกลับผอมเป็นปรกติดีแล” ก็ยัง “มีคุณมากเกิดกำลังดังช้างสาร” ต้านภัยโรคร้ายได้หายห่วง

แต่ใน “คัมภีร์สรรพคุณแลมหาพิกัด” นั้น ท่านให้ใช้สมุนไพรแต่ละชนิดน้ำหนักไม่เท่ากัน กล่าวคือ ตำรับตรีผลาแก้เสมหะสมุฏฐาน ให้ใช้ผลไม้ 3 ชนิด ในสัดส่วนน้ำหนักดังนี้

เนื้อสมออัพยา (หรือสมอไทยหรือสมอเทศ อย่างใดอย่างหนึ่ง) 1 ส่วน เนื้อสมอพิเภก 2 ส่วน และเนื้อมะขามป้อม 3 ส่วน บดผงหรือชงน้ำดื่มครั้งละ 1 ช้อนชา 4 เวลาก่อนอาหารและก่อนนอน เพื่อควบคุมเสมหะสมุฏฐานโดยรวมของร่างกายให้เป็นปกติ ไม่ให้โรคทางเดินหายใจอย่างไข้หวัดน้อย หวัดใหญ่เข้าแทรกได้ง่ายๆ ก็น่าจะมีผลต่อหวัดโควิด ซึ่งหากได้ศึกษาอย่างลึกซึ้งต่อไปน่าจะเป็นประโยชน์มาก

ตำรับยาตรีผลา ทั้งที่เป็นมหาพิกัดและพิกัดเสมอภาค คือตำรับยาไทยที่ควรค่าแก่การส่งเสริมการใช้ และน่าจะเป็นทางเลือกในสถานการณ์ไวรัสโคโรนา SARS 2 แต่คงใช้ต้านไวรัสคอร์รัปชั่น SAR TU ไม่ได้ (ฮา)

อย่างไรก็ตาม ในยามนี้ต้องท่องขึ้นใจไว้ว่า ถึงมีตรีผลา ก็อย่าการ์ดตกโดยเด็ดขาด

บทความก่อนหน้านี้หมอเอกเผยเหตุโหวตให้อนุทิน ขอเวลาพิสูจน์ ยันไม่ใช่งูเห่า เป้าหมายหลักอยากให้ทหารออกไปก่อน
บทความถัดไปE-DUANG : จับตา Tony Woodsome จังหวะก้าว ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