ว่าด้วยเรื่อง ‘กาสิโน’ (Casino) อีกสักครั้ง / หน้าพระลาน – จัตวา กลิ่นสุนทร (ฉบับประจำวันที่ 22-28 มกราคม 2564 ฉบับที่ 2110)

จัตวา กลิ่นสุนทร

หน้าพระลาน
จัตวา กลิ่นสุนทร

ว่าด้วยเรื่อง ‘กาสิโน’ (Casino) อีกสักครั้ง

ถ้าไม่เป็นแหล่งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (Covid-19) สปอตไลต์คงไม่ฉายจับไปยังสถานกาสิโน (Casino) ที่บ้านเราเรียก “บ่อนการพนัน” อีกครั้ง หลังจากที่เกิดเรื่องเมื่อหลายเดือนก่อนในกรุงเทพฯ
ก่อนหน้าถ้าหากไม่มีการยิงกันตายถึง 4 ศพรวมทั้งตำรวจด้วย 1 นาย เราคงไม่รู้ว่ามีการเล่นได้เสียกันแถวๆ พระราม 3 ซึ่งคาดว่าเปิดเล่นกันมานานแล้ว
แต่จนถึงวันนี้เรื่องบ่อน (ใหญ่) แห่งนี้ได้เงียบหายสนิท นายตำรวจระดับสูงๆ ที่รับผิดชอบในพื้นที่ยังยืนหยัดเหนียวแน่นอยู่กับตำแหน่งเดิมสบายๆ
ที่จังหวัดระยอง ถ้าไม่เข้าไปติดเอาเชื้อไวรัสออกมาแพร่ระบาดกระจายไปอย่างรวดเร็วจนต้องสารภาพกันตามตรงว่าเข้าไปเสี่ยงโชคมา เราก็คงไม่รู้กันว่ามีบ่อนกลางเมือง และมีแทบทุกจังหวัดในภาคตะวันออกจนติดชายแดนจังหวัดตราด
เพราะอย่างนี้จึงมีการตั้งคำถามเก่าๆ เดิมๆ กันว่า มันถึงเวลาหรือยังที่เราจะทำเรื่องที่ผิดกฎหมายให้เป็นเรื่องถูกกฎหมายให้มันรู้แล้วรู้รอดไป
แทนที่ผลประโยชน์ก้อนโตๆ อย่างนี้มันจะไปกระจุกอยู่กับเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ อย่างเช่น ผู้รักษากฎหมาย ข้าราชการ และผู้มีอำนาจในระดับสูงๆ ขึ้นไป จะได้เปลี่ยนมาเป็นภาษีให้กับรัฐให้เป็นเรื่องเป็นราวเสียที

เรื่องสถานกาสิโน (Casino) เคยมีการเสนอกับรัฐบาลให้เปิดอย่างถูกต้องตามกฎหมายมาหลายยุคหลายสมัยแล้ว แต่ได้ถูกตีตกไปทุกครั้งโดยฝ่ายผู้คัดค้านยกเหตุผลเพียงประเด็นเดียวว่าประเทศไทยเป็นเมืองพุทธศาสนา ไม่สมควรมีกาสิโน ซึ่งคิดว่ามันคงไม่ใช่เหตุผลดังกล่าวเพียงอย่างเดียว ควรจะมีอะไรลึกซึ้งมากเกินกว่านั้น
จำได้ว่าผู้แทนราษฎรหลายชุดเคยเดินทางไปท่องเที่ยวศึกษาดูงานเกี่ยวกับการบริหารสถานกาสิโนในต่างประเทศกันมาแล้วเพื่อเตรียมตัวเปิดในประเทศไทย แต่สุดท้ายเรื่องดังกล่าวก็ถูกพับไปทุกครั้ง
โครงการหลากหลายเรื่องสถานที่ในการก่อสร้างบางครั้งฝ่ายเสนอก็อ้างว่าเปิดไว้สำหรับเพื่อเป็นแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ฝ่ายที่ต่อต้านจะบอกว่าประเทศเราจะกลายเป็นแหล่งอบายมุขทำให้เยาวชนคนในประเทศหมกมุ่นเอาแต่การพนัน เป็นแหล่งที่มาของการก่อเกิดโจรกรรมจี้ปล้นต่างๆ นานา
ฝ่ายต้องการเปิดเสนอว่าควรไปสร้างยังจังหวัดที่เป็นเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต ซึ่งเป็นเกาะ หรือเมืองพัทยา เกาะแก่งต่างๆ และ ฯลฯ
บางคนเกิดความคิดกระฉูดเฉิดฉายว่าให้ไปสร้างในจังหวัดภาคอีสาน อย่างเช่น ทุ่งกุลาร้องไห้ อะไรประมาณนั้น ล้วนแล้วแต่หยิบยกเหตุผลต่างๆ มากมายเป็นที่น่าสนใจ
แต่ทั้งหลายทั้งปวงมันอยู่ตรงที่ว่านโยบายของประเทศนี้จะให้เปิดดำเนินการหรือไม่ กฎ กติกาข้อห้ามข้อกำหนดรายละเอียดต่างๆ สำหรับคนที่เข้าไปเสี่ยงโชคมันอยู่ที่จะเขียนขึ้นมาอย่างไร คนประเภทไหนไม่ควรให้พาร่างเข้าไป
อย่างประเทศสิงคโปร์ซึ่งดำเนินการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยสวยงามใหญ่โตครบวงจรไปเมื่อหลายปีก่อน แต่นับว่ายังหลังประเทศอื่นๆ มาก รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้านของเรา เขาก็กำหนดกฎกติกามากมายหลายรูปแบบ พร้อมบริหารจัดการได้อย่างเรียบร้อย

