วัคซีนร่างกาย… วัคซีนความคิด วัคซีนเศรษฐกิจ / มุกดา สุวรรณชาติ

มุกดา สุวรรณชาติ

หลักศิลากลางน้ำเชี่ยว

มุกดา สุวรรณชาติ

 

วัคซีนร่างกาย…

วัคซีนความคิด

วัคซีนเศรษฐกิจ

 

ผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 แม้มีผลทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นเปอร์เซ็นต์น้อยเมื่อเทียบกับโรคชนิดอื่น

แต่การระบาดในระดับทั่วโลกทำให้เกิดความหวาดกลัว มีผลต่อระบบชีวิตความเป็นอยู่ และเศรษฐกิจของประชาชนทั้งโลก

นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่า เราคงจะต้องสู้กับโรคระบาดชนิดนี้ไปอีกนานและอาจจะมีโรคอื่นเพิ่มเติมมาอีกก็ได้ การขจัดให้เชื้อไวรัสแบบนี้ให้สูญหายไปจากโลกไม่ใช่เรื่องง่าย

ดังนั้น มนุษย์จึงต้องวางยุทธศาสตร์เพื่อจะดำรงชีวิตอยู่ ในสภาพแวดล้อมที่มีโรคระบาดได้ทุกรูปแบบ ทั้งเบาบาง และหนัก

ผลของการฉีดวัคซีนร่างกาย

ช่วงนี้คนทั้งโลกหวังว่าวัคซีนชนิดต่างๆ ที่เพิ่งผลิตออกมาใช้จะเอาชนะโรดระบาดโควิดได้

วัคซีนโควิด-19 ที่วิจัยอย่างเร่งด่วนมาใช้ ฉีดเพื่อให้ร่างกายสร้างแอนติบอดี้ต่อเชื้อโควิด-19 โดยเทคนิคใหม่ ผู้พัฒนาและผลิตวัคซีนจะนำชิ้นส่วนเล็กๆ ของไวรัส เช่น โปรตีน หรือสารพันธุกรรม (mRNA) มาผลิต เพื่อให้ร่างกายเรารู้จักส่วนหนึ่งหรือหน้าตาของไวรัสตัวนี้ และสามารถสร้างแอนติบอดี้ต่อเชื้อโควิด-19 เพื่อเอาไว้ใช้ได้ แต่ไม่ได้นำไวรัสทั้งตัวมาผลิต

ดังนั้น วัคซีนที่พัฒนาในปัจจุบันจึงไม่สามารถทำให้เกิดโรคโควิด-19 จากวัคซีนได้

ผลโดยตรงของวัคซีนป้องกันโควิด-19 คาดว่าจะสามารถหยุดการระบาดของโรคได้ก็ต่อเมื่อประสิทธิผลของการฉีดวัคซีนสามารถสร้างเสริมให้ประชากรส่วนใหญ่มี ภูมิคุ้มกัน ที่สามารถยับยั้งการก่อโรคโควิด-19 ได้

นั่นคือ วัคซีนต้องมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย ทั่วถึง และทันเวลา ทำให้ผู้ที่ได้รับวัคซีนไม่ติดเชื้อ ไม่เป็นพาหะ และไม่สามารถแพร่เชื้อได้ เมื่อคนส่วนใหญ่ไม่ติดเชื้อ ก็เหมือนกำแพงกั้นโอกาสที่เชื้อโควิดจะแพร่สู่คนหนึ่งไปอีกคนหนึ่งก็ลดลง ทำให้ไม่เกิดการระบาดเป็นวงกว้าง

แต่วัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่เหมาะสม ปลอดภัย มีประสิทธิภาพสำหรับประเทศไทย คงต้องรอดูอีกสักพัก

ผลโดยอ้อมคือวัคซีนที่ผลิตมาเพื่อต่อต้านโรคโควิด-19 มีคุณสมบัติที่เป็นยาให้กำลังใจทำให้เกิดความกล้าที่จะเผชิญกับโรคโควิด และกลับมาใช้ชีวิตในการทำงานได้

ดังนั้น วัคซีนที่ผลิตขึ้นจึงมีความสำคัญในเชิงประสิทธิผลและประสิทธิภาพ ต้องพิสูจน์ได้ว่าป้องกันได้มาก จะทำให้ความหวาดกลัวของผู้คนก็หายไป

ถ้าได้ผลน้อย คือฉีดไปแล้วคนส่วนใหญ่ก็ยังติดโรคนี้อยู่ จะทำให้ความหวาดกลัวต่อโรคนี้ดำรงอยู่ต่อไป การทำงาน ทำธุรกิจก็จะหยุดชะงัก การท่องเที่ยวก็ยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ ผลในเชิงจิตวิทยา มีความหมายมากแม้ว่าในอนาคตอาจจะมีความสามารถผลิตออกมาได้ดี แต่ในระยะเฉพาะหน้านี้ คนต้องการความมั่นใจ

