โล่เงิน | “ผบ.ตร.” สั่งเฉียบห้ามซื้อขายเก้าอี้ เอี่ยว “บ่อน-ผับ-แว้น” ดีดพ้นหน่วย

เข้าสู่ฤดูกาลแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับสารวัตร (สว.)-รองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) วาระประจำปี 2563 ปีนี้มีเก้าอี้ว่างระดับรอง ผบก. 326 ตำแหน่ง, ผกก. 340 ตำแหน่ง, รอง ผกก. 767 ตำแหน่ง และ สว. 786 ตำแหน่ง รวมทั้งสิ้น 2,219 ตำแหน่ง

มีไทม์ไลน์การแต่งตั้งบัญชี สว.-รอง ผบก. ดังนี้

4 พฤศจิกายน เสนอบัญชีผู้เหมาะสมที่จะเลื่อนตำแหน่งขึ้นตั้งแต่รอง สว.-รอง ผบก.

13 พฤศจิกายน เสนอบัญชี ผกก.-รอง ผบก. (หน่วยขึ้นตรง ตร. และ บช.อื่นที่มิได้สังกัด สง.ผบ.ตร.)

20 พฤศจิกายน เสนอบัญชี สว.-รอง ผบก. (หน่วยขึ้นตรง ตร.)

25 พฤศจิกายน จัดทำบัญชี สว.-รอง ผกก. (อำนาจ ผบช.)

27 พฤศจิกายน เสนอบัญชี สว.-รอง ผกก. ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ตรวจ

30 พฤศจิกายน ทุกหน่วยออกคำสั่ง ให้มีผล 16 ธันวาคม

นาทีนี้บรรยากาศที่กรมปทุมวันค่อนข้างฝุ่นตลบ บรรดานักวิ่งตบเท้าเข้าหาบิ๊กองค์กรสีกากีกันอย่างไม่ขาดสาย

สารพัดเด็กฝาก ตั๋วการเมือง ตั๋วขั้วอำนาจเก่า จับจองที่นั่งโรงพักทำเลทอง จนตั๋วทะลัก แบ่งสันปันส่วนยังไม่ลงตัว

ถือเป็นงานหนักสำหรับ ผบ.ตร.ป้ายแดง ที่เพิ่งมาดำรงตำแหน่งได้เพียงเดือนเศษ จะรับมือผู้มีอำนาจที่พยายามเข้ามาวุ่นวายบัญชีแต่งตั้งครั้งนี้อย่างไร

หากยังจำกันได้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เคยกล่าวไว้ในงานมอบนโยบายเมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา ว่า “เรื่องการแต่งตั้ง เราอาจไม่สามารถทำได้ตามต้องการ 100 เปอร์เซ็นต์ ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง แต่ถ้าเราช่วยกันคัดเลือกคนดี คนเก่ง เพื่อให้ได้ดี ให้ได้ทุกสายงาน และต้องลงโทษคนที่ทำไม่ดี ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ การซื้อ-ขายตำแหน่งเชื่อว่ามันไม่ควรมี หากมี ก็ต้องถูกจัดการ เพราะเป็นการสมยอมกันระหว่างผู้ให้กับผู้รับ”

ต่อมาวันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ผบ.ตร.มีบันทึกคำสั่งเรื่องหลักเกณฑ์การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ สว.-รอง ผบก. วาระประจำปี 2563 ตอนหนึ่งระบุว่า

ข้าราชการตำรวจที่อยู่ในกลุ่มอาวุโสร้อยละ 33 ให้เสนอแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นทุกราย เว้นแต่รายใดถูกตั้งกรรมการวินัยร้ายแรง หรือถูกดำเนินคดีอาญา หรือพิจารณาแล้วเห็นว่าข้าราชการตำรวจรายดังกล่าวไม่มีความเหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นด้วยเหตุผลด้านการปฏิบัติงาน โดยให้พิจารณาเสนอ และดำเนินการปรับย้ายไปดำรงตำแหน่งที่มีปริมาณ และคุณภาพงานน้อยลง พร้อมทั้งระบุเหตุผลความจำเป็นโดยละเอียดไปยัง ตร. ผ่านกองทะเบียนพล (ทพ.)

ผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสถานีตำรวจระดับ ผกก. เมื่อดำรงตำแหน่งเดียวติดต่อกันครบ 4 ปี ให้เสนอแต่งตั้งไปดำรงตำแหน่งอื่นทุกราย

ข้าราชการตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งในวาระประจำปี 2562 ให้ดำเนินการได้เฉพาะเท่าที่จำเป็น หากหน่วยจะเสนอแต่งตั้งให้ระบุเหตุผลความจำเป็นโดยละเอียดไปยัง ตร. (ผ่าน ทพ.)

