การศึกษา / จับตาท่าที ‘ศธ.-สทศ.’ งัดข้อปม ‘ยกเลิก’ สอบ ‘โอเน็ต’!!

การศึกษา

 

จับตาท่าที ‘ศธ.-สทศ.’

งัดข้อปม ‘ยกเลิก’ สอบ ‘โอเน็ต’!!

 

ถือเป็นปีที่ร้อนแรงสำหรับแวดวงการศึกษา ส่งท้ายปีหนูไฟจริงๆ

หลังนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ส่งหนังสือแจ้งผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) “ยกเลิก” การจัด “การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน” หรือโอเน็ต และ “การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา” หรือวีเน็ต

เนื่องจากการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ทำให้สถานศึกษาไม่สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประกอบกับ ศธ.กำลังดำเนินโครงการโรงเรียนคุณภาพของชุมชน ดังนั้น ด้วยความแตกต่างของรูปแบบการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล และศักยภาพของผู้เรียนของโรงเรียนแต่ละแห่ง จึงจำเป็นต้องปรับระบบการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ

ดังนั้น ศธ.จึงเห็นควรให้ยกเลิกสอบโอเน็ตในระดับชั้น ป.6 และ ม.3 ปีการศึกษา 2563

ส่วนเหตุผลที่ให้ยกเลิกการสอบวีเน็ต เนื่องจากพบข้อจำกัดหลายประเด็น เช่น การทดสอบเป็นการวัดความรู้ทางวิชาการด้านสมรรถนะแกนกลางมากกว่าการวัดความสามารถในการเข้าสู่การทำงานในโลกอาชีพ การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อาจส่งผลต่อระดับคะแนนการทดสอบบางพื้นที่ ถือเป็นความเอนเอียงของการประเมินทางการศึกษา

จึงขอยกเลิกการสอบวีเน็ตในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ปี 3 และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ปี 2 ตั้งแต่ปีการศึกษา 2563

 

ประเด็นยกเลิกโอเน็ต รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ส่งสัญญาณมาหลายเดือนแล้ว เริ่มจากการเลื่อนเปิดและปิดภาคเรียนที่ 1 ในปีการศึกษา 2563 เนื่องจากผลกระทบของการแพร่ระบาด พร้อมให้จัดการเรียนการสอนผ่านทางไกลและผ่านระบบออนไลน์

ส่งผลให้ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ผู้ดูแลระบบการคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา หรือทีแคส ต้องปรับปฏิทินการรับสมัครนักเรียนเข้าศึกษาต่อในอุดมศึกษาใหม่

แต่คำถามที่ตามมาคือ เมื่อนักเรียนเรียนผ่านการสอนทางไกล หรือออนไลน์ ทำให้เห็นชัดเจนว่านักเรียนบางกลุ่มได้รับความรู้ไม่เต็มที่ นักเรียนและผู้ปกครองกังวลว่าหากสอบโอเน็ตแล้วอาจจะได้คะแนนไม่ดี จึงเรียกร้องให้ ศธ.ยกเลิกการสอบ!!

เมื่อรัฐมนตรีว่าการ ศธ.ส่งสัญญาณค่อนข้างชัดเจน สทศ.จึงนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร สทศ.

โดยนายอดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ในฐานะกรรมการบริหาร สทศ.ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหาร สทศ.ว่า ที่ประชุมเห็นตรงกันว่าการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติยังจำเป็น ไม่ขัดข้องนโยบายของรัฐมนตรีว่าการ ศธ.

แต่มีข้อกังวลหลายเรื่อง อีกทั้ง สทศ.ได้จัดพิมพ์ข้อสอบชั้น ป.6 จำนวนกว่า 800,000 ชุด เรียบร้อยแล้ว มีต้นทุนและมีความเกี่ยวเนื่องกับงบประมาณที่ สทศ.ได้รับจากสำนักงบประมาณเพื่อจัดทำข้อสอบ จะทำอย่างไร

“รัฐมนตรีว่าการ ศธ.มีอำนาจในการกำกับดูแล สทศ.แต่ไม่มีอำนาจในการยกเลิกการสอบโอเน็ต และ สทศ.จัดตั้งขึ้นมาเพื่อจัดทดสอบระดับชาติ หากจะยกเลิกการสอบเพราะสถานการณ์การแพร่ระบาด ต้องเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา ดังนั้น สทศ.จะจัดทำข้อดี ข้อเสีย และผลกระทบหากยกเลิกการสอบโอเน็ตในปี 2563 ให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.พิจารณา เพื่อให้ ครม.พิจารณาภายในสัปดาห์หน้า เพื่อให้เกิดความชัดเจน”

นายอดิศรกล่าว

 

ขณะที่นายณัฏฐพลให้เหตุผลในการยกเลิกสอบโอเน็ตและวีเน็ตว่า ศธ.ได้ศึกษาข้อดี-ข้อเสียที่ผ่านมา รวมถึงศึกษาดูว่าอะไรที่มีความซับซ้อน ทำให้การจัดการศึกษาไม่เกิดประสิทธิผล และไม่ส่งผลลัพธ์ถึงนักเรียน ทั้งนี้ ต้องกล้ายอมรับความจริงว่าอะไรที่ทำให้งบประมาณของชาติอาจไม่คุ้มค่า และที่ผ่านมานำผลสอบโอเน็ตไปวัดสถานศึกษา ผู้บริหาร และครู ซึ่งไม่ตรงกับความต้องการ ทั้งที่ต้องการใช้คะแนนเพื่อพัฒนานักเรียน

