ชีวิตนี้ ต้องมี “3 เป็น” ทางรอดจากวิกฤตปี 2564 ในมุมมอง “พระพยอม”

ท่ามกลางวิกฤตทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และโควิด-19 ที่หลายคนตั้งตัวไม่ได้และไม่อยากให้เกิดขึ้น “มติชนสุดสัปดาห์” ได้มีโอกาสสนทนาธรรมกับพระราชธรรมนิเทศ (พระพยอม กัลยาโณ) เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ว่าคนไทยจะอยู่ถามกลางวิกฤตนี้ให้รอดพ้นได้อย่างไร

หลวงพ่อพระพยอมกล่าวว่า ถ้าเรามี “3 เป็น” ยังไงก็อยู่ได้

ข้อแรกคือ “กินเป็น”

อย่าไปกินหรูอยู่แพง ถามว่ากินยังไง?

อาตมาดูข่าวเห็นคนแต่งตัวซะหรู สั่งอาหารเพียบ ทำให้นึกถึงคนคนหนึ่งที่ติดคุกไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ออกมาซื้อของแพง กินของแพง การกินหรูอยู่แพงจะเอามาใช้ในยุคแบบนี้ไม่ได้แล้ว ในอดีตอาจจะได้ แต่ตอนนี้ต้องกินราคาต่ำคุณภาพอาหารสูง เช่น ผัก ผลไม้ กินผักยังไงก็คงไม่มีราคาแพงเกินไปหรอก

ตอนนี้เราก็มีพื้นที่ปลูกมาก เพราะมีคนเลี่ยงบาลีเยอะจากการเก็บภาษีที่ดินราคาสูง เลยทำให้เจ้าของที่ดินต้องเพาะปลูกหนีภาษี เพราะฉะนั้นก็จะมีพืชผลออกมามาก กล้วย, มะละกอ อาจจะมีราคาลดลง

หรือหากเรามองอีกมุมในวิกฤตก็มีเรื่องราคาที่ลง เช่นกรณีของกุ้ง ที่ราคาลดลงไปเยอะ ในช่วงที่เกิดวิกฤตที่ผ่านมา ต้องบอกก่อนว่า “ฟ้าหลังฝนมันมีเสมอ” อย่าเพิ่งไปท้อ อย่าคิดฆ่าตัวตาย

เราเริ่มจากการปรับจูนการกินของเราให้ดี เรื่องกินเรื่องใหญ่ เรื่องตายเรื่องกลาง เรื่องตะรางเรื่องเล็ก ทั้งหมดสรุปเป็นคำหนึ่งที่สวยที่สุด ดีที่สุด คือจงกินอาหารให้เป็นยา อย่าโง่กินยาเป็นอาหาร คือกินแต่ของแสลงแล้วเจ็บป่วย ไม่ต้องกินยาวันละ 3 มื้อเป็นกำๆ สิ่งนี้จะแย่ แย่ที่สุด อะไรที่มันแพงเกินไปเราก็ลดลงมา ถูกและสารอาหารดี สุขภาพดี

พระพุทธเจ้าท่านบอกว่า “อโรคยาปรมาลาภา” การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ

ฉะนั้น อย่าเจ็บอย่าป่วย แค่เราอย่ากินหรูอยู่แพง ไม่กินของแสลงสุขภาพ

อีกข้อหนึ่งคือ “การอยู่เป็น”

ยุคนี้ต่างจากสมัยก่อน คนในอดีตอยู่เป็นคืออยู่กันจนแก่ตาย สามี-ภรรยา แต่เดี๋ยวนี้หม้อข้าวไม่ทันดำก็ฆ่ากันแล้ว มีเหตุยิงในรถที่เราได้ยินข่าว บางคนยังไม่ทันจะแต่งงานอยู่ด้วยกันเลย ก็ยิงกันเสียแล้ว หรือพี่-น้อง พ่อ-แม่-ลูกไม่น่าเชื่อเกิดมาไม่เคยพบ ว่าจะมีคนในสายเลือดเดียวกันไล่ฆ่ากันตายเป็นว่าเล่น ฆ่าเป็นผักเป็นปลา