ระยะนี้ท่านที่ไม่เคยสนใจเรื่องกาสิโนกลับต้องมาได้ยินว่าตามแนวชายแดนเพื่อนบ้าน ด้านฝั่งพม่าที่คนไทยข้ามไปทำงานกันเป็นจำนวนไม่น้อย และพาเอาเชื้อไวรัสโคโรนา (Covid-19) กลับมาด้วย มีโรงแรมขนาดใหญ่เป็นสถานเอนเตอร์เทน รวมทั้งกาสิโนด้วย เพื่อนบ้านที่มีเขตแดนชิดติดกับเราเกือบทุกประเทศเปิดกาสิโนกันนานมาแล้ว
ว่ากันว่ารัฐบาลของประเทศนั้นๆ ไม่ได้เป็นผู้ลงทุนหลัก ส่วนใหญ่จะเป็นทุนต่างชาติทั้งทิศตะวันตก ทิศเหนือ และตะวันออก ล้วนเป็นนายทุนจากประเทศจีนโดยมีนักลงทุนในประเทศแถบเอเชียรวมทั้งคนไทยร่วมด้วยบ้าง กาสิโนดังกล่าวเหล่านั้นเปิดต้อนรับนักเสี่ยงโชคตามชายแดนทิศตะวันตก ตะวันออกเกือบตลอดแนว
นักเสี่ยงโชคจากประเทศไทยเป็นลูกค้าของของประเทศรอบๆ บ้าน โดยเป็นที่รู้กันว่าการเดินทางไปสถานที่เสี่ยงโชคดังกล่าวในทุกทิศของประเทศไทยค่อนข้างสะดวกสบาย
ส่วนทางด้านฝั่งตะวันออกในเขตกัมพูชา มีบริการรถรับ-ส่งจากกรุงเทพฯ และจังหวัดอื่นๆ ด้วยซ้ำไป นักเสี่ยงโชคของเราจึงขนเอาเงินไปถมทิ้งกันมาไม่น้อย
สถานกาสิโน (Casino) สามารถสร้างรายได้ให้ประเทศจำนวนมากอีกทางหนึ่ง ลองคิดจำนวนเม็ดเงินที่หมุนเวียนในแต่ละปีของ “บ่อนเถื่อน” มีจำนวนมหาศาลขนาดไหน และถ้าถูกต้องตามกฎหมาย รัฐบาลจะได้รับส่วนที่เป็นภาษีจำนวนก้อนใหญ่พร้อมทั้งสร้างงานที่เกี่ยวโยงเป็นลูกโซ่เกิดขึ้นอีกจำนวนมาก
และอาจจะเป็นแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เป็นนักเสี่ยงโชคไปในคราวเดียวกัน