ข้าราชการตำรวจที่มีการฝ่าฝืนมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทางและการควบคุมสถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายสถานบริการ บกพร่องในการป้องกันและปราบปรามอบายมุข ตลอดจนความผิดที่เกี่ยวเนื่องกับการค้ามนุษย์ ให้พิจารณาเสนอแต่งตั้งสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปดำรงตำแหน่งอื่นนอกพื้นที่ทุกราย

พล.ต.อ.สุวัฒน์ประกาศว่า การแต่งตั้งสามารถดำเนินการเสร็จได้ทันกรอบแน่นอน โดย ตร.ได้กำหนดแนวทางการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรอง ผบก.-สว. วาระประจำปี 2563 ให้ทุกหน่วยมีคำสั่งแต่งตั้งพร้อมกันใน 30 พฤศจิกายน 2563 โดยให้คำสั่งมีผลพร้อมกันในวันที่ 16 ธันวาคม 2563 ซึ่งเป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ในกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้ง

สำหรับหลักเกณฑ์ ผกก.ครบ 4 ปี ต้องหมุนออกทุกราย อาวุโส 33% เลื่อนสูงขึ้นทุกราย กรณีนี้ ตร.ได้กำหนดแนวทางไว้ชัดเจนว่าต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ไม่มีข้อยกเว้น ส่วนกรณีที่ได้รับการแต่งตั้งในวาระประจำปี 2562 เสนอได้เท่าที่จำเป็น คนที่ได้รับยกเว้นหลักเกณฑ์พิจารณา เฉพาะกรณีที่อยู่ต่อไปจะเสียหาย หรือกรณีที่ต้องเปลี่ยนตัวบุคคลให้เหมาะสมกับตำแหน่งเพื่อประโยชน์ทางราชการ

ส่วนปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายผิดฝาผิดตัว การแต่งตั้งไม่เป็นธรรม ยุค ผบ.ตร.คนที่ 12 บอกว่าได้เปิดโอกาสให้ ผบช. ซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยและผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดของข้าราชการตำรวจซึ่งทราบข้อมูลของข้าราชการตำรวจในหน่วยเป็นอย่างดี มีส่วนร่วมในการพิจารณาเสนอแต่งตั้งมายัง ตร.ด้วย ทำให้ทราบข้อมูลเชิงลึกจากหัวหน้าหน่วยโดยตรง

สำหรับการแต่งตั้งระดับรอง ผกก.-สว. ได้มอบอำนาจแต่งตั้งให้ ผบช.ร่วมกับ ผบก. พิจารณาตัวบุคคลที่เหมาะสมกับตำแหน่ง

พล.ต.อ.สุวัฒน์ยอมรับว่าเรื่องวิ่งเต้นเป็นปัญหามาตลอด เพราะตำแหน่งมีน้อย คนมีความรู้ความสามารถที่มีคุณสมบัติครบมีมาก แต่ในฐานะของผู้บังคับบัญชาทั้งระดับ ตร. และ บช.จะพิจารณาจากผลงานและความเหมาะสมทุกๆ ด้าน

ในส่วนที่มีผู้ที่ทำงานดีเด่นจนได้รับรางวัลต่างๆ และได้รับการยอมรับ ก็จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ โดยกำชับทุกระดับว่า การซื้อ-ขายตำแหน่งนั้นต้องมีไม่ได้เป็นอันขาด หากตรวจพบก็จะต้องถูกลงโทษ

ทั้งนี้ อยากฝากถึงข้าราชการตำรวจว่า การแต่งตั้งแต่ละครั้งก็จะมีสมหวังและผิดหวัง คุณค่าของตำรวจไม่ได้อยู่ที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเร็วๆ หรืออยู่ในที่ตำแหน่งที่ดีเท่านั้น แต่อยู่ที่ไหนตั้งใจทำงานอย่างมืออาชีพ อย่าได้ย่อท้อ เป็นที่พึ่งพาของประชาชนจนเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจที่สุด ในระยะยาว ผลงานและความดีที่ทำสะสมไว้จะส่งผลเอง ตำรวจต้องมียี่ห้อของตัว

รอดูหน้าตาบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายยุค “บิ๊กปั๊ด” จะได้รับเสียงชมหรือเสียงยี้

บทความก่อนหน้านี้นิธิ เอียวศรีวงศ์ | ยุทธภูมิประวัติศาสตร์
บทความถัดไป‘วาสนา’ ชี้แม้ม็อบราษฎรเปลี่ยนจุดชุมนุม แต่ จนท. ไม่ประมาท ยังวางคอนเทนเนอร์รอบจุดสำคัญ