เราต้องมีหลักการอยู่ร่วมกันคือ “อยู่เป็น” คืออยู่แบบเอื้ออาทร โอนอ่อนผ่อนปรน ถ้าเราผิดรีบขอโทษ อีกฝ่ายหนึ่งก็รีบให้อภัยกัน ถ้าอยู่ไม่เป็นจะตายกันเป็นว่าเล่น ฆ่าตัวเอง-ฆ่าคนอื่น หรือนายทหารอยู่กับลูกน้องไม่เป็น ลูกน้องก็ออกมายิง หรือไม่ก็มีนายทหารฆ่าลูกน้อง มันเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ในการไม่ฉลาดอยู่ร่วมกัน ต้องปรับตัวนี้ให้ดี

ส่วนคำว่า “การ์ดตก” เรื่องโควิด-19 อาตมาคิดว่าจิ๊บจ๊อย ถ้าการ์ดตกเรื่องศีลธรรมสิ น่ากลัวที่สุด

เราไม่เคยเห็นการเข่นฆ่ากันเป็นผักปลา โกงกินเงินสหกรณ์ “กินแบบไม่มีศีลธรรม” คือ การโกงกิน ขโมยกิน ปล้นกิน มันเป็นการทำมาหากรรม ทำมาหาเวร

โครงการรัฐบาลที่ทำไว้ดีๆ เช่น เที่ยวไปด้วยกัน ก็โกงไปด้วยกัน โครงการคนละครึ่ง ก็โกงครึ่งหนึ่ง มันเป็นเรื่องของการการ์ดตกทางศีลธรรม

หรือเรื่องพูดจาหยาบคายด่าทอกัน โกหกหลอกลวง หรือมีคนไปด่านายกฯ เป็นวรนุชในงานคอนเสิร์ต ก็เป็นการการ์ดตกเรื่องปากเรื่องวาจา

ท้ายที่ตกสุด ตกต่ำตมไปเลย คือเหล้ายาไม่เคยมียุคไหนที่ยาบ้าจับได้เยอะขนาดนี้ อดีตยุคนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร เคยปราบสำเร็จมาแล้วครั้งหนึ่ง แม้อาจจะมีข้อผิดพลาดไปบ้าง

โดยสรุปแล้วคำว่า “อยู่เป็น” คือ อยู่ในศีลธรรม อย่าไปอยู่ในคุกในตะราง ต้องอยู่สร้างบารมี อย่าอยู่สร้างคดี ตายก็ไม่ต้องอยู่ในนรก

ข้อสุดท้าย โลกเราจะดีจะร้ายอยู่ที่ “ความคิด” ต้อง “คิดให้เป็น” หากคิดผิดชีวิตเปลี่ยน โลกเปลี่ยน ถ้าคิดเป็นก็อยู่กันสบาย เช่น คิดสร้างความสมบูรณ์พูนสุข

บางคนไปคิดสร้างอาวุธก็คือคิดตาย เอาเงินไปสร้างอาวุธนิวเคลียร์ หรือมีรัฐมนตรีบ้านเราบางคนอยากจะทำยานอวกาศก็โดนคนสวนว่าเอายางพาราไปขายบนดวงจันทร์ การคิดอะไรเกินไปเขาเรียก “อจินไตย” เสียเวลาคิดว่าเปล่า

อีก 20-30 ปีข้างหน้า ถ้าเศรษฐกิจดีก็อาจจะคิดได้ แต่ตอนนี้อย่าเพิ่งไปคิดเลย อย่าคิดผิดกาลเทศะ

พระพุทธเจ้าบอกว่าอย่าคิดสั้น 3 เรื่อง คือ คิดเบียดเบียน คิดทำให้ใครลำบาก อย่าคิดพยาบาท เพราะคิดพยาบาทบรรลัย คิดให้อภัยใจเย็น สุดท้าย “อย่าคิดหลงใหลใฝ่ต่ำ” บางคนเที่ยวพล่านไปหาความสุขทางเพศ สถานบริการ ค้าประเวณี ค้ามนุษย์ คิดแต่เรื่องแบบนี้

เช่น ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง อบจ. อาตมางงมากผู้สมัครรับเลือกตั้งรายหนึ่งให้อามิสสินจ้างแจกยาปลุกเซ็กซ์

