เมื่อคนข้างตัว ฉีดวัคซีนโควิด-19 Sinovac ให้ผล 50.4% พอใจไหม / รายงานพิเศษ

รายงานพิเศษ
มงคล วัชรางค์กุล

เมื่อคนข้างตัว
ฉีดวัคซีนโควิด-19
Sinovac ให้ผล 50.4% พอใจไหม

มีคำถามมากมายจากพรรคพวกทางเมืองไทยว่า วัคซีนโควิด-19 ที่ฉีดในอเมริกาปลอดภัยแน่หรือ
The Epoch Times 16 มกราคม 2021 รายงานว่า
มีชาวอเมริกัน 55 คนเสียชีวิตหลังจากฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั้งของ Pfizer-BioNTech และ Moderna ทั้งนี้ จากรายงานของ the Vaccine Adverse Event Reporting System (VAERS) ระบบรายงานผลร้ายของวัคซีน
VAERS คือระบบรายงานผลการฉีดวัคซีนของรัฐบาลกลาง (Federal) คนที่จะรายงานต้องเข้าไปลงทะเบียนเป็นสมาชิกก่อน ใครก็ลงทะเบียนได้ ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานด้านสาธารณสุข (health care providers), คนป่วย (patients) หรือสมาชิกครอบครัวของคนเหล่านั้น
ในขณะเดียวกัน VAERS บอกว่ายังขาดรายละเอียดและมีบ่อยครั้งที่มีข้อมูลที่ผิดพลาด แต่ก็เป็นข้อผิดพลาดเพียงเล็กน้อย ถือเป็นเรื่องต่ำกว่าธรรมดาสำหรับเหตุการณ์ที่จริงจัง (serious)
ในบางเคส คนที่ฉีดวัคซีนตายหลังจากฉีดไม่กี่วัน
ชายคนหนึ่งอายุ 66 ปี อยู่บ้านพักคนชราในโคโรลาโด นอนตายตาค้างครึ่งหนึ่ง น้ำลายฟูมปากบนเตียง หลังจากฉีดวัคซีน Moderna หนึ่งวัน
ในอีกเคส ชายอายุ 93 ปีแห่งรัฐเซาธ์ดาโกตา ฉีดวัคซีนของ Pfizer-BioNTech วันที่ 4 มกราคม ตอน 11 โมงเช้า หลังจากนั้น 2 ชั่วโมง เขาบอกว่ารู้สึกเหนื่อย ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างปกติ เขาถูกนำกลับไปที่ห้องพักแล้วบอกว่ารู้สึกเท้าหนักยกขาไม่ขึ้น แล้วจากนั้นก็หยุดหายใจ
พยาบาลรายงานว่าไม่มีการผายปอดช่วย

โฆษกขององค์การอาหารและยา Food and Drug Administration (FDA) แถลงว่า รายงานการเสียชีวิตจากการฉีดวัคซีนจะได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มงวดโดยรีบด่วนร่วมกันระหว่าง FDA กับ CDC Centers for Disease Control and Prevention ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค
เจ้าหน้าที่ที่ทำงานด้านสาธารณสุขบอกว่าเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ที่จะค้นหาจากข้อมูลของ VAERS ว่าวัคซีนก่อให้เกิดผลร้ายแรง
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของ VAERS ยังบอกผ่านเว็บไซต์อีกว่า รายงานในระบบไม่ได้พิสูจน์ว่าวัคซีนก่อให้เกิดผลร้าย และไม่มีข้อพิสูจน์ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีผลมาจากวัคซีนจนต้องยอมรับในรายงาน
ในรายงานนี้บอกอีกว่า กล่าวถึงเรื่องคนตาย ยังมีรายงานว่า มี 96 คนที่ฉีดวัคซีนแล้วมีอาการ “คางเหลือง” (life-threatening events) เกือบตาย, มี 24 คนที่ป่วยพิการถาวร (permanent disabilities), 225 คนต้องเข้านอนโรงพยาบาล และ 1,388 คนต้องเข้าห้องฉุกเฉิน
ทั้ง CDC และ FDA ต่างมีข้อมูลกลางที่รายงานผลร้ายของการฉีดวัคซีน
ผู้อำนวยการศูนย์การฉีดวัคซีนและโรคทางเดินหายใจแห่งชาติของ CDC (CDC’s National Center for Immunization and Respiratory Diseases) แถลงเมื่อ 6 มกราคม 2021 ว่า
ผลร้ายจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 มีอัตรา 11.1 ในหนึ่งล้านคนที่ฉีดวัคซีน เปรียบเทียบกับอัตรา 1.3 ในหนึ่งล้านคนที่ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ (Flu shorts)
ผู้อำนวยการคนนี้ยังบอกอีกว่า นับถึง 15 มกราคม มีคนอเมริกันฉีดวัคซีนแล้ว 10.5 ล้านคน ตายไป 55 คน
สำนักงานกลางสาธารณสุข (Federal health official) บอกว่า รายงานผลร้ายจากการฉีดวัคซีนจะได้รับการตรวจสอบ
“นี่คือวัคซีนที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ เรามีข้อมูลที่ดีที่สนับสนุน”
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีรายงานเรื่องหมอผู้ชายคนหนึ่งอายุ 56 ปี ทำงานที่โรงพยาบาลในไมอามี ฉีดวัคซีนของ Pfizer เมื่อ 18 ธันวาคม ต่อมามีอาการ Thrombocytopenia “โรคเกล็ดเลือดต่ำ” ทำให้เลือดออกง่าย ไม่แข็งตัว โดยเฉพาะเกิดเลือดออกในสมอง
หมอคนนี้เสียชีวิตหลังจากฉีดวัคซีนแล้ว 16 วัน
ข่าวนี้ทำให้ผู้คนตกใจ เกิดคำถามว่า วัคซีนปลอดภัยจริงหรือ
Pfizer แถลงว่า ยังไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงเรื่องโรคเกล็ดเลือดต่ำกับการฉีดวัคซีน แต่จะทำการสอบสวนอย่างใกล้ชิด
รายงานของ VAERS ออกมาหลังจากมีรายงานว่าคนฉีดวัคซีน Pfizer ในนอร์เวย์เสียชีวิต 13 คน

