วางบิล/เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์ /เมื่อเจ้าหน้าที่โกหกเรื่องบ่อน

เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

วางบิล/เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

เมื่อเจ้าหน้าที่โกหกเรื่องบ่อน

ด้วยเหตุที่โลกหมุนรอบตัวเองและหมุนรอบดวงอาทิตย์ จึงเป็นเหตุให้เกิดเวลา และวัน เดือน ปี แต่เวลาเมื่อเปลี่ยนยังย้อนกลับไปตั้งต้นที่เดิม เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้น ดวงอาทิตย์ตก เรียกกันว่าอย่างนั้น ทั้งที่โลกต่างหากที่หมุนไปรอบดวงอาทิตย์ ขณะที่หมุนรอบตัวเอง

ด้วยเหตุที่โลกหมุนรอบตัวเอง จึงเกิดเวลาเช้า สาย เที่ยง บ่าย เย็น และกลางคืน และเมื่อหมุนรอบตัวเองจึงเป็นกำหนด 1 วัน

อ้าว!!! รู้กันแล้วหรือ อ๊ะ-อ๊ะ ใช่แล้ว รู้มาจากทั้งธรรมชาติที่เกิดขึ้น และรู้มาจากการเรียนรู้ทั้งด้วยตัวเองและมีผู้สอนให้รู้ เหมือนกันทุกคนแหละน่า

เมื่อมนุษย์เป็นผู้กำหนดเวลา วัน เดือน ปี จากธรรมชาติ วันเวลานั้นยังหมุนเวียนเปลี่ยนไปแล้วกลับมาถึงเวลาเดิม แต่ไม่ใช่เวลาเดิม เช่นเที่ยงวันนี้ กับเที่ยงวันพรุ่งนี้ เป็นเวลาเที่ยงเหมือนกัน แต่คนละวัน

เหมือนกันตรงใช้ 12 นาฬิกา เหมือนกันทั้งโลก แต่ไม่ตรงกัน เวลาเที่ยงในประเทศไทย กับเวลาในโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ต่างกัน 2-3 ชั่วโมง เช่นเดียวกับเวลาในเมืองจีนต่างกับกรุงเทพมหานคร 1 ชั่วโมง

เวลาเที่ยงวันในกรุงเทพมหานครตรงกับเวลาเที่ยงคืนในเมืองลอสแองเจลิสของสหรัฐอเมริกา ต่างกันคนละวัน ทำให้เมื่อเกิดปรากฏการณ์บางอย่างจึงต้องอ้างวันเวลาให้ถูกต้องว่าเกิดเมื่อเวลาเที่ยงวันของวันอาทิตย์ที่…ในลอสแองเจลิส ตรงกับเวลาเที่ยงคืนของวันจันทร์ที่…ในกรุงเทพมหานคร

 

เวลาที่มนุษย์กำหนดขึ้นในวันหนึ่ง คือ 24 ชั่วโมง กลางวัน 12 ชั่วโมง กลางคืน 12 ชั่วโมง ส่วนวันกำหนดสัปดาห์ละ 7 วัน วันอาทิตย์ วันจันทร์ วันอังคาร วันพุธ วันพฤหัสบดี วันศุกร์ วันเสาร์ แล้วย้อนกลับไปวันอาทิตย์ เช่นเดียวกับเดือน เริ่มต้นที่มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน พฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม กันยายน ตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม แล้วไปขึ้นต้นใหม่ที่มกราคมอีกปี

ส่วนปีที่เป็นนักษัตร มี 12 ปี เริ่มตั้งแต่ ชวด-หนู ฉลู-วัว ขาล-เสือ เถาะ-กระต่าย มะโรง-งูใหญ่ มะเส็ง-งูเล็ก มะเมีย-ม้า มะแม-แพะ วอก-ลิง ระกา-ไก่ จอ-หมา กุน-หมู

แล้วเวียนกลับไปที่ชวด ห่างจากชวดรอบก่อน 12 ปี

ไม่เหมือนปีที่เป็นตัวเลข ไม่ว่าของประเทศใดหรือศาสนาใด เช่น พุทธศาสนา ใช้ย่อ พ.ศ.-พุทธศักราช เริ่มตั้งแต่ปีพุทธศักราชที่พระพุทธเจ้าปรินิพพาน นับเป็นพุทธศักราชที่ 1 ถึงปีนี้พุทธศักราชที่ 2564 ส่วนคริสต์ศักราชเริ่มจากปีที่พระเยซูเสียชีวิต เป็นคริสต์ศักราชที่ 1 หรือ ค.ศ. 1 ปีนี้ตรงกับคริสต์ศักราชที่ 2021 อิสลามไม่ทราบว่าศักราชที่เท่าไหร่ ในประเทศไทยนับจุลศักราช-จ.ศ. และรัตนโกสินทร์ศก – ร.ศ.

