ผ่าดวงเมือง 2564 ปีวัวดุ ลางร้ายรัฐบาล-เปลี่ยนผู้นำ ม็อบต้านลุกฮือครั้งใหญ่สุด ศก.ดำดิ่ง-โควิดระบาดหนัก

ตลอดปี 2563 รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เผชิญสถานการณ์บีบคั้นรอบด้าน ทั้งการชุมนุมขับไล่รัฐบาล การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การระบาดของโควิด-19 และผลกระทบทางเศรษฐกิจ

ทำให้การย่างก้าวของรัฐบาลสู่ปี 2564 ถูกจับตาปัญหาที่เตรียมถาโถมเข้ามาอีกระลอกใหญ่ รวมถึงผลกระทบวงกว้างที่จะสะเทือนถึงปากท้องชาวบ้าน

บรรดานักโหราศาสตร์ชื่อดังออกมาทำนาย พยากรณ์ดวงชะตาบ้านเมืองในปี 2564 ที่ต้องเจอปัญหาต่างๆ หนักกว่าปี 2563 อาจเป็นชนวนเหตุเขย่าเสถียรภาพรัฐบาล รวมถึงตัวนายกรัฐมนตรี

เริ่มจาก โสรัจจะ นวลอยู่ นอสตราดามุสเมืองไทย ทำนายว่า

การโคจรของดวงดาวปีฉลู 2564 ยังมีดาวสำคัญอยู่ในตำแหน่งเดิม ที่สำคัญคือดาวมฤตยูยังสถิตในราศีเมษไปถึงปี 2565 โดยจะย้ายออกในวันที่ 7 กรกฎาคม 2565 ดาวเสาร์ปัจจุบันสถิตราศีมังกร อยู่ในภพที่สิบของดวงเมืองไปอีกระยะหนึ่ง ยังมีอิทธิพลกับดวงบ้านเมืองอยู่

ต้นปี พระเสาร์ตั้งฉากกับดาวมฤตยูในลัคนาเมษ (ลัคนาของดวงเมือง) มีดาวเกตุและพระราหูล้อมหน้าล้อมหลังเช่นนี้ ถือเป็นจุดอันตราย เพิ่มความรุนแรงให้สิ่งที่ตามมาและความยุ่งยากนานาประการ

อาถรรพ์ของดวงดาว บาปเคราะห์เสาร์กับดาวมฤตยู มีผลต่อบ้านเมืองอย่างเต็มที่ในปี 2564

บ่งชี้สภาวะประเทศ อาจเกิดความแตกร้าวรุนแรง แสดงให้เห็นจุดยุ่งยากของหัวหน้ารัฐบาลต้องเผชิญ ควรหาทางแก้ไขตั้งแต่ต้น

ปีฉลู 2564 ต้องต่อสู้กันทรหดทั้งการเมือง เศรษฐกิจ รัฐบาลต้องเผชิญวิกฤตการณ์รุนแรง ทุกอย่างสำแดงความไม่ปกติสุข เศรษฐกิจอยู่ในภาวะวิกฤต คนตกงานต่อเนื่อง

เหตุการณ์ประเทศจะพลิกผันอย่างไม่เคยเห็นและเกิดความว่างเปล่า ดวงดาวลิขิตมาในปีนี้เกินสุดจะคาดเดาได้

กลุ่มชนและฝูงชนอาจเคลื่อนไหวครั้งยิ่งใหญ่สุดตั้งแต่ตั้งเมืองมา

ดาวอังคารสีเลือดย้ายเข้าสู่ราศีกรกฎ เล็งดาวพระเสาร์ ในเดือนมิถุนายน 2564 จะมีลางร้ายบอกเหตุล่วงหน้า มักเกิดขึ้นเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญอันเสียหายกับบ้านเมือง ให้จับตาลางร้ายที่จะเกิดขึ้นกับรัฐบาลและบ้านเมือง

