จัตวา กลิ่นสุนทร : พวกท่านจะรับผิดชอบอะไรบ้าง? บริหารไม่ได้ควรจะ–

จัตวา กลิ่นสุนทร

อาทิตย์สุดท้ายของปีตั้งใจจะเดินทางไปจังหวัดระยอง

แต่ต้องล้มเลิกกะทันหันเนื่องจากหาเพื่อนร่วมทางไม่ได้ ชิ่งหนีกันหมด เพราะบ้านพักเป้าหมายจะไปรวมตัวกันอยู่ไม่ไกลสถานที่เกิดเหตุการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19

ปีใหม่ 2564 ที่ผ่านจึงได้แต่เก็บตัวเงียบๆ อยู่บ้านช่วยชาติด้วยความกลัวโควิด-19

พร้อมขอโอกาสส่งความปรารถนาดี และขออวยพรให้ท่านผู้อ่าน “มติชนสุดสัปดาห์” ทุกๆ ท่าน

ประสบแต่ความสุขสมหวัง ปราศจากโรคภัยทั้งหลายทั้งปวง

 

ขณะนี้ต่างคนต่างกลัวการระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ หรือรอบ 2 ซึ่งก็สุดแท้แต่จะเรียกอะไรตามใจท่าน เพราะถึงยังไงมันได้เกิดระบาดขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่ประเทศของเราต้องล็อกดาวน์ครั้งแรกเมื่อตอนต้นปี พ.ศ.2563

เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มมีแนวโน้มคลี่คลายลงบ้างโดยเฉพาะไวรัสโคโรนาจึงได้ลุกขึ้นเตรียมพร้อมในการฟื้นฟูเพื่อทำมาหากินแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่มันหัวทิ่มทุกข์ยากกันมาแรมปี

กลายเป็นว่า ต้องมาตระหนกตกใจกับการระบาดครั้งใหม่ โดยพบผู้ติดเชื้อรายแรกครั้งนี้เป็นเจ้าของตลาดกลางกุ้งที่มหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งแกทำงานอยู่กับที่ทุกวันโดยไม่ได้เคลื่อนย้ายไปไหน จากการสืบสวนโรคต่อมาปรากฏว่ารับมาจากแรงงานข้ามชาติ

ความจริงมีสัญญาณส่งมาล่วงหน้าแล้วเมื่อบรรดาสาวๆ บ้านเราข้ามเข้าไปทำงานที่โรงแรมฝั่งเขตแดนพม่าประเทศเพื่อนบ้านแล้วลักลอบกลับตามช่องทางธรรมชาติด้วยการติดสินบนคนนำพาทั้ง 2 ฝั่งประสานกันกลับเข้ามาเพื่อหลบหนีการกักตัว หรือหนีความผิดเนื่องจากตอนขาข้ามแดนก็ไม่ได้ไปอย่างถูกต้อง

สิ่งที่ดำเนินมาจนถึงขณะนี้เพราะคนไทยไม่ทำงานหลายสิ่งหลายอย่างของบ้านเรา จึงเกิดขาดแคลนแรงงาน นายจ้างผู้ประกอบการต้องพึ่งพาแรงงานข้ามชาติจากประเทศรอบบ้าน

แรงงานจึงเพิ่มจำนวนเป็นหลักล้านทั้งถูกต้องตามกฎหมายและผิดกฎหมายที่เรียกว่าแรงงานเถื่อน

เมื่อความต้องการเพิ่มขึ้นจึงเกิดเรื่องการจัดหาแรงงานพร้อมเรื่องเอกสารของการแรงงานต่างชาติ รวมทั้งการขนส่งอย่างเป็นขบวนการ กลายเป็นธุรกิจขนาดใหญ่โตจำนวนเม็ดเงินจึงแพร่สะพัดมหาศาล

เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยก็คือ แรงงานข้ามชาติเหล่านี้ต้องพึ่งพิงนายหน้าคนไทยดำเนินการเรื่องกฎหมายเพื่อจะได้เข้ามาทำงานอย่างถูกต้อง บางครั้งขั้นตอนที่ถูกต้องอาจซับซ้อนยุ่งยากจนกลายเป็นช่องทางในการทำมาหากินของนายหน้า

บางทีการทำอะไรให้ถูกต้องตามกฎหมายกลายเป็นเรื่องยุ่งยาก การลักลอบหลบหลีกบางทีอาจรวดเร็ว และยังเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่า

เราจึงได้เห็นเรื่องแรงงานเถื่อนจำนวนไม่น้อยในทุกอาชีพทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย คิดกันเอาเองว่าพวกเขาเดินทางเข้ามาได้อย่างไร?

