ต่างประเทศอินโดจีน : ความกลัวที่เวียดนาม

This photograph taken on September 7, 2020 shows people having lunch at the Baba restaurant in Ho Chi Minh city. - Vietnam's fragrant noodle soups and fresh spring rolls have won fans across the globe, but mounting food safety scandals on the country's streets are sparking a rising tide of anxiety among millenials about what they eat. (Photo by Nhac NGUYEN / AFP) / To go with Vietnam-food-health-economy, FEATURE by Alice PHILIPSON and TRAN Thi Minh Ha

“บุ๋น จ่า” เป็นอาหารกลางวันหลักอย่างหนึ่งของเวียดนาม ใครเคยไปเยือนมามักสังเกตเห็นใกล้มื้อเที่ยงเมื่อใด เป็นต้องมีการย่างหมูหมัก หมูปั้น หมูสามชั้นกันควันโขมง เตรียมใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญของบุ๋น จ่า

ส่วนที่เหลือเป็นน้ำแกงใสใส่ผักนิดหน่อย เมื่อนำหมูย่างมาใส่ รับประทานกับเส้นขนมจีน ผักสด โรยถั่วลิสง ชวนรับประทาน

ว่ากันว่า เมื่อครั้งบารัค โอบามา เดินทางเยือนเวียดนาม บุ๋น จ่า คือหนึ่งในจานโปรดของประธานาธิบดีอเมริกันในเวลานั้น

แอนโทนี่ บัวร์เดน เชฟและนักเขียนชื่อดังชาวอเมริกันผู้ล่วงลับก็ชื่นชอบบุ๋น จ่า เป็นพิเศษเช่นกัน

 

แต่จั่น ฮวงลัน พนักงานบัญชีวัย 32 ปี ถึงกับต้องล้มหมอนนอนเสื่อ รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลถึง 2 วัน 2 คืน เพราะบุ๋น จ่า ที่กินเข้าไปแผลงฤทธิ์เอาใน 2 ชั่วโมงให้หลัง

แพทย์ที่รักษาบอกว่า เป็นเพราะอื่นใดไปไม่ได้ นอกจากอาหารเป็นพิษ!

จั่น ฮวงลัน ขยาดกลัวจนเลิกราการกินอาหารนอกบ้านไปนานหลายเดือนหลังจากนั้น

เมื่อกรกฎาคมที่ผ่านมา มีคนเวียดนาม 14 คนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพราะอาการหนักหลังจากรับประทานปาเต มังสวิรัติ เข้าไป

หลายคนในจำนวนนั้นแสดงอาการรุนแรง หนังตาตก และกล้ามเนื้อในระบบทางเดินหายใจเกิดอัมพาตชั่วคราว ที่อาจอันตรายถึงชีวิตได้

 

กรณีดังกล่าวสะท้อนถึงความหวั่นกลัวที่แพร่ออกไปปกคลุมเวียดนามอยู่ในเวลานี้ ตั้งแต่ปัญหามาตรฐานสุขอนามัยของอาหาร เรื่อยไปจนถึงเรื่องการใช้สารเคมีเพื่อฆ่าแมลงในการปลูกผัก หรือสมุนไพร และส่วนประกอบอื่นๆ ที่ใช้ประจำในครัวเรือนมากจนเกินไป

ชนิดที่เตรื่อง ควอคตุง ผู้อำนวยการสมาคมคุ้มครองพันธุ์พืชแห่งเวียดนาม ออกปากว่า ปัญหานี้ใกล้ถึงจุดวิกฤตอยู่รอมร่อ

เมื่อบริติช เคาน์ซิล เวียดนามสำรวจสิ่งที่คนเวียดนามอายุระหว่าง 16-30 ปีกลัวและเป็นกังวลมากที่สุดในเวลานี้ ปรากฏว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบบอกว่า กลัวพิษในอาหาร ซึ่งสูงมากพอๆ กับความกลัวต่อความไม่มั่นคงในหน้าที่การงานเลยทีเดียว

เตรื่อง ควอคตุง บอกว่า ที่มาของความกลัวดังกล่าวคือการลักลอบใช้ยาฆ่าแมลงต้องห้าม เมื่อบวกกับสภาวะแวดล้อมที่เป็นพิษมากขึ้น ก็เป็นเหตุให้ถึงกับมีผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของเวียดนามที่ส่งออกไปยังต่างประเทศถูกตีกลับมากขึ้นเรื่อยๆ

ตัวเลขของธนาคารโลกระบุไว้ชัดเจนว่า ปัญหาความปลอดภัยในอาหาร ส่งผลเสียต่อผลิตภาพของเวียดนามแต่ละปีมากไม่ใช่น้อย คิดเป็นมูลค่าถึง 740 ล้านดอลลาร์ต่อปี

ตามข้อมูลของธนาคารโลก โลหะหนักที่ตกค้างอยู่ในดินหรือน้ำที่ใช้ในการปลูกผักอาจเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้มะเร็งบางชนิดเพิ่มขึ้นอย่าง “มีนัยสำคัญ” ในขณะที่การใช้สารเคมีในการเพาะปลูกมากเกินไป จะเป็นปัจจัยอันตรายในระยะยาว เพราะสามารถสะสมอยู่ในร่างกายได้

กระแสผักปลอดสารพิษและอาหารปลอดภัย จึงกำลังมาแรงในเวียดนาม

 

ริโคลโต องค์กรเอกชนที่รณรงค์เพื่อส่งเสริมอาหารปลอดภัยในเวียดนาม หันมาให้การสนับสนุนการปลูกพืชปลอดสาร จำพวกกะหล่ำ ผักกาดหอม ต้นหอมและพืชสมุนไพรในครัวเรือน เพื่อให้อาหารจานโปรดของทุกคนปลอดภัยให้มากที่สุด

โง ซวนเกียต วัย 26 ปี จบเกษตรกรรมระดับมหาวิทยาลัย เคยทำงานอยู่ในบริษัทขายสารเคมีเพื่อการเพาะปลูก รู้ดีว่าการใช้มากเกินไปจะส่งผลอย่างไรต่อผู้บริโภค

ตอนนี้เขากลายเป็นเจ้าของกิจการฟาร์มปลอดสารที่ตั้งเป้าผลิตผักปลอดภัยเพื่อสังคมเวียดนามโดยรวม ที่ต้องการอาหารคุณภาพอย่างมากในยามนี้

แม้ว่า ราคาผักปลอดสารจะแพงกว่าราคาผักทั่วไประหว่าง 10-20 เปอร์เซ็นต์ก็ตาม

บทความก่อนหน้านี้อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์ : ไฮ โจ!
บทความถัดไปถามตรงๆ ตอบเบี้ยวๆ | มนัส สัตยารักษ์