วิเคราะห์ : ปี 64 อสังหาฯต้องผ่านความเสี่ยงอีกนานแค่ไหน?

บรรยากาศเทศกาลปีใหม่ 2564 ที่เพิ่งผ่านมาไม่กี่วันจนสิ้นสุดสัปดาห์แรกของปี หลายคนรู้คล้ายกันว่ามันคือ “เดจาวู” คล้ายกับเป็นเหตุการณ์ซ้ำกับเทศกาลปีใหม่ 2563 ยังไงพิกล ที่มาพร้อมกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เหมือนๆ กัน

เพียงแต่ครั้งแรกปีใหม่ 2563 นั้นเป็นเรื่องใหม่ จึงมีคนจำนวนหนึ่งมีความวิตกกังวล ความกลัว เพราะความไม่รู้ และคนอีกส่วนหนึ่งเฉยชาระคนประมาท ก็เพราะไม่รู้อีกเช่นกัน

แต่ครั้งที่สอง ปี 2564 ต่างกัน ทุกคนมีประสบการณ์ ทุกคนรู้ เพราะต่างผ่านเหตุการณ์แพร่ระบาดมาแล้ว ครั้งนี้อารมณ์ที่แสดงออกยังมีความวิตกกังวล แต่เป็นประเด็นที่ไม่รู้ว่าปัญหานี้จะได้รับการจัดการและจบลงอย่างไร

แต่ที่ต่างไปจากการแพร่ระบาดครั้งแรกชัดเจน คือครั้งนี้เห็นคนแสดงความโกรธ และความรู้สึกไม่มีความหวังกันมาก

 

เหตุการณ์แพร่ระบาดครั้งที่ 2 เกิดจากแรงงานพม่าข้ามแดนอย่างผิดกฎหมายตามด่านธรรมชาติ มาพร้อมกับไวรัสโควิด-19 จำนวนเรือนหมื่นเรือนแสนคน คนส่วนใหญ่ในสังคมเชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐรู้เห็นเป็นใจและกินค่าหัวคิวหลักหมื่นบาทต่อคน แต่กองทัพปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และบอกว่า ชายแดนยาวนับพันกิโลเมตรป้องกันได้ยาก

เหตุแพร่ระบาดจากบ่อนในเมืองระยอง เจ้าหน้าที่ก็ออกมาปฏิเสธว่าระยองไม่มีบ่อน มีแต่สถานที่ที่คนลักลอบเล่นการพนัน ที่ไปตรวจค้นก็เป็นเพียงโกดังสินค้า

ท่าทีแบบนี้แหละที่ทำให้คนไม่มีความหวังว่าปัญหาจะได้ร้บการแก้ไข เพราะทั้ง 2 เรื่อง คือต้นเหตุของการแพร่ระบาดในรอบนี้ ถ้าไม่มีการตรวจสอบวิเคราะห์หาสาเหตุและไม่มีการแก้ไขที่ต้นเหตุ ผลลัพธ์คือการแพร่ระบาดก็แก้ได้ยาก

ถ้าว่าตามหน่วยงานราชการมายืนยัน ก็หมายความว่า การแพร่ระบาดจะหมดไปเมื่อคนพม่าปลอดจากไวรัสโควิด-19 เพราะยังไงเขาก็ยังข้ามไปข้ามมา รัฐทำอะไรไม่ได้ การแพร่ระบาดจากบ่อนจะหมดไปก็ต่อเมื่อนักพนันฉีดวัคซีนได้ผลกันหมดทุกคน

 

ชีพจรของธุรกิจต่างๆ ในประเทศจากนี้ไปก็ขึ้นอยู่กับการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 รอบ 2

แหล่งผลิตอาหารทะเลใหญ่สุดของประเทศไทยก็คือมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร เจอเข้าไปเต็มๆ ไม่รู้การส่งออกอาหารของประเทศจะเสียหายกี่พันกี่หมื่นล้านบาท

บริษัทอสังหาริมทรัพย์โครงการอสังหาฯ ที่อยู่อาศัยที่จบการรับมือโควิดรอบแรก และตั้งหลักได้ กำลังจะเดินหน้าลุยตลาดที่คาดว่าจะมีกำลังซื้อเหลืออยู่

ตอนนี้ก็ปรับแผนการตลาดกันอุดลุด

สัปดาห์แรกของปีนี้ อยู่ระหว่างการตีความประกาศของ ศบค. และประกาศของจังหวัด ที่ทยอยกันออกมา เพราะครั้งหลังนี้ทางราชการมาในวิธีการใหม่ ส่วนกลางคือ ศบค.นั้นประกาศหลักการกว้างๆ แล้วให้ผู้ว่าฯ แต่ละจังหวัดตัดสินใจเองว่าจะห้ามหรือไม่ห้ามอะไรบ้าง

กิจการอะไร หรือกิจกรรมทางธุรกิจอะไรที่ทำได้ ทำไม่ได้ ต้องดูประกาศจังหวัด

การเดินทางข้ามจังหวัดซึ่งมีพื้นสีเดียวกันบ้าง มีสีต่างกันบ้าง ก็ต้องดูประกาศของแต่ละจังหวัด

โกลาหลกันไป

บทความก่อนหน้านี้พลังงาน เคาะลดค่าไฟฟ้า 2 เดือน เริ่ม ก.พ.นี้
บทความถัดไป‘หมอเอก-ก้าวไกล’ ชี้จัดหาวัคซีนเอง ไม่ใช่ภาระท้องถิ่น จี้รัฐต้องจัดสรรฟรีให้ทุกคน