หากเลือกคนนี้เข้าไป ขออภัยที่ต้องหยาบว่าบ้านเมืองฉิบหายแน่ เพราะมันคิดแต่เรื่องข้างล่าง ไม่คิดเรื่องข้างบน ต้องช่วยกันติดปีกสมอง ติดเครื่องกรองให้สมองหน่อย

ดังนั้น ความคิดคนเราต้องคิด 3 เรื่องให้ได้ คิดให้เขาเป็นสุข คิดให้อภัย คิดออกจากความหลงใหลใฝ่ต่ำ

เช่น เคสจากท่าขี้เหล็กไปเที่ยวที่ไหนๆ มาเกิดโรคระบาด พล่านไปเที่ยวสถานบันเทิง ไปสถานบริการ มันเลยกระจาย นี่เรียกว่าการ์ดตกทางศีลธรรม จะทำให้แมสก์อะไรก็ใช้ไม่ได้

ถามว่าใส่แมสก์อะไรที่ใจจะไม่โหดอำมหิตซาดิสต์โหดร้ายไม่คิดจะฆ่าใครง่ายๆ

มีแมสก์ยี่ห้อไหนบ้าง หรือมีแมสก์อะไรบ้างที่จะลดความโกงคอร์รัปชั่น

ยี่ห้อไหนบ้างที่จะไม่เป็นกิ๊กกัน ไม่เป็นชู้กัน

ยี่ห้อไหนใส่แล้วไม่ปากร้าย ไม่หยาบคาย

มียี่ห้อไหนที่ใส่แล้วเหล้ายาเข้าปากไม่ได้มันก็เปิดแมสก์ออกแล้วก็ดื่มเหล้ากัน

เพราะฉะนั้น อย่าให้ขาดศีลธรรม ปีใหม่แล้วต้องให้ดีกว่าปีเก่า หลวงพ่อพุทธทาสท่านใช้คำตรงเลย ปีใหม่อย่าให้โง่กว่าปีเก่าแล้วจะรอดไปถึง 2565 2566 2567 ไปเรื่อยๆ

ส่วนคนไทยที่หวังพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์เข้าช่วย เขาเรียกจนแต้มจนกระดาน หมาจนตรอก อะไรที่พึ่งทางใจได้ก็เอาไว้ก่อน เหมือนคนใกล้จะจมน้ำ จับสวะหรือจับอะไรได้ก็จับหมด

มันเป็นความเชื่อที่ไร้เหตุผล บางคนไม่กลั่นกรองเลย เชื่อไอ้ไข่ว่าจะทำให้ร่ำรวย มีครอบครัวหนึ่งยิงกันในครอบครัว ก่อนจะก่อเหตุมีปัญหาก็ไปหาไอ้ไข่ มีเท่าไหร่ก็แทงหวยหมด พอใช้เงินตรงนั้นหมดกลับมาไม่มีเงินเลี้ยงครอบครัว ก็ไม่อยากอยู่แล้ว เพราะหมดตัว เลยยิงคนในครอบครัว เพราะความเชื่อที่ไม่มีสติปัญญา

พระพุทธเจ้าท่านบอกว่า ศรัทธาต้องสัมปยุตด้วยปัญญา ถ้าเชื่อแบบงมงาย เชื่อง่าย เชื่อว่าไอ้ไข่จะให้นู่นให้นี่ แต่ปรากฏว่าไอ้ไข่หวยไม่ถูกมา 5 งวดแล้ว

ถ้าคนไทยเรายังพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ต้องยกคำท่านสมเด็จพุทธโฆษาจารย์พูดไว้ดีเหลือเกิน คนไทยเราพลัดหลัก มัวแต่คลำหาฤทธิ์ คิดว่าฤทธิ์เดชจะช่วยได้ หลักที่ควรยึดไว้ไม่เอา

สิ่งที่ทำให้คนมั่งมีศรีสุขพออยู่พอกินได้ เช่น หลักของความขยัน ความเพียร การแสวงหาทรัพย์ ขยันหารักษาทรัพย์ดี ไม่ก่อหนี้สิน ใช้ชีวิตให้สมดุลกับรายได้ อย่าทำตัวกินหรูอยู่แพง แสดงตัวเป็นคนหัวนอก ใช้ของนอก เที่ยวเมืองนอก