ลองคิดดูว่าถ้าฉีดวัคซีนไป 10 ล้านคน ได้ผล 6 ล้านคน อีก 4 ล้านคนกลับมาติดเชื้อชนิดนี้ต่อและนำไปแพร่กระจายต่อไปได้อีก การระบาดของโรคก็จะไม่สิ้นสุดง่ายๆ ถ้าอาการติดเชื้อเหล่านี้แสดงออก

แม้เพียง 10-20% ก็จะสร้างความวิตกกังวลกับสังคมทั้งประเทศต่อไป

 

วัคซีนทางความคิด

คือแนวทางสู้โควิด ที่ถูกต้อง

วิธีป้องกันและแก้ไข ในเมื่อโรคระบาดนี้ยังคงอยู่ในระดับทั่วโลกคือจะต้องปรับแนวคิดและความเข้าใจเกี่ยวกับโรคชนิดนี้ ปรับวิถีชีวิตบางส่วน เพื่อให้อยู่ได้ ปรับระบบการค้าและเศรษฐกิจ และปรับปรุงความรู้ ความสามารถทางวิทยาศาสตร์เพื่อใช้ป้องกันและรักษาโรคนี้

ทุกวันนี้เราพูดถึงวัคซีน วัคซีนที่เรามุ่งหวังคือสามารถป้องกันโรคนี้ได้ แต่ทั้งระบบสังคมไม่ได้ต้องการเฉพาะวัคซีนสำหรับร่างกาย แต่ต้องให้วัคซีนทางความคิด

ต้องพยายามทำให้ประชาชนเข้าใจรายละเอียดของโรคนี้ และรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวไปกว่าโรคชนิดอื่นๆ ซึ่งมีคนเสียชีวิตมากกว่าหลายเท่า เช่น คนไทยเสียชีวิตเพราะมะเร็ง 84,000 คนต่อปี แต่โควิดมีผู้เสียชีวิตเพียง 70 คน

เมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา เพียง 7 วันมีคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ 392 คน บาดเจ็บ 3,500 คน

แม้การใช้รถยนต์เดินทางทุกคนรู้ว่ามีโอกาสเกิดอุบัติเหตุถึงชีวิต แต่ทำไมคนส่วนใหญ่ก็ยังใช้ เพราะมันเป็นความจำเป็น และเป็นวิถีชีวิตปกติตามยุคสมัย

แต่เราก็คิดการป้องกันขึ้นมา

ทั้งในตัวรถที่มีระบบเบรก ไฟเลี้ยว ไฟเบรก เข็มขัดนิรภัย ถุงลมนิรภัย

ภายนอกก็ยังมีกฎระเบียบของการจราจร สัญญาณไฟ กฎหมายจราจร เจ้าหน้าที่ การออกแบบถนน สะพาน ทางด่วน อย่างถูกหลักวิศวกรรม

ระบบการเดินทางด้วยรถยนต์ ถูกใช้มานานถึง 135 ปี จากรถพลังงานไอน้ำ เป็นน้ำมัน และกำลังเปลี่ยนเป็นไฟฟ้า มีอุบัติเหตุ มีคนตาย บาดเจ็บมาตลอด แต่คนเราก็ปรับตัวใช้มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะนี่คือวิถีชีวิต

ส่วนผู้บริหารก็ต้องรู้จักคิด กำหนดยุทธศาสตร์ ในระยะยาว การทำให้คนกลัวมากเกินไป เมื่อถึงเวลาที่ยากลำบาก จะไม่สามารถผลักดันมาตรการในการฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ เพราะเมื่อการค้า การบริการลดลง เงินก็ไม่มี

รัฐจะแจกไปตลอดได้อย่างไร

ถ้าธุรกิจทรุดลงจนล้มไปแล้ว เป็นจำนวนมาก การฟื้นฟูจะทำได้ยากมาก

 

มาตรการการป้องกัน

คือวัคซีนที่ฉีดให้สังคม

เริ่มตั้งแต่มาตรการเบื้องต้น ทั้งเรื่องหน้ากากการล้างมือ ชาวบ้านเข้าใจและทำได้ดี

แต่ที่สำคัญและเป็นจุดอ่อน คือการระบาดข้ามแนวชายแดน อันนี้เป็นหน้าที่ของรัฐโดยตรงที่จะควบคุมแนวชายแดนโดยเฉพาะในเขตติดต่อที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก นับจำนวนทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครเราก็มีจำนวนไม่น้อย ถ้าป้องกันคนธรรมดา ข้ามแดนมาไม่ได้ จะสามารถป้องกันการรุกรานของกองกำลังที่ไม่หวังดีได้อย่างไร นี่จะเป็นการวัดประสิทธิภาพของฝ่ายความมั่นคง

