ทราย เจริญปุระ | สิ่งที่ต้องจ่ายคือหัวใจ

ทราย เจริญปุระ

ไม่รู้จะเขียนอะไรจริงๆ ให้ตาย

ไม่ใช่ไม่มีเรื่องเขียน

เรื่องเป็นร้อยเป็นพันวนเวียนอยู่ในหัว แต่ไม่รู้จะหยิบยกเรื่องไหนออกมาขยาย

ล่วงเข้าปลายพฤศจิกายน แต่ฝนเพิ่งหมาดฟ้าวันนี้ น้องๆ ที่จัดชุมนุมเลยต้องย้ายสถานที่จากแยกหนึ่งไปสู่อีกแยก รับมือตามสถานการณ์เฉพาะหน้ากันไป

พรุ่งนี้มีอีกงาน

มะรืนมีที่เชียงใหม่

แล้วกลางสัปดาห์ก็มีอีกหนึ่งงานใหญ่ในกรุงเทพฯ

เป็นเรื่องวุ่นวายในการจัดแจงให้อะไรต่างๆ ลุล่วงไปได้ด้วยดี โดยรบกวนสมาธิคนหน้างานน้อยที่สุด

แต่ความหนักใจของฉันไม่ใช่เรื่องจัดการ ซึ่งไปๆ มาๆ ทำบ่อยเข้าก็เริ่มจับทางได้ แถมมีคนมาช่วยเพิ่มมากมาย

ความหนักนั้นเป็นเรื่องของใจ

ผู้คนมักจะพูดกันว่าเราต้องแยกแยะให้ได้ ระหว่างหน้าที่กับหัวใจ อย่าเอาความรู้สึกไปปนในงาน ทำตัวให้เป็นมืออาชีพ จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ให้ราบรื่น

น้ำตานั้นเอาไว้เช็ดยามไร้คนมอง กล้ำกลืนมันเอาไว้

แล้วปฏิบัติหน้าที่ต่อ

นั่นคือคนแบบที่ฉันอยากเป็น

แต่ก็ไม่เคยเป็นได้

คือถ้าจะมองเป็นอาชีพ ฉันก็ไม่เคยได้ค่าตอบแทนอะไรจากที่ทู่ซี้ทำอยู่ทุกวันนี่

คำว่าพอแล้ว ไม่ทำแล้ว ให้คนอื่นทำไปเลย นี่พูดบ่อยเสียจนไม่มีใครเชื่อ และตัวฉันเองก็ยังเชื่อตัวเองไม่ลง เลยได้แต่หุบปาก เลิกบ่น แล้วก็ทำต่อ

และคราวนี้สิ่งที่ต้องจ่ายก็คือหัวใจ

ไม่รู้ว่ากี่ครั้งแล้วที่ฉันร้องไห้พลาง มือก็พิมพ์สั่งของเพิ่ม กระจายข่าว สลับกับตอบคำถามที่ถาโถมเข้ามาพร้อมๆ กัน

ไม่รู้กี่ครั้งแล้วที่ฉันรู้สึกว่าตัวเองมันห่วยแตก ทำไมทำได้แค่นี้ ทำไมไม่ออกไปอยู่กับน้องๆ

แล้วก็ไม่รู้ว่ากี่ครั้งแล้วเหมือนกัน ที่พอเอาตัวไปอยู่หน้างานจริงๆ ก็หงุดหงิดอึดอัด ว่าตัวเองทำอะไรได้ชักช้า สั่งของเพิ่มก็ไม่ได้ แล้วนั่นตรงนั้นทำไมมันมืด ห้องน้ำอยู่ไกลจัง ทีมนี้ใคร ทำไมยังไม่ได้น้ำ

สารพัดสารเพ

ฉันไม่ใช่มนุษย์จิตอาสาที่จะประโลมใจได้ว่าแค่ได้ทำก็ดีแล้ว สบายใจแล้ว นี่เป็นงานที่ไม่มีใครบังคับ ได้แค่ไหนก็แค่นั้น

คือไม่มีใครบังคับก็ใช่

แต่ฉันก็ไม่เคยปล่อยตัวเอง

ไม่ได้จะบอกว่าตัวเองทำได้เลิศเลอ แต่เท่าที่ทุกข้อจำกัดอันพิสดารพันลึกหาที่สุดมิได้ที่ถาโถมกันเข้ามาให้ได้ทดสอบสติทุกการชุมนุม ฉันก็ทำสุดมือทุกครั้ง

การงานถูกละเลย ทริปท่องเที่ยวที่จองโรงแรมไว้แล้วถูกปล่อยทิ้งดื้อๆ

นี่คือความแย่ของฉันผู้แยกแยะไม่ได้

ดังนั้น ทุกครั้งฉันจึงเจ็บปวดไปด้วยเวลาเกิดเหตุอันใดกับผู้มาชุมนุม

ไม่เพราะแค่พวกเขาล้วนอ่อนเยาว์ แต่พวกเขาล้วนรู้ดีว่าการออกมานั้นมีราคาต้องจ่ายอย่างไร