จริงๆ อยู่เมืองไทยสบายๆ ได้อะไรก็ดีหมด ฝรั่งมันเคยพูดไว้เจ็บปวด ว่าเมืองไทยมีอะไรสมบูรณ์ดีที่สุด เสียอย่างเดียวที่มีคนไทย คือคนไทยสิ้นคิด

เช่น การฆ่าตัวตายถือว่าคนไทยสิ้นคิด เราก็ติดอันดับอยู่ในระดับรองๆ ของโลก แสวงหาวิธีฆ่าตัวตายใหม่ๆ เพราะคิดไม่เป็น ไม่เคยมียุคไหนที่บ้านเมืองเราทำสถิติได้ถึงขั้นนี้

ก็อยากขอให้คนไทยกลับมาตั้งหลัก อยู่กับหลักธรรมคำสอน แล้วจะไปรอด

ถ้าพลัดหลักไปมัวแต่หาฤทธิ์ ก็ต้องเปลี่ยนชีวิต

กลับมาหาหลักซะ ขยันหารักษาดี หนี้สินไม่สร้าง ใช้จ่ายไม่เกินตัว ไม่เกินรายรับที่ได้มา เลี้ยงชีพตามสมควรแก่ฐานะ อย่าเห็นช้างขี้แล้วขี้ตามช้าง เพราะก้นคนกับก้นช้างไม่เท่ากัน เขาเป็นเศรษฐีจะไปกินเหมือนเขาบ้าง เห็นเขาใช้รถก็อยากใช้แบบเขา อย่างนี้ไม่ได้

ต้องอยู่แบบพอดี

พระพยอมทิ้งท้ายถึงใครที่เชื่อหมอดู เชื่อดวงแต่ไม่เชื่อกฎแห่งกรรม ไม่เชื่อความเพียรถือว่าผิดหลักชาวพุทธที่มีเรื่องต้องเชื่อ คือเชื่อกรรม เชื่อการกระทำ เชื่อความเพียร ทำดีแล้วก็เพียรทำต่อไป ให้มันสำเร็จ นี่คือเรื่องที่ถูกหลัก

แต่การเชื่อดวง ปราชญ์ทางศาสนา หลวงพ่อพุทธทาสท่านเคยเขียนไว้ดีเหลือเกิน “เราดี ดีกว่าดวงดี เพราะดีนั้นมีที่เรา ดีกว่าที่ดวง ทำดีนั่นแหละเราหน่วง เอาดีทั้งปวงมาทำให้ดวงมันดี”

เพราะเรามีดีเป็นดวง คนที่เป็นหมอดูมาทายทัก มันไม่ค่อยดูดวงตัวเองเท่าไหร่ โดนปล้นโดนฆ่าอะไรกันเยอะแยะ เพราะฉะนั้น เชื่อความดี ทำความดีไม่ต้องมาเชื่อดวงอะไรมากมาย

เดี๋ยวนี้ประเทศไทยเป็นประเทศประหลาด สมัยหลวงพ่อปัญญาท่านมีชีวิตอยู่ ท่านเคยว่าแรงๆ ว่าชาวพุทธหลายใจ เดี๋ยวไปมีกิ๊กกับพิฆเนศ ท้าวมหาพรหม คือนอกใจจากพระรัตนตรัย ต้องเชื่อในอัตตาหิอัตโนนาโถ ตนแลเป็นที่พึ่ง ไม่ใช่พึ่งไอ้ไข่ พึ่งพระพรหม พึ่งพระพิฆเนศ พึ่งราหู บางวัดถ้าไปแล้วตกใจเลย เอาราหูมาตั้งบังมิดอยู่หน้าวัด ถ้าพระพุทธเจ้าเสด็จมาคงจำไม่ได้ว่านี่ใช่วัดศาสนาเราหรือเปล่า สัญลักษณ์มันไม่ใช่

ก็อยากฝากไว้แค่นี้แหละ เจริญพร

ชมคลิป

บทความก่อนหน้านี้นิ้วกลม/มิตรสหายเล่มหนึ่ง- อำนาจของเวลา (ฉบับประจำวันที่ 15-21 มกราคม 2564 ฉบับที่ 2109)
บทความถัดไปจักรกฤษณ์ สิริริน : 2099 คนไทยจะเหลือแค่ครึ่งประเทศ?