ส่วนการยกเลิกสอบวีเน็ต สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) มีหน่วยงานมารองรับการทดสอบด้านวิชาชีพของนักเรียน-นักศึกษาอยู่แล้ว เช่น สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เป็นต้น จึงไม่อยากทำอะไรซับซ้อน ที่สำคัญเป็นการใช้งบอย่างไม่มีประสิทธิภาพ

“การยกเลิกสอบโอเน็ต เป็นอำนาจของ ศธ.ว่าจะใช้ หรือไม่ใช้ เบื้องต้นเป็นเพียงส่งหนังสือเพื่อเสนอแนวทางให้ สทศ.เท่านั้น ส่วนแนวทางจะดำเนินต่อไปอย่างไร ให้ดำเนินการตามกฎระเบียบที่มีอยู่ ว่าจำเป็นต้องเสนอ ครม.หรือไม่ อาจจะเสนอให้ ครม.รับทราบ แต่คงไม่ใช่ ครม.เป็นผู้ตัดสินใจ ศธ.จะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะนำผลโอเน็ตมาใช้ทำอะไร ผมอยากให้รอความชัดเจนก่อน ไม่เช่นนั้นจะเกิดการสับสน”

นายณัฏฐพลระบุ

 

ด้านนักวิชาการอย่างนายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่าโอเน็ตมีข้อเสียมากกว่าข้อดี ผลสอบไม่ได้สะท้อนผลการเรียนที่แท้จริงของเด็ก เพราะเด็กถูกติว ถูกกดดัน ต้องไปเรียนในสิ่งที่ ศธ.บังคับ เนื่องจากใช้โอเน็ตไปเชื่อมโยงกับการโยกย้ายผู้บริหาร และการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะ กว่า 70% ถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

ขณะที่ สทศ.รู้ปัญหาอยู่แล้วว่ามีการนำผลสอบไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ แต่ไม่เคยสะท้อนปัญหา และแก้ไขให้ถูกต้อง ดังนั้น จึงควรยกเลิก

ปิดท้ายที่นายอรรถพล อนันตวรสกุล อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ระบุว่า ถ้าต้องการยกเลิกการสอบโอเน็ต เฉพาะปีการศึกษา 2563 เนื่องจากมีสถานการณ์การแพร่ระบาด ซึ่ง ศธ.ไม่อยากให้เด็กเกิดความเครียดในการเตรียมตัวสอบ ตนมองว่าทั้ง ศธ.และ สทศ.ควรหารือร่วมกัน แต่ขณะนี้หลายฝ่ายคิดว่า ศธ.จะเลิกสอบโอเน็ตแล้ว ทั้งที่ในความจริง ศธ.ไม่มีอำนาจในการยกเลิกข้อสอบโอเน็ต และ สทศ.ต้องทำหน้าที่ที่ถูกกำหนดไว้ใน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 คือต้องจัดการทดสอบระดับชาติอยู่ ดังนั้น ทั้ง 2 ฝ่ายควรหารือและหาทางออกร่วมกัน เพื่อไม่ให้สังคมตกใจและตื่นตระหนก

“ผมมองว่าปัญหาเกิดจาก ศธ.ใช้คะแนนโอเน็ตประเมินโรงเรียน ซึ่งมีผลต่อความดีความชอบของผู้บริหาร ถือเป็นการนำผลการสอบโอเน็ตไปใช้ผิดเป้าหมาย และทำให้นักเรียนเกิดความเครียด เพราะต้องไปติวเพิ่มเติม ทั้งนี้ จำเป็นต้องมีการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติอยู่ แต่ปัจจุบันการทดสอบทำได้หลายแบบ มองว่าแก้ปัญหาด้วยการเปลี่ยนข้อสอบหรือยกเลิกการสอบโอเน็ตอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องปรับปรุงระบบการประเมินโรงเรียน ระบบการประเมินความดีความชอบของบุคลากรทางการศึกษา และปรับข้อสอบให้เน้นสมรรถนะผู้เรียนด้วย”

นายอรรถพลกล่าว

 

ถึงเวลาแล้วที่ ศธ.และ สทศ.ต้องหันหน้าเข้าหากัน นั่งจับเข่าเคลียร์กันให้ชัดเจนว่าสมควรจะ “ยกเลิก” การสอบ “โอเน็ต” หรือไม่??

ไม่ควรปล่อยให้สังคมรอนานกว่านี้ เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อนักเรียนและผู้ปกครองหลายล้านคน

หากยังคงยื้อกันไปมาอย่างนี้ ผู้ที่ได้รับผลกระทบคงหนีไม่พ้นนักเรียนตาดำๆ!!

 

 

บทความก่อนหน้านี้มองบ้านมองเมือง / ปริญญา ตรีน้อยใส /ไฟเบอร์ซีเมนต์
บทความถัดไปศาลให้ประกัน 14 การ์ดวีโว่ โตโต้ลั่นมีกำลังใจ ไม่หวั่น พร้อมสู้ทุกคดี