แต่สถานการณ์เฉพาะหน้านี้ชายแดนด้านตะวันตกต้องไม่เปิดเลย ถ้ายังมีคนข้ามไปทำงานไปบ่อนพนันแล้วพาโรคระบาดกลับมา โรงพยาบาลแม่สอด หรือทั้งจังหวัดตาก คงรับมือไม่ไหว จะกลายเป็นอู่ฮั่นของไทย ใครหนีข้ามมามาต้องส่งกลับทั้งหมด ใครที่ร่วมมือในการขนย้ายคนต้องลงโทษ

การระบาดเฉพาะกลุ่ม เช่น ตามบ่อนพนันซึ่งส่วนใหญ่เป็นบ่อนปิด ปิดทึบ ดังนั้น เวลามีโรคระบาด ทุกคนที่เข้าไปอยู่ในนั้นเกิน 1 ชั่วโมงก็จะติดเชื้อเป็นส่วนใหญ่ การเข้มงวดเรื่องนี้ถูกต้องแล้ว แต่ถ้ายังจับเจ้าของบ่อนไม่ได้ โอกาสที่จะเปิดขึ้นมาอีกก็มีอยู่ตลอดเวลา

ปัญหาพื้นฐานมันอยู่ที่คนติดการพนัน อดไม่ได้ที่จะเล่น แต่ขณะนี้บ่อนชายแดนรอบประเทศไทยข้ามไปเล่นลำบากเนื่องจากสถานการณ์โควิด ก็เลยเป็นนาทีทองของการแอบเปิดบ่อนในเมืองต่างๆ เมื่อนักเล่นรู้เป็นร้อยพันคน ทำไมเจ้าหน้าที่จะไม่รู้

รัฐบาลได้วางมาตรการป้องกันการระบาด ซึ่งมีทั้งที่เหมาะสมและไม่เหมาะสม และมีที่เป็นปัญหาในการประกอบอาชีพ และการใช้ชีวิตปกติ

หลายเรื่องดูไม่เป็นเหตุเป็นผล เช่น การให้ร้านอาหารเปิดขายได้ถึงแค่ 21:00 น. ยิ่งบีบเวลาให้สั้นมาก คนขายก็จะมีโอกาสประกอบอาชีพได้น้อยลง รายได้ก็น้อยลง ในขณะเดียวกันลูกค้าก็มีช่วงเวลาที่จำกัด แต่ถ้ายิ่งเปิดขายให้มีชั่วโมงบริการนานมากขึ้น ลูกค้าก็สามารถกระจายออกตามเวลา ทำให้ไม่ต้องแออัด เพราะการระบาดของเชื้อโรคไม่เกี่ยวกับช่วงเวลาเช้าหรือค่ำ แต่เป็นความแออัดของผู้คนในพื้นที่ที่จำกัด

ร้านที่มีดนตรีทำมาหากินได้ในช่วงกลางคืน ถ้าไปจำกัดแบบนั้น ก็เหมือนการปิดนั่นเอง ร้านทั้งหลายเหล่านี้ แม้ติดแอร์แต่ก็สามารถกำหนดให้มีการเปิดประตูหน้าต่างเพื่อถ่ายเทอากาศให้มากขึ้น จำกัดจำนวนผู้เข้าใช้บริการ แม้จะเปลืองค่าไฟไปบ้างแต่ก็ยังพอดำเนินธุรกิจไปได้

การประกาศปิดตลาดนัดที่เป็นพื้นที่โล่งแจ้งแต่ให้เปิดร้านค้าที่ติดแอร์และมีขนาดเล็กซึ่งมีโอกาสติดโรคได้มากกว่า ดูแล้วก็ไม่มีเหตุผล ตลาดนัดหรือตลาดสดที่มีพื้นที่โล่งไม่ติดแอร์น่าจะปลอดภัยกว่า

การเรียนของเด็กๆ ก็เช่นกัน จากสถิติก็รู้อยู่แล้วว่าคนอายุน้อยในวัยเรียนมีโอกาสติดโรคนี้น้อยมาก จะไปปิดโรงเรียนทำไมถ้าไม่ใช่พื้นที่ที่มีการระบาดหนัก

การให้เด็กอยู่บ้านกลายเป็นภาระของผู้ปกครองที่มีลูกเล็กเพราะไม่มีคนดูแล บางคนถึงกับต้องหยุดงานมาดูลูก

ถ้ามาตรการป้องกันเหมาะสมคือสังคมได้ฉีดวัคซีนที่ดี

 