รู้ว่าอาจโดนบังคับให้จ่ายแม้จะไม่สมเหตุสมผล ไม่สมควรแก่โทษ ไม่สมควรแก่สิ่งที่ทำ

ดังนั้น ทุกครั้งที่มีคนค่อนแคะว่า เกิดมีคนเจ็บคนตายขึ้นมา จะรับผิดชอบยังไง

ฉันจึงอยากจะหันไปมองหน้าคนพูดให้เต็มๆ ตา

แล้วถามว่า ไม่รู้จริงๆ หรือ ว่าทุกคนออกมาเพราะคนอย่างพวกคุณ คนที่กลัว คนที่เพิกเฉย คนที่สบายดีกับความทุเรศทุรังผิดปกติไปทุกองคาพยพของประเทศนี้

และถ้าจะมีคนเจ็บคนตายเพราะออกมาเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง หรือค้นหาคำตอบเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของตัวเองแล้ว ก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าใครกันแน่ที่ทำให้เลือดต้องหลั่ง

คนที่อยู่ไปวันๆ เพื่อที่อีกไม่นานก็ตกตายตามกันไป และไม่รู้จักสงสัย ไม่รู้จักตั้งคำถาม เขาสั่งให้ทำให้เชื่ออะไรก็ก้มหน้าทำไปแบบนั้น ย่อมรู้สึกว่าการเชื่องเชื่อมันง่าย

แต่คุณจะบังคับให้คนอื่นเชื่องไม่ได้

ฉันกลัวอยู่บ่อยๆ ทั้งเรื่องความปลอดภัย เรื่องความบิดเบี้ยวของระบบ ทั้งการจับกุม คุกคาม ไปยันกระบวนการยุติธรรมที่เด็กๆ ต้องเจอ หลายครั้งที่อยากจะออกปากห้ามเองด้วยซ้ำ แต่ก็ต้องกล้ำกลืน

ฉันไม่ควรเอาความกลัวของตัวเองไปครอบพวกเขา

ไม่ควรดูถูกว่าพวกเขาไม่รู้ว่ากำลังเผชิญอยู่กับอะไร

ไม่ใช่ฉันที่รู้ดีกว่าเขา เราล้วนดำเนินไปในความไม่รู้เหมือนกันว่าระหว่างทางจะเป็นอย่างไร ฉันไม่รู้ เด็กๆ ก็ไม่รู้

และพิมพ์มาถึงตรงนี้ฉันก็ร้องไห้อีกแล้ว

คนให้ค่าศิลปินนักร้องนักแสดง ว่ามีอะไรมากมายต้องเสีย มีค่าตัว มีรายได้ มีพรีเซ็นเตอร์ มีสัญญา มีคอนเน็กชั่น มีนั่นมีนี่ทุกอย่างที่ห่อหุ้มอยู่จนไม่สามารถจะออกมาพูดอะไรได้

เลยจำต้องรับบทเฉยไว้อย่างนั้น

ฉันปวดใจทุกครั้งเวลาได้ยินคนมาอธิบายอะไรแบบนี้

ทำไมคุณถึงให้ค่าเขามากกว่าตัวเอง

ทำไมคุณให้ค่าเขามากกว่าชีวิตของตัวเอง

ทำไมเข้าอกเข้าใจเขามากกว่าตัวคุณเอง

ทำไมคุณต้องเอาความรักโถมลงไปที่เขา แบ่งเงินที่หามาได้ยากลำบากเพื่อซื้อเพื่อสนับสนุน แล้วยังต้องทำความเข้าใจกับการเพิกเฉยของเขา ถึงสิ่งที่คุณออกไปสู้มา ออกไปพูด ออกไปโดนด่า

ครอบครัวของคุณ ความสัมพันธ์ของคุณ การงานของคุณ อนาคตของคุณ ชีวิตของคุณสำคัญน้อยกว่าพวกเขาตรงไหนกัน?

คุณคือคนสำคัญ

คุณคือคุณที่เป็นเจ้าของชีวิตตัวเอง ที่เรียกร้อง คุณเป็นที่รักของใครคนหนึ่งแม้จะไม่ได้มีคนติดตามเป็นแสนเป็นล้าน

และหนึ่งในแสนในล้านนั้นก็คือคุณ

แต่คุณก็รักเขามากกว่าตัวเอง

บางคนบอกว่า มันยากที่จะให้ตัดใจเลิกรักคนที่ติดตามกันมาเนิ่นนาน

แต่โลกนี้ก็ไม่มีอะไรง่ายอยู่แล้ว

สิ่งที่พวกเราเพียรพยายามเฝ้าทำกันนั้นไม่ง่าย

และคนที่คุณรักไม่แม้แต่จะพูดถึงมัน

จดหมายรักที่ไม่เคยไปถึงปลายทางจะส่งได้อีกสักกี่ฉบับกัน

โปรดมอบความรักและความเข้าใจให้ลูกหลานของคุณ ตอบแทนเขาด้วยอ้อมกอดและความเข้าใจ เขาสู้เพื่อเขา และเราทุกคน

The future teaches you to be alone

The present to be afraid and cold

“So if I can shoot rabbits then I can shoot fascists”

Bullets for your brain today

But we”ll forget it all again

Monuments put from pen to paper

Turns me into a gutless wonder

And if you tolerate this then your children will be next

And if you tolerate this then your children will be next

Will be next, will be next, will be next

Gravity keeps my head down

Or is it maybe shame

At being so young and being so vain

Holes in your head today

But I”m a pacifist

I”ve walked La Ramblas but not with real intent

And if you tolerate this then your children will be next

And if you tolerate this then your children will be next

Will be next, will be next, will be next, yeah will be next*

เพลง If you tolerate this then your children will be next โดย Manic Street Preachers จากอัลบั้ม This is my truth, Tell me yours 1998