วัคซีนแอนตี้โควิด : อาวุธใหม่ทางภูมิรัฐศาสตร์ (จบ) / เกษียร เตชะพีระ

เกษียร เตชะพีระ

เกษียร เตชะพีระ

วัคซีนแอนตี้โควิด

: อาวุธใหม่ทางภูมิรัฐศาสตร์ (จบ)

แผนที่โลกของหนังสือพิมพ์เลอมงด์ด้านบนแสดงข้อมูลถึงวันที่ 17 ธันวาคม ศกก่อนว่าประเทศหรือเขตแคว้นใหญ่ต่างๆ ได้สั่งจองซื้อวัคซีนแอนตี้โควิดไว้กี่ล้านโดส (ตัวเลขในวงเล็บข้างชื่อประเทศหรือเขตแคว้นเป็นหน่วยล้านโดส) และวัคซีนที่สั่งซื้อพอจะครอบคลุมรองรับประชากรของตนได้มากน้อยเท่าไหร่ (ซึ่งมีตั้งแต่ระดับต่ำสุด 1-25% ไปจนถึงสูงกว่า 500% ของประชากรทั้งหมด)

การที่รัฐบาลหลายประเทศสั่งจองซื้อวัคซีนแอนตี้โควิดไว้มากกว่าจำนวนประชากรอย่างล้นเหลือเฟือฟายนั้นก็เนื่องจากความไม่มั่นใจเกี่ยวกับวัคซีนใหม่ๆ นั่นเอง การที่ยังไม่รู้แน่ว่าภูมิคุ้มกันโควิด-19 ที่เกิดจากวัคซีนจะอยู่ได้นานเท่าไหร่ทำให้เกรงกันว่าจะต้องฉีดวัคซีนซ้ำใหม่อีกหรืออาจเกิดปัญหาในสายโซ่โลจิสติกส์ของวัคซีนก็เป็นได้ จึงสั่งเกินล่วงหน้าเอาไว้เผื่อเหลือเผื่อขาด

ในบรรดาประเทศ/เขตแคว้นที่สั่งซื้อวัคซีนล่วงหน้าทั้งหลาย ที่น่าสนใจคือโครงการ COVAX ซึ่งสั่งจองซื้อไว้ 700 ล้านโดส COVAK เป็นกลไกระดมเงินทุนที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ร่วมกับองค์การอื่นบางแห่งก่อตั้งขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกแก่เหล่าประเทศยากจนให้สามารถเข้าถึงวัคซีนได้บ้าง

ทว่าวิธีการเข้าถึงวัคซีนส่งผลให้ข้อตกลงทวิภาคีระหว่างกลุ่มบริษัทยายักษ์ใหญ่กับมหาอำนาจบางประเทศ/กลุ่มประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป ยึดครองเอาวัคซีนส่วนใหญ่ไปเสีย

บรรดาประเทศร่ำรวยซึ่งออกทุนอุดหนุนการวิจัยยึดครองเอาวัคซีนส่วนใหญ่ไปได้ (Le Monde, 21 ธันวาคม 2020

หากมองจากแง่มุมแหล่งค้นคว้าผลิตวัคซีนแอนตี้โควิดหลักๆ มีข้อมูลปรากฏดังนี้คือ :

วัคซีนของ Pfizer-BioNTech เป็นวัคซีนแอนตี้โควิดเจ้าแรกที่ได้รับอนุมัติให้แจกจ่ายฉีดแก่ประชากรในสหรัฐอเมริกากับสหราชอาณาจักร การรณรงค์ฉีดวัคซีนเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 8 ธันวาคมศกก่อนใน สหราชอาณาจักรและเมื่อวันที่ 14 ธันวาคมศกก่อนในสหรัฐอเมริกา

วัคซีนของรัสเซียถูกนำไปฉีดแพร่หลายให้ชาวรัสเซียตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคมศกก่อนโดยอาศัยการอนุมัติให้ใช้ได้แบบฉุกเฉิน โดยที่ยังไม่ทันผ่านการทดสอบเชิงคลีนิกจนครบ 3 ขั้นตามเกณฑ์ปกติทางการแพทย์

วัคซีนของจีนก็นำไปฉีดให้ประชากรจีนในขอบเขตจำกัดบางแวดวง (ผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์, ทหาร) แล้วตั้งแต่ฤดูร้อนปีก่อนในแบบฉุกเฉินคือยังไม่ทันผ่านการทดสอบเชิงคลินิกครบ 3 ขั้นเช่นกัน

วัคซีน Sinapharm ของจีนได้รับอนุมัติให้นำไปใช้ฉีดแบบฉุกเฉินได้ในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ตั้งแต่วันที่ 14 กันยายนศกก่อน

และในที่สุดก็ได้รับอนุมัติอย่างเป็นทางการตามเกณฑ์ปกติเมื่อวันที่ 9 ธันวาคมศกก่อน

บทความก่อนหน้านี้“นักร้องอิสระ” วอน “ประยุทธ์” ไฟเขียวเปิด “ผับ-บาร์ เยียวยาเงินสด”
บทความถัดไปเทเบียร์ประท้วงหน้า สธ. คาใจกลายเป็น ‘แพะ’ จ่อทวงคืนภาษี ยื่น 3 ข้อ วอนรัฐผ่อนปรน