ฉัตรสุมาลย์ : ขออำลาผู้อ่าน

งานเลี้ยงต้องมีวันเลิกรา เช่นเดียวกัน นักเขียนก็ต้องมาถึงจุดที่เลิกเขียน เลิกเขียนบางทีก็เพราะถูกพรากด้วยความตาย บางทีก็เพราะเขียนไม่ได้ บางทีก็เพราะสาเหตุอื่นๆ

ฉันย้อนคิดทบทวน ฉันเขียนให้มติชนสุดสัปดาห์มานานมาก ไม่รู้เริ่มต้นเมื่อไร ต้องไม่น้อยกว่า 27 ปี

ทำไมเอา 27 ปีมาเป็นตัวตั้ง ก็ฉันอยู่กับธรรมศาสตร์มานาน 27 ปี ฉันก็ว่านานจัง แต่หลังจากที่ออกมาจากธรรมศาสตร์แล้ว ฉันก็ยังเขียนให้มติชนสุดสัปดาห์มาอีก 20 ปี ฉันออกจากธรรมศาสตร์ ค.ศ.2000 ปีนี้มัน 2020 จะจบปีอยู่แล้วนี่นา

แรกเริ่ม เป็นเพราะฉันอ่านมติชน ทั้งรายวัน และสุดสัปดาห์ อันนี้เป็นรสนิยมส่วนตัว

ขณะเดียวกันฉันก็โชคดี ได้เดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ ในบริบทที่ไปนั้น เนื้อหาการเดินทางไปประชุมทางวิชาการในเรื่องของศาสนา พุทธศาสนา สตรี และสิ่งแวดล้อม เป็นหัวข้อที่ฉันดูจะชอบ และมีผลงานทางวิชาการปรากฏอยู่บ้าง

ในประสบการณ์เหล่านั้น ฉันก็นึกเสียดายที่ตัวฉันเองได้รับความรู้ โอกาสที่ได้เรียนรู้ สั่งสมประสบการณ์เช่นนั้น มันหายากนะ ฉันจึงอยากถ่ายทอด อยากบอก อยากเล่าให้คนอื่นได้ประโยชน์ด้วย

ตอนที่ฉันไปอินเดียและไปพบเรื่องสามเณรีที่มรณภาพที่ใต้ต้นโพธิ์ บังเอิญท่านรองวสิษฐ (พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร) ไปอินเดียช่วงเดียวกัน ไปเจอฉันที่วัดไทยพุทธคยา ฉันเล่าเรื่องให้ท่านฟัง ท่านก็บอกว่า อย่าลืมเขียนไปลงมติชน

เวลาที่มีเรื่องที่น่าสนใจก็เขียนมาลงมติชน

 

เริ่มแรก ทางกอง บ.ก.ก็ลงเป็นรายงานพิเศษ ฉันก็เขียนส่งมาเรื่อยๆ เรื่องโน้นเรื่องนี้ และเพราะเดินทางบ่อย ก็มีเรื่องเขียนเยอะ

ทางกองบรรณาธิการเลยเปิดคอลัมน์ให้เป็น ธรรมลีลา ฉันก็ไม่รู้ตัวมาก่อน ทางกอง บ.ก.ก็ไม่เคยถาม วันดีคืนดีฉันเปิดอ่านก็เจอบทความของตัวเองในคอลัมน์นี้ เออ ก็เขียนต่อมาเรื่อยๆ

ฉันเป็นคนมีวินัย เนื่องจากไม่ใช่หนังสือพิมพ์รายวัน ต้นฉบับก็เข้ามารออยู่บางครั้ง 2-3 อาทิตย์ล่วงหน้า แล้วตัวเองก็จำไม่ได้ว่า ตอนนี้มีเรื่องอะไรที่ส่งมาแล้วยังไม่ได้ลงพิมพ์บ้าง

มีนะ บทความที่กองบรรณาธิการคัดออก ก็คือ ไม่ได้ลงให้ เราก็ไม่ถาม ไม่ตอแย ว่าทำไมไม่ลงเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้ ก็เป็นหน้าที่ของเขาที่จะคัดกรองเรื่องราวให้เหมาะสมกับหนังสือของเขา

หน้าที่ของเราก็เขียนเรื่องอื่นๆ ส่งมา ฉันไม่เคยอยู่ในภาวะที่ไม่รู้ว่าจะเขียนอะไรให้มติชนสุดสัปดาห์ มันเป็นความผูกพันที่ลึกซึ้งและยาวนาน

บางครั้งจะมีโทรศัพท์จากมติชนสุดสัปดาห์ตามต้นฉบับ บางครั้งจะเตือนทางอีเมล

คุณเชื่อไหม ฉันดีใจว่าเขาตามต้นฉบับ

น่าจะเป็นคนที่ชอบทำงานแบบไฟลนก้น ทำได้ทันที ฉันจะวางงานอื่นหมด ต้นฉบับ 4 หน้าขนาดเอ 4 ฉันพิมพ์เสร็จใน 1 ช.ม. ฉันพิมพ์เอง ไม่ได้พิมพ์สัมผัส ความเร็วประมาณหน้าละ 15 นาที วันไหนที่ได้ส่งต้นฉบับให้มติชนสุดสัปดาห์ ฉันดูจะมีความสุข ประมาณว่า ทำหน้าที่เสร็จแล้ว

