เขย่าสนาม / เงาปีศาจ/สกล วรรณพงษ์ ผู้พายิงปืนไทยพ้นแดนสนธยา

เขย่าสนาม/เงาปีศาจ

สกล วรรณพงษ์

ผู้พายิงปืนไทยพ้นแดนสนธยา

 

ยิงปืนเป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่เป็นความหวังของทัพนักกีฬาทีมชาติไทยมาอย่างต่อเนื่องทั้งในมหกรรมกีฬา อย่างซีเกมส์และเอเชี่ยนเกมส์

ส่วนโอลิมปิกเกมส์ นักแม่นปืนไทยสามารถคว้าโควต้าเข้าไปลั่นไกมาแล้วหลายต่อหลายสมัย เช่นเดียวกับรายการชิงแชมป์โลก นักยิงปืนไทยมีเหรียญติดมือกลับบ้านทั้งการผงาดครองทั้งแชมป์โลก รองแชมป์โลก หรือเหรียญทองแดง นักแม่นปืนไทยคว้ามาครองหมดแล้ว

แม้ผลงานทีมยิงปืนไทยในห้วงเวลาที่ผ่านมาจะแจ่มจรัสในเวทีเอเชียและระดับโลก แต่ในแง่มุมของการบริหารงานของสมาคมกีฬายิงปืนแห่งประเทศไทยฯ ยังเป็น “คำถาม” ตัวโตว่า มันเกิดอะไรขึ้นกับการมีปัญหาภายในสมาคม แบ่งฝักแบ่งฝ่าย แย่งชิงอำนาจการบริหารงาน

ยิงปืนเป็นหนึ่งในสมาคมกีฬาที่มีปัญหาภายในระดับมหากาพย์มายาวนาน หลายครั้งหลายครากระทบไปถึงการเตรียมทีม และผลงานของนักแม่นปืนไทยด้วย

 

ปัญหาระดับอมตะของสมาคมกีฬายิงปืนแห่งประเทศไทยฯ เริ่มต้นขึ้นต้องย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2553 ปองพล อดิเรกสาร ที่นั่งเก้าอี้นายกสมาคมกีฬายิงปืนแห่งประเทศไทยอยู่ในสมัยที่ 8 (สมัยละ 2 ปี) ได้ตัดสินใจประกาศยุติบทบาทการเป็นนายกสมาคม เนื่องจากเวลานั้นไม่ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มนักกีฬายิงปืน รวมถึงฝ่ายบริหารแบ่งก๊ก แบ่งเหล่า แย่งชิงอำนาจกันอย่างดุเดือด ซึ่งนายปองพลระบุเหตุผลว่า บริหารงานมานานถึง 7 สมัย จึงต้องการให้คนใหม่เข้ามาบริหารปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเตรียมนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 ในปีเดียวกัน ที่นครกว่างโจว ประเทศจีน

หลังจากอดีตนักการเมืองระดับ “ขาใหญ่” อย่างปองพล อดิเรกสาร หันหลังให้วงการยิงปืน สมาคมกีฬายิงปืนฯ ต้องตกอยู่ในห้วง “สุญญากาศ ไร้ทิศทาง”

หลายครั้งหลายคราได้มีความพยายามเลือกตั้งนายกสมาคม ผู้ที่เข้ามาบริหารงานในตำแหน่ง “นายกสมาคม” ไม่ว่าจะเป็น นพ.เอาชัย กาญจนพิทักษ์, อธิปรัฐ กาญจนสุวรรณ, พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง, พล.ท.ทวิช ชินบัญช จนมาถึงคิวของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา* ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ในสมัยนั้น) เข้ามาสยบปัญหาเป็นการชั่วคราวทำให้ทุกอย่างเบาลงก็จริง

แต่ยังมีแรงกระเพื่อม คลื่นใต้น้ำอยู่เป็นระลอก เพราะ “ขุมทรัพย์” ในวงการกีฬายิงปืนของเมืองไทยนั้นมากมายมหาศาล กระสุนปืนแต่ละนัดที่นักกีฬาลั่นไกฝึกซ้อมไปรวมๆ ต่อปี หลายแสน หลายล้านนัด ล้วนแต่เป็นเงินแทบทั้งสิ้น

กระทั่งเมื่อต้นปี 2563 สมาคมกีฬายิงปืนฯ จัดประชุมใหญ่เพื่อเลือกตั้งนายกสมาคมอีกครั้ง หลังจากที่สมาคมกีฬายิงปืนแห่งประเทศไทยฯ จัดการประชุมใหญ่วิสามัญเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 พร้อมกับมีวาระการเลือกตั้งนายกสมาคมคนใหม่

ปรากฏว่า “บิ๊กเสือ” สกล วรรณพงษ์ อดีตผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้รับเลือกให้เข้ามาดำรงตำแหน่ง “นายกสมาคม”

 

แม้จะมีผู้ทักท้วงถึงคุณสมบัติความเหมาะสม จนทำให้มีการตรวจสอบกันเป็นระยะเวลา 3 เดือน และเมื่อสิ้นสุดกระบวนการตรวจสอบ “บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. ได้ลงนามรับรองคณะกรรมการบริหารสมาคมภายใต้อุ้งมือของคนใจถึงอย่างสกล วรรณพงษ์ ให้เข้ามานั่งตำแหน่งนายกสมาคมกีฬายิงปืนแห่งประเทศไทยฯ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2563 โดยมีวาระการบริหารงานเป็นเวลา 4 ปี จนถึงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567