ชวนคุยเรื่องกาสิโนคงต้องพาไป เขตปกครองพิเศษมาเก๊า (Macau) ซึ่งรัฐบาลของเขาประกาศให้เป็นเมืองกาสิโนถาวรตั้งแต่ปี พ.ศ.2504 หลังจากมีการลงทุนจำนวนมากทำให้ธุรกิจกาสิโนของมาเก๊ามีขนาดใหญ่กว่าลาสเวกัส (Las Vegas) ของสหรัฐอเมริกา ถึง 4 เท่า
เมืองนี้มีพื้นที่ทั้งหมดเพียง 115 ตารางกิโลเมตร/ประชากรราว 7 แสนคน แต่มีรายได้เฉลี่ยต่อหัว 2.4 ล้านบาทต่อปี มากกว่าคนไทยประมาณ 10 เท่า รายได้ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจกาสิโน ซึ่งรัฐบาลยังใช้สนับสนุนให้นักเรียน-นักศึกษาได้เล่าเรียนฟรีอีกด้วย
มาเก๊าต้องถมเกาะโคโลอาน (Coloane) ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวประมงเดิม กับเกาะไทปา (Taipa) เชื่อมเข้าด้วยกัน เรียกว่า โคไท (Cotai) เพื่อสร้างเมืองเอนเตอร์เทนครบวงจร กระทั่งเรียกว่าเป็นเมือง “กาสิโนของโลก” หรือ “เมืองหลวงแห่งการพนันโลก” ตามแต่จะเรียก
เวลานี้การเดินทางเข้าสู่มาเก๊าไปได้ทุกทิศทาง ทางเรือ รถยนต์ และเครื่องบิน รัฐบาลจีนได้สร้างสะพานที่ยาวที่สุดในโลกเชื่อมต่อ “ฮ่องกง-จูไห่-มาเก๊า” HongKong-Zhuhai-Macau Bridge/(HZMB) จึงสามารถเดินทางโดยรถยนต์ (Shuttle Bus) ระหว่างมาเก๊า-ฮ่องกงด้วยเวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง
รายงานข่าวแจ้งว่าธุรกิจกาสิโนของมาเก๊ามีเงินหมุนเวียนถึง 1.1ล้านล้านบาทในปี พ.ศ.2562 ประมาณ 67 เปอร์เซ็นต์ของ GDP มาเก๊า รัฐบาลสามารถเก็บภาษีจากธุรกิจกาสิโนจำนวนมาก เพราะต้องเสียภาษีถึงร้อยละ 40 โดย 5 เดือนแรกของปี พ.ศ.2562 จากจำนวนกาสิโน 33 แห่งสร้างรายได้มากกว่า 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ
แต่นับว่าเป็นรายได้ค่อนข้างต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนๆ ที่ผ่านมา สืบเนื่องมาจากเรื่องสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ และการชุมนุมประท้วงในฮ่องกง นักเสี่ยงโชคของเขตปกครองพิเศษแห่งนี้จึงไม่เดินทางเข้ามาเก๊า
นับเป็นปัจจัยหลักทำให้รายได้ตกต่ำลง เพราะนักเสี่ยงโชคจากฮ่องกงมีจำนวนมาก เป็นรองเพียงนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่เท่านั้น ทั้งๆ ที่ปี พ.ศ.2562 นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปในมาเก๊าถึง 39.9 ล้านคน โดย 88 เปอร์เซ็นต์จากจีนแผ่นดินใหญ่ และฮ่องกง

อาณาจักรเสี่ยงโชคของเมืองไม่เคยหลับต้องทรุดตกต่ำในปี พ.ศ.2563 เพราะการระบาดของไวรัสโคโรนา (Covid-19) เหมือนกันทุกธุรกิจของทุกประเทศในโลกนี้ ทั้งๆ ที่ระยะแรกๆ สถานกาสิโนในมาเก๊าปิดไม่รับนักท่องเที่ยวเพียง 15 วันเพื่อทำความสะอาด
แต่หลังจากนั้นต้องปิดรับนักท่องเที่ยวนานถึง 7 เดือน ทำให้ 6 บริษัทยักษ์ใหญ่ของธุรกิจบนเกาะมาเก๊าขาดทุนยับเยินถ้วนทั่วหน้า ต้องดิ้นรนหาทางเพิ่มทุน และปลดพนักงานจำนวนกว่า 18,000 ตำแหน่ง ไล่เรียงกันลงมาตั้งแต่ Sands China 5,500 / Wynn Macau 3,900 / Mgm China Holdings 2,800 Sjm Holidays 1,410 / Melco Resorts and Entertainment 520 ล้านดอลลาร์/ฮ่องกง/ความหวังที่จะฟื้นตัวอยู่ที่จีนจะเปิดให้ประชาชนเดินทางเข้าไปเยี่ยมเยียนเมืองกาสิโนได้อีกครั้ง
หลังการประท้วงต่อเนื่องยาวนานในเขตปกครองพิเศษฮ่องกง จีนปรับเปลี่ยนหลายอย่างโดยจะผลักดันให้มีการใช้เงินสกุลหยวนแทนดอลลาร์ฮ่องกงในมาเก๊า จะเปิด “ตลาดหลักทรัพย์มาเก๊า” เพื่อเดินไปสู่การเป็นศูนย์กลางการเงิน ผู้นำจีนพยายามยึดโยงมาเก๊าในพื้นที่เกรตเตอร์เบย์ (Greater Bay Area) หรือพื้นที่อ่าวกวางตุ้งของจีนตอนใต้ที่มีเมืองใหญ่ละแวกปากแม่น้ำไข่มุก เข้ากับฮ่องกง-เซินเจิ้น-มาเก๊า
บ้านเราต้องสุมหัวกันคิดเรื่องธุรกิจ “กาสิโน” (Casino) ว่าจะได้มากกว่าเสีย จริงหรือ? เพื่อจะได้ปรับเปลี่ยนนโยบายใหม่ และทำให้มันเกิดประโยชน์ยอดเยี่ยม สร้างรายได้เข้าประเทศ เพราะถ้าหากบ้านเราทำอะไรอย่างโปร่งใส รับรองว่าไม่สองเป็นรองใคร
ทั้งหมดขึ้นอยู่กับผู้นำที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล

บทความก่อนหน้านี้E-DUANG : ทิศทาง แนวโน้ม เคลื่อนไหว เศรษฐกิจ ประสาน การเมือง
บทความถัดไปวิกฤต 2564 : ระเบิดเวลาลูกใหญ่! / สุรชาติ บำรุงสุข (ฉบับประจำวันที่ 22-28 มกราคม 2564 ฉบับที่ 2110)