ฉันอยู่กับความรู้สึกดีๆ เช่นนี้นานร่วม 30 ปี

ความคุ้นเคยมันหยั่งรากลึก

 

ฉันเขียนถึงอินเดียบ่อย ครั้งแรกที่รวมเล่ม ใช้ชื่อว่า มหัศจรรย์อินเดีย คุณขรรค์ชัย บุนปาน เขียนคำนำให้ รู้สึกขอบคุณเป็นพิเศษ หลายปีต่อมาเมื่อเห็นยังมีหนังสือค้างสต๊อก ก็พยายามขอซื้อกลับหมด โดยขอราคา 50 เปอร์เซ็นต์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายเขาไม่ให้ เออ อันนี้ฉันก็ไม่เข้าใจวิธีคิด

จากนั้น มหัศจรรย์อินเดีย 2-3 ก็ออกตามมา ฉันก็เลยไม่ได้รบกวนให้มติชนพิมพ์

มีเรื่องที่ฉันจุดไต้ตำตอ ตัวเองก็ตกใจ แต่ก็เป็นความจริง ฉันเขียนประสบการณ์ที่ไปเยี่ยมร้านขายโอ่งที่มีชื่อของราชบุรี ก็เขียนเรื่องมาลงมติชนสุดสัปดาห์ตามประสบการณ์ที่ไปพบจริงๆ สองวันต่อมา เลขาฯ ของคุณขรรค์ชัยโทร.มาว่า หากจะไปอีกขอให้บอก จะให้คนต้อนรับ ฉันก็หน้าแตกไปตามระเบียบ

เพราะร้านที่ฉันเขียนถึงเขานั้น เป็นญาติของคุณขรรค์ชัย

 

ฉันเห็นนักเขียนที่เขียนบทความลงมติชนสุดสัปดาห์ แล้วอยู่ๆ ก็หายไปหลายคน บางคนก็ทราบเหตุผล แต่บางคนก็ไม่เคยทราบเหตุผล

ฉันก็มาถึงจุดที่ฉันเลือกที่จะยุติการเขียนคอลัมน์ธรรมลีลา ให้มติชนสุดสัปดาห์แล้ว ฉันไม่อยากหายไปเฉยๆ อยากจะบอกลาอย่างเป็นทางการกับท่านผู้อ่าน ฉันก็ไม่รู้ว่า มีคนอ่านคอลัมน์นี้มากน้อยเพียงใด แต่เวลาไปเจอกันในที่สาธารณะก็มักจะมีคนมาทักทายว่า ตามงานเขียนของฉันในมติชนสุดสัปดาห์อยู่ จริงๆ แล้วเขาก็อ่านทั้งฉบับนั่นแหละ

ฉันอยากจะบอกลาโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ดูแลคอลัมน์ธรรมลีลามายาวนาน จนเปลี่ยนหน้าไปหลายคนแล้ว เพราะจริงๆ แล้ว คนนี้เป็นคนที่รับผิดชอบกับคอลัมน์ธรรมลีลาจริงๆ

ฉันอยากจะขอบคุณคุณฐากูร บุนปาน เพราะเห็นชื่อท่านลงนามในเช็คที่ส่งไปให้ฉันทุกเดือนไม่เคยขาด

ฉันทำงานกับหนังสือพิมพ์มาหลายยุค หลายฉบับ มติชนสุดสัปดาห์เป็นฉบับเดียวที่ดูแลการเงินสม่ำเสมอ ฉันต้องขอชมนะ

ฉันขอขอบคุณกองบรรณาธิการ ที่อนุมัติจัดการให้มีคอลัมน์ธรรมลีลาที่ยืนยง แม้ในช่วงที่ฉันเคยประสบอุบัติเหตุนอนโรงพยาบาลนานเป็นเดือน ต้นฉบับก็ไม่สะดุด

เป็นการลาจากอย่างเป็นทางการของฉัน เพราะฉันมักจะหายตัวไปเฉยๆ แต่คราวนี้ ฉันต้องบอกลากับผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงทุกๆ ฝ่าย เพราะฉันรู้สึกขอบคุณ อย่างน้อยที่สุดที่ฉันทำได้ คือให้เกียรติให้รู้ที่มาที่ไป ให้รู้การตัดสินใจของฉัน

ฉันยังอยู่ที่เดิม มีความเป็นอยู่พอควรแก่อัตภาพ แต่ขอลาจากพื้นที่ตรงนี้ไปก่อนค่ะ

บทความก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นสั่งครูต่างชาติ ถอดต่างหูออก เจอสวนต้องรู้ภาษา-วัฒนธรรมอันหลากหลาย
บทความถัดไป‘สุดารัตน์’ ลงช่วยหาเสียงชู “ไข่มุก” สนามอบจ.กาฬสินธุ์ เผยแม้ต้องลาพรรค แต่ไม่ทิ้งคนอีสาน-ประชาธิปไตย