การเข้ามาของ สกล วรรณพงษ์ ทำให้หลายต่อหลายคนในวงการยิงปืนเมืองไทยเริ่มหนาวๆ ร้อนๆ บ้างก็กลัวจะโดนเช็กบิล บ้างก็กลัวจะโดนเปิดแผลจนทำให้อาจโดนตรวจสอบย้อนหลังได้

ทันทีที่เข้ามานั่งนายกสมาคมกีฬายิงปืนแห่งประเทศไทยฯ เป็นคนที่ 8 สกล วรรณพงษ์ ได้ตั้งคณะกรรมการบริหารงาน โดยนำคณะกรรมการชุดเก่ามาผสมผสานรวมกัน ยกเว้นตำแหน่งเลขาธิการ ได้แต่งตั้ง โศภิศรา ทิพยมณฑล มาทำหน้าที่ และได้ พล.อ.พินิจ โจมพรม, พล.ร.ต.วศิน บุญเนือง, วิชิต เชี่ยวเวช, ชัยรัตน์ รัตนสุภากร และ ผศ.ทศพร เหรียญเจริญ เป็นอุปนายก

สกล วรรณพงษ์ บอกว่า บริหารงานมาครึ่งปีแล้ว ก็ยังยืนยันคำเดิม ไม่รู้สึกกดดันกับการมานั่งในตำแหน่งนายกสมาคมกีฬายิงปืนฯ เพราะสมัยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ กกท.บริหารงานบริหารเงิน 6,000-7,000 ล้านบาทต่อปี ก่อนจะเข้ามานั่งบริหารในตำแหน่งนายกสมาคมกีฬายิงปืนฯ รับทราบว่ามีปัญหาภายในไม่เบาเลย ไม่ว่าจะเป็นปัญหากระสุนฝึกซ้อมของนักกีฬา ซึ่งก็ต้องเร่งแก้ไขดำเนินการให้ถูกต้อง

ส่วนความขัดแย้งไม่สามารถเข้าไปเกี่ยวข้องได้ เพราะเป็นเรื่องการฟ้องร้องของชุดเก่า ส่วนคณะกรรมการชุดนี้ขอมุ่งมั่นตั้งใจ เดินหน้าทำงานต่อไปให้เกิดประสิทธิผล ประสิทธิภาพมากที่สุด หลีกเลี่ยงการขัดแย้งและดำเนินงานอย่างโปร่งใสที่สุด

 

คนระดับสกล วรรณพงษ์ เป็นคนฉลาด แม้บุคลิกที่ผ่านมาจะใจถึง แข็งกร้าว แต่กับสมาคมกีฬายิงปืนฯ สกล วรรณพงษ์ เลือกที่จะใช้ “ศาสตร์” และ “ศิลป์” บริหารสมาคม พยายามดึงทุกฝ่ายเข้ามาเป็นพวก คุยกันแบบเปิดใจ ไม่เอา “ผลประโยชน์” มากองไว้บนโต๊ะเจรจา แต่เลือกที่จะเอา “ผลประโยชน์” ทิ้งไว้หน้าห้อง ทำให้ได้รับการยอมรับเป็นอย่างดี

สกล วรรณพงษ์ บอกต่อไปอีกว่า ภารกิจเร่งด่วนที่สกล วรรณพงษ์ ต้องรีบดำเนินการเป็นเรื่องดูแลเรื่องเบิกงบประมาณให้เร็ว เพื่อนักกีฬาได้เบี้ยเลี้ยงในการฝึกซ้อม และส่งนักกีฬาไปแข่งขันรายการสำคัญต่างประเทศ แม้ว่าช่วงนี้ยังติดปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่คิดว่ากลางปีนี้ทุกอย่างจะคลี่คลายไปในทางที่ดี

ตอนนี้นักกีฬายิงปืนได้โควต้าโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น กลางปี 2021 แล้วจำนวน 3 คน คือ “เอิณ” นภัสวรรณ หย่างไพบูลย์ (ปืนสั้นมาตรฐาน), “ธันย่า” ธันยากร พฤกษกร (ปืนสั้นหญิง 25 เมตร) และ “กัปตัน” อิสรานุอุดม ภูริหิรัญพัชร์ (ปืนสั้นยิงเร็วชาย 25 เมตร)

ที่เหลือยังอีก 1 โควต้าที่มองว่าน่าจะได้เพิ่มจาก “อัส” นภิศ ตั้งต่อพานิช ประเภทปืนยาว ซึ่งจะมีการแข่งขันรอบคัดเลือกรายการสุดท้ายที่ประเทศอินเดียในเดือนมีนาคม 2564 ขณะที่การแข่งขันซีเกมส์ วันที่ 21 พฤศจิกายน-2 ธันวาคม 2564 ที่ประเทศเวียดนาม, การแข่งขันเอเชี่ยนอินดอร์และมาเชียลอาร์ตเกมส์ ที่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 10-20 มีนาคม 2565

และการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 ระหว่างวันที่ 10-25 กันยายน 2565 ที่เมืองหางโจว ประเทศจีน ทัพยิงปืนไทยต้องกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง

นี่คือคำมั่นสัญญาใจจากอดีตผู้ว่าการ กกท. อย่างสกล วรรณพงษ์

บทความก่อนหน้านี้‘ธนกร’ ย้อน พท.ใช้อะไรคิด ‘ประยุทธ์’ อยู่ 7 ปีไร้ประสิทธิภาพ สู้ ‘ไบเดน’ ทำงาน 1 วันไม่ได้
บทความถัดไปเครื่องเสียง/พิพัฒน์ คคะนาท /LOG Dialog I Stereo Hi-End Audio System