 

ต้นปี พ.ศ.2563 เกิดการระบาดของโควิด-19 ประเทศเราประกาศล็อกดาวน์ แรงงานข้ามชาติแรงงานต่างด้าวแล้วแต่จะเรียกให้สวยงามทั้งถูกกฎหมาย จึงแตกตื่น และตกงานกันเป็นจำนวนมาก

พวกเขาหลบหนีเดินทางกลับข้ามไปยังประเทศของตนเองจำนวนเท่าไร ไม่มีใครคิดตัวเลขที่แน่ชัดออกมา เพราะมันทั้งอยู่ในระบบ และนอกระบบ

เมื่อบ้านเราดำเนินการควบคุมการระบาดของโควิด-19 ได้ในระดับต้นๆ ของโลก เรียกว่าคลี่คลายจนผู้นำเดินยืดอกคุยว่าทำได้ดีจนได้รับคำชมในการควบคุมการระบาด การพยายามกอบกู้ธุรกิจเพื่อให้ขยับโงหัวขึ้น ความต้องการแรงงานจึงติดตามมา

ขณะเดียวกันแรงงานที่ตกงานหนีกลับบ้านไปในช่วงเวลาที่กล่าวย่อมต้องการงานทำเพื่อความอยู่รอดเช่นเดียวกัน การกลับข้ามแดนในรูปแบบผิดกฎหมายจึงเกิดขึ้นเงียบๆ พร้อมกับเรื่องของผลประโยชน์ด้วยเช่นกัน

ระยะเวลาดังกล่าวการระบาดของโควิด-19 ที่ดูเงียบในประเทศเพื่อนบ้านได้ระบาดขึ้นอย่างรวดเร็ว

จะเป็นไปได้หรือไม่ว่ามันได้แฝงตัวเข้ามาระบาดในบ้านเรารอบใหม่หลังจากสาวๆ เอ็นเตอร์เทนที่ไปทำมาหากินในฝั่งพม่าลักลอบกลับเข้ามา พร้อมแรงงานที่หนีกลับไปรอบแรกได้แอบลักลอบเดินทางกลับเข้ามาใหม่พร้อมแรงงานเถื่อนอื่นๆ

คนเหล่านี้จึงได้นำพาเอาโควิด-19 เข้ามายังแหล่งพักพิงอันแออัดของพวกเขา ทั้งตลาดมหาชัยและบริเวณใกล้เคียงในจังหวัดสมุทรสาคร

 

การระบาดรอบใหม่จึงเริ่มต้นพร้อมทำท่าว่าจะบานปลายเพราะรุนแรงมากกว่า ตามที่นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก “ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.)” กล่าวว่า “การระบาดรอบนี้หนักกว่ารอบที่แล้ว แต่มีความรู้ มีสรรพกำลังมากกว่า และมีการเตรียมการมาแล้ว–”

มีคำถามว่า การเดินทางข้ามไป-มาระหว่างบ้านเรากับประเทศเพื่อนบ้านนั้นเป็นหน้าที่ของกระทรวงไหน ฝ่ายไหนที่ต้องคอยควบคุมดูแล โดยรวมต้องตอบว่า “ฝ่ายความมั่นคง” เจ้าหน้าที่ทั้งหลาย ทั้งทหาร ตำรวจ หรือศุลกากร ท่านจะไม่ทราบเลยหรืออย่างไร?

หากจะมีการกล่าวโทษย่อมต้องชี้ไปยังเจ้าหน้าของรัฐประเทศ นี่แหละหละหลวม ทำงานผิดพลาดจะด้วยความตั้งใจเพื่อหวังอะไรๆ ก็ให้ไปสืบสวนหากันเอง เพราะมันทำให้ “เศรษฐกิจ” ที่ทำท่าว่าจะค่อยๆ ขยับโงหัวขึ้นได้บ้างกลับต้องฟุบเสียหายอย่างหนักต่อไปจนไม่รู้สักเท่าไร

สิ่งที่ทำให้ประชาชนรู้สึกได้เหมือนกันว่าผู้บริหารประเทศอ่อนด้อยฝีมือตั้งแต่ระดับสูงลงมา

เมื่อตอมันโผล่ที่ระยองกระทั่งมีคนติดเชื้อโควิด-19 มาจากบ่อนการพนัน

ส่วนใครเป็นพาหะเอาเชื้อเข้าไปปล่อยในบ่อนครั้งนี้ยังสืบสวนไม่ถึง รู้แต่ว่านักเสี่ยงโชคทั้งหลายที่ออกจากบ่อนได้เดินทางเพ่นพ่านไปทั่ว

 