ทั้งหมดนี้ยังมีการนับที่พิสดารของแต่ละศักราช ขอให้นักศึกษาเรื่องศักราชโปรดศึกษาให้ถ่องแท้เทอญ ด้วยข้าพเจ้าเพียงหยิบยกขึ้นมาเท่าที่ทราบ มิได้หยิบยกเรื่องของศักราชมาอย่างถ่องแท้ทั้งหมด

 

ว่าเรื่องวันเดือนปีเพียงเพื่อจะเรียนว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละเรื่องในแต่ละความ ล้วนแล้วแต่เมื่ออ้างอิงถึงต้องเอ่ยว่าเกิดขึ้นเมื่อนั่นเมื่อนี่ จะได้ทราบว่าเป็นปรากฏการณ์เกิดขึ้นเมื่อใด ห่างที่ปัจจุบันมานานแล้วหรือไม่ เช่นการเกิดโรคระบาดเท่าที่มีมาในโลกเป็นเหตุให้คร่าชีวิตมนุษย์ไปแล้วจำนวนเท่าใด มีสาเหตุเกิดจากอะไร ในวันเดือนปีที่เท่าไหร่

เพื่อนำไปสู่การรู้ถึงสาเหตุหรือสืบค้นได้ย้อนไปกี่ร้อยปี นำมาอ้างอิงเปรียบเทียบกับวันเวลาปีเดียวกับปัจจุบันนี้ รวมไปถึงการรักษาและยาที่ใช้บำบัดให้โรคนั้นหายไปได้ หรือมลายสิ้น หรือกลายเป็นอีกอย่างหนึ่ง

ประวัติศาสตร์คือการบันทึกปัจจุบัน ทั้งการบันทึกโกหกหลอกลวงไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องของโรคภัยไข้เจ็บที่เป็นโรคระบาดร้ายแรง มีผลกระทบต่อพลเมืองและพลโลก

เช่น กรณีการเกิดไวรัสโคโรนา “โควิด-19” ทำให้ทุกคนเรียนรู้ได้ว่าเริ่มเกิดขึ้นที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร เช่นในประเทศไทยหนสอง หรือรอบสอง

 

ทั้งเมื่อเริ่มเกิดขึ้นรอบแรก เราต่างระดมบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขมากระทั่งไวรัสแทบจะหยุดแพร่ระบาดจากประเทศไทย แต่เมื่อเป็นไวรัส แม้จะแพร่ระบาดผ่านการสัมผัสมากกว่าทางอากาศ

สำหรับประเทศไทย ด้วยเหตุหลายประการ ถึงกับประกาศว่า “วัคซีน” ที่ประเทศไทยใช้คือ “แมสก์” เป็นเหตุให้ไทยได้รับการยกย่องเป็นที่ 1 ของโลกในการหยุดยั้งการแพร่ระบาดได้ดี

แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดในครั้งที่สอง เป็นเหตุให้ “ความจริง” หลายประการปรากฏขึ้น ยากที่จะ “โกหก” “ตอแหล” กันต่อไปได้ คือการแพร่ระบาดจากชาวพม่าที่เล็ดลอดเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ควบคุมเข้ามาที่จังหวัดสมุทรสาคร และจากบ่อนการพนันจากเชียงราย จากระยอง ในกรุงเทพมหานคร จนแม้คนในรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่นั้นจะปฏิเสธไม่มีบ่อน มีแต่การลักลอบเล่นการพนัน

แล้วทำไมจึงต้องย้ายผู้กำกับการตำรวจในพื้นที่นั้นปัจจุบันทันด่วน 24 ชั่วโมงเล่าครับ

แปลก ทุกครั้งเจ้าหน้าที่ “ปั้นน้ำเป็นตัว” ได้ แต่ครั้งนี้ เป็นเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ ไม่สามารถปั้น “ไวรัส” เป็นน้ำเป็นตัวได้ ทำให้รู้ว่าเรื่องของ “ไวรัส” ไม่มีใครสามารถ “โกหกตอแหล” ใครได้

นับแต่นี้ต่อไป การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ จะมา “ปั้นน้ำเป็นตัว” ไม่ได้แล้ว ผู้ใหญ่ต้องใช้กรณีนี้เป็นประเด็นหลักที่จะให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างน้อยด้วย “ความจริง” ไม่ใช่ “ยืนขาสั่น ปั้นเรื่องเท็จ” หรือ “ตีหน้าเศร้า เล่าความเท็จ” อีกต่อไป

ด้วยการ “ลงโทษ” อย่างจริงจัง อย่าปล่อยให้ “ความเท็จ” สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติบ้านเมือง และอาจเป็นเหตุให้พลเมืองไทยต้องล้มตายเช่นกรณีนี้ได้อีก

 

ประการสำคัญ เมื่อประเทศปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทั้งสมาชิกรัฐสภาที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน ปฏิญาณต่อหน้าประธานสภาผู้เทนราษฎร เท่ากับปฏิญาณต่อหน้าประชาชนผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง รวมทั้งคณะรัฐมนตรีถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ เช่นเดียวกับตุลาการ ก่อนปฏิบัติหน้าที่ต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมที่ตนเป็นสมาชิกด้วยถ้อยคำดังต่อไปนี้

“ข้าพเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอปฏิญาณว่าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”

ดังนั้น สมาชิกรัฐสภามีหน้าที่ติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายและรัฐบาลให้เป็นไปตามกฎหมาย มิใช่ปล่อยให้เจ้าหน้าที่และรัฐบาลทำผิดกฎหมาย เช่นกรณีของการปล่อยให้มีบ่อนการพนัน หรือปล่อยให้แรงงานหรือผู้กระทำผิดกฎหมายผ่านเข้า-ออกด่านธรรมชาติอย่างอิสระ

สร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยดังที่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19 ครั้งนี้

บทความก่อนหน้านี้“เทพไท” ห่วง รัฐลอยแพผู้ติดโควิด-19 จากบ่อน และตปท. ขัดรธน.หรือไม่
บทความถัดไป‘หมอประสิทธิ์’ ชี้โควิดรอบนี้หนัก มีโรคประจำตัวยิ่งน่าห่วง