เหตุการณ์ทางการเมืองรุนแรงที่จะเกิดในปีนี้ เหมือนพายเรืออยู่ในอ่าง วนเวียนซ้ำไป-มาเหมือนเมื่อปี 2563 แต่รุนแรงมากกว่า

บ่งชี้ถึงเมืองไทยเข้าสู่ภาวะวิกฤต จะมีม็อบหรือประชาชนมาชุมนุมเรือนแสน ตามท้องถนน

ปี 2564 ดาวพฤหัสฯ กับพระเสาร์ตั้งฉากดาวมฤตยู บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงใหญ่ นักวิชาการถูกดึงเข้ามาช่วย ดวงดาวบ้านเมืองเดินถอยหลังลงคลอง ต่อให้ใครอาสาเข้ามาแก้ปัญหาประเทศก็ทำได้ยาก

ขณะที่การเมืองระส่ำหนักก็ยังมีภัยรอบข้าง ทำให้ดูเหมือนเกิดความคับขัน มีอัคคีภัยร้ายแรงทั่วทุกภาค ไฟป่าเผาผลาญลุกโชติช่วงทุกแห่ง

ปี 2564 หนักมาก พืชผลทางการเกษตรจะถูกไฟป่า อากาศในกรุงเทพฯ จะร้อนมากที่สุดในรอบพันปี เกิดฝุ่นละอองเกินมาตรฐานทั่วทั้งประเทศและกรุงเทพฯ ผู้คนล้มป่วยจำนวนมาก รัฐบาลหมดปัญญาแก้ไข บางส่วนของประเทศอาจอพยพไปอยู่ที่ปลอดภัยจากฝุ่นละออง

เศรษฐกิจ หุ้นจะตกรุนแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ธนาคารขนาดใหญ่เซ ประสบภาวะเงินฝืด กำลังซื้อลดลง บริษัทห้างร้านหรือโรงงานจะประสบปัญหารุนแรง

โรงงานขนาดใหญ่ทั่วประเทศต้องปิดตัว ปัญหาว่างงานตามมา ยากแค้น

ชาวนาเกษตรกรจะมีหนี้สินจำนวนมาก มีคนอดอยากล้มตายจากพิษเศรษฐกิจ ประสบภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้ทางการเกษตรและอุตสาหกรรม เกิดสงครามแย่งน้ำ

ช่วงกลางปีอาจเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ เขย่าพื้นที่ตอนเหนือของประเทศ สร้างความเสียหายให้บ้านเรือนหลายร้อยหลัง เกิดอาฟเตอร์ช็อกอีกหลายครั้ง

แถบชายฝั่งทะเลอาจถูกคลื่นยักษ์สึนามิพุ่งเข้าถล่มครั้งใหญ่เหมือนปี 2547 อีกครั้ง

จะเกิดโรคระบาดครั้งใหญ่สุดในรอบพันปี โดยเกิดทั่วโลก ประเทศไทยต้องระมัดระวังให้มากที่สุด โดยมีไวรัสกลายพันธุ์คงเป็นไวรัสโควิด-19 ทำให้เสียชีวิตทั่วโลกเพิ่มขึ้น

บุศรินทร์ ปัทมาคม นักโหราศาสตร์ชื่อดัง ทำนายไว้ว่า

ช่วงต้นปี ดาวอังคารโคจรเข้าทับลัคนา (ส) ของ “ดวงเมือง” โดยดาวอังคาร ทักษาจรมีสภาพเป็นกาลกิณีจร การต่อต้านรัฐบาลมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ระหว่างต้นปีไปจนถึง 24 กุมภาพันธ์ 2564

ดวงเมืองชะตาจะตกรุนแรงขึ้น เมื่อดาวอาทิตย์โคจรเข้าไปในราศีมีน หรือเรือนวินาศของดวงเมือง ระหว่างวันที่ 14 มีนาคม ถึง 13 เมษายน 2564