คนข้างกายผมฉีดวัคซีน Pfizer เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2020 หนึ่งอาทิตย์หลังจากวัคซีน Pfizer เริ่มฉีดในอเมริกาเมื่อ 14 ธันวาคม 2020 เธอได้ฉีดที่โรงพยาบาล Penn State Health St. Joseph ที่ทำงานในชุดแรกในฐานะบุคลากรแพทย์
เธอฉีดตอนบ่าย 4 สี่โมงเย็น ฉีดเสร็จให้นั่งรอดูอาการในห้อง 15 นาที พอถึงตอน 4 ทุ่มผ่านไป 6 ชั่วโมง มีอาการเจ็บที่หัวไหล่ที่ฉีด ปวดร้าวไปจนถึงต้นคอ ครั่นเนื้อครั่นตัวทำท่าเหมือนจะมีไข้ ต้องกินยาลดไข้ Tylenol ไป 1 เม็ด ช่วยให้นอนหลับสบาย วันรุ่งขึ้นตื่นมามีอาการท้องเสียนิดหน่อย แล้วทุกอย่างก็เป็นปกติ
เธอฉีดวัคซีน Pfizer เข็มที่สองเมื่อ 11 มกราคม 2021 เวลาบ่ายสี่โมงเย็นเหมือนเดิม หกชั่วโมงผ่านไป มีอาการเจ็บที่หัวไหล่ที่ฉีด แต่คราวนี้ไม่ถึงกับปวดร้าวไปที่ต้นคอ มีอาการครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะมีไข้ กินยาลดไข้ Tylenol ไป 1 เม็ด ตอนล้มตัวนอนหัวถึงหมอน ในหัวมีเสียงลั่น ตึบ ตึบ ตึบ ดังต่อเนื่องจนม่อยหลับไป ตื่นเช้ามาอาการทุเลา ไม่ท้องเสีย แต่อาการครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะมีไข้ยังมีอยู่บ้าง ถึงตอนนี้ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์แล้ว
ในทางการแพทย์ถือว่าผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนเป็นเรื่องธรรมดา ทุกคนมีผลข้างเคียงมากน้อยแล้วแต่สภาพร่างกายของแต่ละคน
ในการฉีดวัคซีนทั้งของ Pfizer และ Moderna ในอเมริกา มีคำแนะนำว่าคนที่มีอาการแพ้ยา แพ้อาหารทะเลหรืออาหารบางอย่าง ควรหลีกเลี่ยงการฉีดวัคซีน
วัคซีนของ Pfizer ฉีดให้ควีนอลิซาเบธของอังกฤษและนายกรัฐมนตรี ลี เซียน ลุง ของสิงคโปร์
ผมกำลังรอคิวฉีดวัคซีนโควิด-19 ในฐานะครอบครัวของบุคลากรแพทย์ คาดว่าคงจะได้ฉีดตอนปลายเดือนมกราคมนี้ จะเป็นวัคซีนของ Pfizer หรือ Moderna ก็ได้ทั้งนั้น