ท่านสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยสาธารณสุข, ส.ส.ระยอง (เขต 1) และนายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ส.ส.ระยอง (เขต 2) พรรคประชาธิปัตย์ ต่างรู้กันอยู่ว่าบ่อนระยองเปิดมานานแล้ว

แต่นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าฯ และนายตำรวจที่รับผิดชอบกลับไม่แน่ใจ คิดว่าเป็นเพียงการลักลอบเล่นการพนัน

ประธานหอการค้า ผู้นำธุรกิจ ผู้ประกอบการของจังหวัด ต่างรู้ว่ามีสิ่งผิดกฎหมาย พวกเขารู้กระทั่งว่าใครเป็นเจ้าของ และเกี่ยวโยงกับบ่อนใหญ่แถวมาบตาพุดที่เคยถูกมหาดไทยบุกเข้ากวาดล้าง โดยเจ้าของเป็นผู้มีอิทธิพลระดับภาคทั้งๆ ที่มีเส้นทางเดินเติบโตมากับธุรกิจสีเทาๆ รวมทั้งเกี่ยวพันถึงบ่อนพระราม 3 กรุงเทพฯ ที่ยิงกันตายหลายศพ แต่วันนี้ก็ยังเงียบเชียบ

บ้านเราค่อนข้างโชคร้ายเมื่อไวรัสโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย มีวันเทศกาลหยุดยาว เป็นเวลาของการเดินทางท่องเที่ยวทางจังหวัดภาคเหนือ ก็เกิดเหตุการณ์น้องนางทั้งหลายหอบเชื้อโควิด-19 มาจากพม่า พอถึงวันคริสต์มาส เทศกาลวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ.2564 เกิดการระบาดรอบใหม่หนักกว่าเดิม ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องใช้เวลาในการต่อสู้กอบกู้เพื่อฟื้นตัว ซึ่งไม่รู้ว่าจะนานสักเมื่อไร แต่–

ได้มีการสำรวจพร้อมลงความเห็นกันว่า บ่อนการพนัน สิ่งผิดกฎหมายต่างๆ รวมทั้งยาเสพติดในรัฐบาลปัจจุบันมีเกลื่อน โดยแพร่ระบาดไปพร้อมๆ กับโควิด-19

แต่—รัฐบาลคงอยู่ต่อไปได้เรื่อยๆ อย่างนี้แหละ ถึงฝ่ายค้านจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเพื่อตรวจสอบซักฟอกอย่างเข้มข้นก็คงเอาไม่ลง เพราะจำนวนมือของฝ่ายรัฐบาลมากกว่า

 

การมาของไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ทั้ง 2 ครั้ง กลายเป็นผลดีกับรัฐบาลในการชะลอม็อบ โดยเฉพาะคณะ “ราษฎร 2563” ที่กำลังจุดติดและขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนสร้างความสั่นสะเทือนให้กับรัฐได้ ถ้าประชาชนยังคงอยู่กับความยากจน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่เคยยอมรับศักยภาพในการบริหารงานของตัวเอง และรัฐบาลได้แต่โทษหมูหมากาไก่ โทษสื่อ โทษประชาชน ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น เมื่อมีการถามเรื่องแรงงานเถื่อน บ่อนการพนันผิดกฎหมายซึ่งเป็นต้นเหตุการระบาดรอบใหม่ของโควิด-19 ท่านก็บอกว่า

“จากนี้ต้องสอบสวนต่อว่าใครที่ติดเชื้อมาไปเล่นที่ไหนมา บ่อนไหน ใครเป็นเจ้าของ เหมือนกรณีลักลอบขนแรงงานเถื่อนต่างด้าว สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาที่อยู่กับประเทศเรามานาน เพราะเราไม่ช่วยกัน เอาแต่ตำหนิติติงกันแล้วพูดจาให้ร้ายคนที่ทำดีไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้น ต้องดำรงไว้ซึ่งความร่วมมือของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ-”

– พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่เรียกกันสวยหรูว่า “พี่น้องสาม ป.” พวกท่านคุมอำนาจเบ็ดเสร็จในด้านความมั่นคง

พวกท่านจะรับผิดชอบอย่างไรบ้าง? อย่าโทษแต่ประชาชน

บทความก่อนหน้านี้‘เพื่อไทย’ เสนอ 5 มาตรการด่วน ช่วยเหลือปชช.รับมือโควิด ชี้ เยียวยา 3,500 ต่อเดือนไม่เพียงพอ
บทความถัดไป‘ไมค์ เพนซ์’ ปัดใช้บทบัญญัติแก้ไขรธน.ครั้งที่ 25 ปลดทรัมป์