ท่ามกลางรัฐบาลอ่อนกำลัง จากการที่พระเกตุเดิมเป็นกาลกิณีจรเช่นนี้ มีแนวโน้มว่าบ้านเมืองจะสับสน พวกต่อต้านจึงทำการได้รุนแรงยิ่งขึ้น

มีแนวโน้มว่ารัฐบาลน่าจะเป็นฝ่ายแพ้ ต้องเปลี่ยนผู้นำรัฐบาล

ปัญหาใหญ่บ้านเมืองที่น่าจับตาไม่ใช่ปัญหาการเมือง แต่เป็นปัญหาเศรษฐกิจ เพราะดาวราหูย้ายเข้าสู่ราศีพฤษภ หรือเรือนกดุมภะของดวงเมือง ตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน 2563 และจะอยู่ในเรือนกดุมภะต่อไปยาวนานถึง 1 ปี 6 เดือน จะไปสิ้นสุดหลังจาก 30 มีนาคม 2565

เศรษฐกิจจะตกต่ำมากที่สุด เมื่อดาวอังคารโคจรเข้าสมทบกับดาวราหู ระหว่างวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 ถึง 14 เมษายน 2565

ในปี 2564 รัฐบาลไม่มีเงิน ไม่มีกล้วยที่จะเอาไว้เลี้ยงพรรคร่วมรัฐบาล เศรษฐกิจจะตกรุนแรงขึ้นอีก หุ้นจะตกอย่างรุนแรง ระหว่างวันที่ 29 เมษายน ถึง 2 กรกฎาคม 2564

สรุป ปี 2564 เศรษฐกิจจะเป็นปัญหาใหญ่ของบ้านเมือง ประชาชนลำบากมากยิ่งขึ้น คนตกงานมากขึ้น

ในที่สุดน่าจะทำให้เกิดรัฐประหารขึ้นในปี 2565

สําหรับโหรวสุ หรือวสุวัส คำหอมกุล นักพยากรณ์ดวงชะตา เผยว่า

ปี 2564 มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก การเมืองไม่มีความแน่นอน เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป รัฐบาลอาจปรับ ครม. หรือเปลี่ยนตำแหน่งสำคัญ

ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สภาเหมือนไปได้เรื่อยๆ แต่พอถึงเดือนกันยายน ดาวพฤหัสฯ ถอยหลัง แปลว่ารัฐธรรมนูญไปไม่ได้ ต้องกลับมาเริ่มต้นร่างกันใหม่ โหวตกันใหม่

การเมืองปี 2564 ไม่ก้าวหน้าไปในทางที่ดีเพราะไปแล้วก็กลับมาที่เดิม คือลักษณะดาวที่โคจรของดาวพฤหัสฯ กับดาวเสาร์ที่อยู่ใกล้กันมาก

เรื่องม็อบคงมีอยู่ สถานการณ์ไม่ค่อยดี ถ้ามีม็อบใหญ่จะรุนแรงถึงขั้นทำให้มีคนเสียชีวิต ตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไป

ปี 2564 อาจไม่รุนแรงถึงขั้นมีรัฐประหาร แต่มีการเปลี่ยนแปลง มีการกดดันของฝ่ายที่มีกำลังทหาร

นายกรัฐมนตรีอาจไม่ยุบสภา แต่ใช้วิธีประกาศกฎอัยการศึกให้ทหารเข้ามาคุม

การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ถ้าเป็นไปได้จะเปลี่ยนแปลงตัวนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่เดือนเมษายน-กันยายน ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงจะเปลี่ยนช่วงนี้

เศรษฐกิจดวงเมืองในช่วงต้นปีเดือนมากราคม-กุมภาพันธ์ สถานการณ์เศรษฐกิจไม่ค่อยดี แต่หลัง 25 กุมภาพันธ์ จะเริ่มเห็นเศรษฐกิจขยับ