มีข่าวว่าเมืองไทยสั่งซื้อวัคซีนจาก Sinovac’s CoronaVac ของจีน 2 ล้านโดส จะขึ้นทะเบียน อย.ภายใน 14 กุมภาพันธ์ และจะทยอยฉีดให้บุคลากรแพทย์แนวหน้าก่อน
ต่อไปนี้คือข้อมูลของ Sinovac ที่คนไทยอาจไม่รู้
น.ส.พ. The Wall Street Journal ฉบับ 13 มกราคม 2021 ทำสกู๊ปว่า
“บราซิลค้นพบว่า วัคซีน Sinovac ของจีนให้ผลต่ำกว่าที่เคยประมาณการไว้ถึง 30%”
สถาบัน Butantan Institute ใน Sao Paulo ที่ทดลองวัคซีน Sinovac รายงานว่า
Sinovac ให้ผลคุ้มครองที่ 50.4%
ซึ่งถือว่าผ่านมาตรฐานของ WHO ที่ต้องการแค่ 50%
เปรียบเทียบกับวัคซีนของ Pfizer ให้ผล 95%, Moderna 94.5%
ก่อนหน้านั้นมีรายงานว่า อาสาสมัครที่ทดลองวัคซีน Sinovac ในบราซิลตายไปหนึ่งคน
WSJ บอกว่ามีประเทศในละตินอเมริกา, แอฟริกาและเอเชียรวมทั้งประเทศพัฒนาอีกหลายประเทศตั้งความหวังกับ CoronaVac และวัคซีนจีนอื่น
นอกจากแผ่นดินใหญ่จีนแล้ว ยังมีฮ่องกง, ตุรกีและยูเครนที่สั่งวัคซีนจีน บราซิลตกลงจะสั่ง 100 ล้านโดส และมีละตินอเมริกา 7 ประเทศกำลังเจรจาสั่งซื้อ (WSJ ไม่ได้พูดถึงคำสั่งซื้อจากประเทศไทย)
Sinovac เก็บในที่อุณหภูมิปกติ ไม่ต้องการห้องเย็นพิเศษ ทำให้ขนส่งง่าย ช่วยให้ต้นทุนถูก
Sinovac และสถาบัน Butantan ตกลงกันว่าจะปล่อยวัคซีนออกมา 15 ธันวาคม แล้วมีการขอเลื่อนออกไปหนึ่งอาทิตย์ แล้วพอถึงกำหนดก็ขอเลื่อนต่อไปอีก นักวิจัยบราซิเลียนบอกว่า Sinovac ขอเลื่อนเพื่อขอเวลารวบรวมข้อมูลจากการทดลองในอินโดนีเซียและตุรกี
“เป็นเรื่องไม่ปกติธรรมดาที่ไม่เคยเห็นมาก่อน”
นักระบาดวิทยาที่สถาบัน the Washington-based Sabin Vaccine Institute กล่าว “เขาเลื่อนรายงานผลออกไป ดูเหมือนว่าจะยังไม่ได้ผลที่น่าพอใจ ยังหาทางที่จะให้ได้ผลที่ดีขึ้น”
“การรายงานผลคุ้มครองในอัตราต่ำ จะทำให้รัฐบาลประเทศต่างๆ หันไปซื้อวัคซีนที่ให้ผลคุ้มครองสูงกว่า” Dr. Ivan Dario Velez ผู้เชี่ยวชาญโรคติดเชื้อแห่ง Columbia’s University of Antioquia กล่าว
“ถ้าวัคซีนให้ผลคุ้มครองแค่ 50% ก็ยากที่จะเป็นที่พอใจ โดยเฉพาะเมื่อเข้ามาเปรียบเทียบในโปรแกรมวัคซีนนานาชาติ” Dr. Velez กล่าวเสริม
“เว้นแต่เราจะอยู่ในสังคมที่ไม่ต้องการความหมายของวัคซีนที่ได้มาทั้งหมด เราจะเห็นสถานการณ์ที่ผู้บริหาร (บางประเทศ) พูดว่า ป้องกันได้ 50% ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย”
ข้อมูลผลข้างเคียงของ Sinovac คือ dataless ไม่มีรายงาน
สวัสดีประเทศไทย

บทความก่อนหน้านี้จลาจลที่เมืองหลวงสหรัฐ / อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์
บทความถัดไปวัคซีนโควิด : การเมืองวิปริตทึ้งวิกฤตสุขภาพ / ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์