วัคซีนเศรษฐกิจ

ต้องให้คนมีงานทำ

ช่วยเหลือเรื่องหนี้

หลายประเทศได้สรุปกันแล้วว่าถ้าหวาดกลัวโรคระบาดนี้แล้วปิดบ้านปิดเมือง จะทำให้เศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ล้มระเนระนาด ในสังคมปัจจุบันระบบการผลิต การบริการ การบริโภค สัมพันธ์กันตั้งแต่ชนบทถึงในเมือง ระหว่างเมืองต่อเมือง และประเทศต่อประเทศ ความเสียหายทางเศรษฐกิจจะมีผลไปทั่วโลกไม่ว่าประเทศนั้นจะมี covid ระบาดมากหรือน้อยก็ตาม

เช่นเดียวกับประเทศไทย เราไม่สามารถล็อกดาวน์และหยุดงานกันเป็นเวลานานได้เพราะจะทำให้เกิดการเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมากมาย

ถ้าทำอย่างนั้นธุรกิจจะล้มลงเป็น 10 ล้านราย ความยากจนจะแผ่ไปทั่วประเทศ

ทางรอดของเราคือ ต้องต่อสู้กับโควิด พร้อมประกอบอาชีพ ทำงานไปด้วย ตอนนี้หลายประเทศทำแบบนี้ แม้จะมีคนติดโรคเพิ่มมากขึ้นนิดหน่อยก็ไม่เป็นไร เพราะยังมีมาตรการอื่นๆ มาช่วยแก้ไขต่อไป

เมื่อเศรษฐกิจอ่อนแอลง คนจะไม่มีงานทำ ความยากจนจะแผ่ไปทั่ว ความอดอยากจะเกิดขึ้น การเยียวยากลุ่มคนจนและคนที่ไม่มีกำลังให้ผ่านวันเวลาที่ยากลำบากไปได้

ทำอย่างไรจึงจะป้องกันระบบเศรษฐกิจและผู้คนล้มละลาย เรื่องนี้สำคัญมาก จะทำได้ก็ต่อเมื่อคนมีงานทำ ดังนั้น การสนับสนุน SME 10 ล้านรายและลูกจ้างคนทำงานหลายสิบล้านคนต้องทำอย่างเร่งด่วน รัฐไม่ควรทำเพียงเรื่องแจกเงินเล็กน้อย แต่ต้องคิดว่าจะดำรงให้มีงานทำอย่างไร

ถ้าวัคซีนตัวนี้ไม่ดีคนจะตายเพราะเศรษฐกิจมากกว่าโควิดหลายเท่า

 

ความรับผิดชอบของรัฐบาล

ขณะนี้รัฐบาลกำลังดำเนินการทุกเรื่อง แม้ประชาชนจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ไม่มีสิทธิ์เลือก

ในเรื่องวัคซีนคือวัคซีนต้องมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย ทั่วถึง และทันเวลา ทำให้ผู้ที่ได้รับวัคซีนไม่ติดเชื้อ แต่ตอนนี้ต้องรอไปก่อน

ถ้าให้วิเคราะห์ในเชิงยุทธวิธีประเทศไทยควรจะเปิดโอกาสให้วัคซีนหลายชนิดนำเข้ามาใช้ในเมืองไทยในเมืองไทยอย่างเร่งด่วน เพื่อจะได้พิสูจน์ประสิทธิภาพของแต่ละแบบแต่ละยี่ห้อ ว่า เมื่อใช้กับคนไทยแล้วแบบไหนที่ได้ผลมากที่สุด เพื่อในการสั่งซื้อเข้ามาครั้งหลัง จะได้วัคซีนที่มีคุณภาพสูงมีเปอร์เซ็นต์สูง เพราะเราไม่ได้ใช้ครั้งเดียว

คำแนะนำที่ว่าไม่ควรแทงม้าตัวเดียวก็น่าจะมีเหตุผลมาจากเรื่องนี้

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย จะฟื้นตัวเร็วหรือช้า นักท่องเที่ยวจะกล้ามาหรือไม่เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร คนไทยจะอยู่อย่างไรขึ้นอยู่ฝีมือของรัฐบาล และรัฐบาลจะเป็นอย่างไร อีก 6 เดือนก็จะได้พิสูจน์กัน

บทความก่อนหน้านี้บทวิเคราะห์ | มรสุมรุมเขย่าเก้าอี้ ‘บิ๊กปั๊ด’ ทั้งต่างด้าว-บ่อน-ม็อบ หึ่ง! สัญญาณแรงทำ ผบ.ตร.เข้ม
บทความถัดไปอ.เจษฎา ร้อง “ประยุทธ์” วอนเปิดสถานศึกษา 1 ก.พ.นี้ ซัด ศบค.ปกปิดความจริง ปมเด็กไม่เป็นกลุ่มเสี่ยง