เดือนกันยายน เป็นช่วงการเมืองไม่แน่นอน จะมีปัญหาทำให้กลับไปเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง มาตรการต่างๆ ที่ยังใช้ไม่ได้ผลจะทำให้ช่วงปลายปีประสบปัญหาหนี้สิน เศรษฐกิจ นโยบายต่างๆ จะมีปัญหา

เศรษฐกิจตกต่ำมากกว่าปี 2563 เพราะราหูยังอยู่ในดวงเมือง หนี้สินอาจเพิ่มมากกว่าเดิม คนตกงานมากกว่าปี 2563

อีกมุมหนึ่งของคำทำนาย นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยคำพยากรณ์ของสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (เจ้าคุณธงชัย) เจ้าคณะใหญ่หนกลาง วัดไตรมิตรวิทยาราม ที่กล่าวเตือนสติญาติโยมที่มากราบขอพรว่า

อย่าประมาท สิ่งที่คาดไม่ถึงอาจเกิดขึ้น สิ่งที่คิดว่าจะสงบเรียบร้อยอาจไม่ใช่ ต้องระมัดระวังตัวกันอยู่เสมอ

ดาวมฤตยูยังทับดวงเมืองอยู่ถึง 2 ปีครึ่ง จะเคลื่อนย้ายออกจากราศีเมษไปอยู่ราศีพฤษภในเรือนกฎุมภะของดวงเมืองในวันที่ 8 มีนาคม 2566

ระหว่างนี้จึงเป็นการสู้กันของดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์ ทับกันอยู่ในราศีมังกรเป็นเรือนกัมมะของดวงเมือง

จึงเป็นทั้งเรื่องดีและเรื่องร้ายที่เกิดมาอยู่คู่กันไปตลอดของบ้านเมือง เดี๋ยวมีม็อบ พอม็อบหายนึกว่าจะสงบ กลับมีโควิด พอโควิดหายกลับมีม็อบ หรืออื่นๆ อีก

พอวันที่ 29 มีนาคม 2564 ดาวทั้งสองดวงจะแยกออกจากกันเข้าสู่ราศีกุมภ์ เป็นลาภแก่ดวงเมือง หมายความว่าเป็นการเริ่มต้นความลงตัวของบ้านเมืองได้เป็นอย่างดี มีกุญแจสำคัญที่จะทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย

ความเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองและบนโลกใบนี้ยังมีความรุนแรงและรวดเร็วอยู่ตลอด เพราะอิทธิพลของดวงดาวสำคัญๆ เหล่านั้น

ในระยะเวลา 2 ปีครึ่งจะมีความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง รวมทั้งวิถีชีวิตชนิดที่เราไม่เคยเห็นก็จะได้เห็น เพราะอิทธิพลของดวงดาวมฤตยูยังสิงสถิตอยู่

สมเด็จธงชัยย้ำว่า ช่วง 2 ปีครึ่งที่ยังอยู่ในอิทธิพลดาวมฤตยูทับดวงเมือง ทุกคนต้องสู้กับมฤตยูให้ได้ด้วย Change Innovation Idealism Freedom เป็นคาถาประจำใจในการส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

ทั้งหมดคือทำนายดวงเมืองปี 2564 ที่ยังต้องเผชิญปัญหารอบด้าน การเมืองยังระอุ ม็อบลุกฮือครั้งใหญ่ โรคที่ยังแพร่ระบาด และเศรษฐกิจตกต่ำ

เป็นดวงเมืองร้อนๆ อีกปีที่ประเทศไทยยังต้องเจอมรสุมถาโถมเข้ามาไม่ขาดสาย

บทความก่อนหน้านี้ร้านนวด-สปา ร้อง ‘บิ๊กตู่ ไฟเขียวเปิดบริการ ชี้ไม่เป็นธรรม โควิดรอบแรกถูกปิดก่อน-เปิดทีหลัง
บทความถัดไปก้าวไกลจี้ ‘สุพัฒนพงษ์’ รับบทหัวหน้าทีมศก. นำแก้วิกฤต ขู่ทำเฉย เจอยื่นซักฟอกแน่