อาณาจักรใจ : ทวีปที่สาบสูญ ว่าพลางทางท่องร้อยกรองอยู่

การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์[email protected]

…จึงเมื่อแสงแดดส่องท้องถนน

ก็ย่างตีนเหยียบบนใบไม้เกลื่อน

วะวิบวับรับเงามาเย้าเยือน

พลันฟ้าเหมือนแว่บฉายประกายรุ้ง…

 

แต่โอ้รุ้งพุ่งสายเพียงพรายวาบ

ก็เงาทาบอาบทับลงยับยุ่ง

เหมือนแมวข่วนตะกายอยู่ในมุ้ง

กูจะมุ่งทางใดสู่ไหนกัน

 

[…รวยรื่นชื่นรศเสาวคนธ์

ปนกลิ่นแก้มน้องเกษมสันต์

หอมกลิ่นบุปผาพนาวัน

พระจันทร์ดั้นขึ้นแดงดวง

 

ส่องต้องบุปผาชาติสะอาดช่อ

อ่อนละออเกสรขจรร่วง

ตูมติดพลิดผลิเป็นพุ่มพวง…

บทกวีผลิร่วงอีกเนืองนอง

 

เมื่อขุนแผนแสนชั่วเอาตัวรอด

สวมสอดรึงรัดแม้ปัดป้อง

บังคับขืนใจในวันทอง

ด้วยต้องการเจ้าจะเอาซ้ำ

 

ต่อให้วันทองจะร้องขัด

ก็ปัดตกทุกกระดานต่ำ

หมากเบี้ยเสียออกผู้ชอกช้ำ

คือนางผู้ถูกนำอยู่จำใจ

 

วันทองก้มหน้าตาตะแคง

นี่ใครแกล้งหรือว่าอย่าไปไม่

สะบัดหน้าลุกมาด้วยขัดใจ

ไปไปเร็วเร็วจะวิ่งตาม

 

น้องเอ๋ยพี่ไม่เคยพื้นกระดาน

คร้ามจ้านระวังตัวด้วยกลัวหนาม

จะจูงมือรื้อรุดสะดุดชาม

กระเบื้องจะปามเข้าอย่าวิ่งเลย

 

น่าแค้นแน่นใจกระไรหนอ

เฝ้าพูดพ้อไปทีเดียวพ่อแม่เอ๋ย

ว่าพลางย่างไปมิได้เงย

ล่วงเลยลัดออกจากห้องนอน]

 

อันว่ากาเมสุมิจฉา

โลกีย์มีมาแต่กาลก่อน

หากเมื่อคิดทวนอยู่หวนย้อน

เจ็บร้อนก็ด้วยฅวยนำทาง

 

[จิ้งหรีดหรีดหริ่งระงมใจ

รองไนกริ่งกริ่งมารอบข้าง

จักกระจั่นสั่นเสียงเสนาะคราง

เมื่อแสงทองส่องสางสุธาดล

 

สกุณากาแกเซ่ซ้อง

ชะนีคะนองเหนี่ยวไม้ในไพรสณฑ์

เมื่อแสงอาทิตย์ผิดวิกล

วะโหวตโหวยเวียนวนว่าเลือดย้อย

 

เสียงเย็นยะเยือกบนปลายไม้

ไหวไหวผัวโวยละโหยห้อย

เห็นคนขนลุกกระโดดลอย

ลูกน้อยแล่นไล่กันตามลิง

 

ลางลิงเด็ดลูกมะปรางปริด

ลางลิงไล่ติดกันวุ่นวิ่ง

ลางลิงชิงค่าลางลิงชิง

กาหลงลงกิ่งกาหลงลง

 

เพกากาเกาะทุกก้านกิ่ง

กรรณิกากาชิงกันชมหลง

มัดกาการ้องออกก้องดง

กาฝากกาลงทำรังกา

 

เสือเพ่งแลดูลูกตาเสือ

ฟานฟืดฟานเฝือหูกวางป่า

อ้อยช้างช้างน้าวเป็นราวมา

สาลิกาเกาะกิ่งพิกุลกิน

 

เขาคุ่มกะลุมภูคูขันก้อ

นกกระทาปักกร้อในไพรสิณฑ์

คิริบูนบนป่ากระพือบิน

ขมิ้นจับโมกไม้อยู่ชายไพร

 

ดั้นตัดลัดออกไปนอกทุ่ง

นกกระทุงโทนเที่ยวอยู่ขวักไขว่…]

 

บทกลอนซ่อนเรื่องอยู่เนืองไป

กูไซร้อย่าเป็นเช่นฝูงชาย

 

ชีวิตจิตใจมีราคา

ความรู้สึกมีค่ากว่าซื้อขาย

รักษาศักดิ์ศรีมียางอาย

ฉิบหายก็ให้แต่เพียงตัว

 

ความรักภักดีที่เขามอบ

ใช่ตอบด้วยเท้าเข้ายีหัว

อาศัยศรัทธามาพอกพัว

ทำชั่วแล้วกลับระยับงาม

 

แปรทุกข์เป็นสุขได้ทุกเมื่อ

เกินเหลือผู้ใดจะปรามห้าม

พาเข้าป่าพงดงหนามลาม

กลับพลิกว่าป่างามชื่นตาจริง

 

[…เป็นตายก็ตามแต่เวรา

จะพาไปให้ตลอดแม่ยอดมิ่ง

กอดจูบลูบหลังไม่ชังชิง

นิ่งเถิดรักแล้วอย่าเคืองใจ

 

วันทองข่วนหยิกพลิกผลัก

อย่ามารักเลยข้าหาให้ชมไม่

ช้ำเสียเปล่าเปล่าเอาอะไร

หรือจะเอาค่าจ้างให้ขี่ม้ามา…

 

…วิ่งลมออกหูวะวู่เวียน

วันทองแอบแนบเนียนสนิทหน้า

ฉวยฉุดหยุดม้าบ้างเถิดรา

ฟ้าผ่าเถิดจะตกลงตายแล้ว…]

 

ว่าพลางทางท่องร้อยกรองอยู่

สะกดหูตาซ่อนกับกลอนแก้ว

จนผ่านโค้งรั้วผุทะลุแนว

เห็นตึกแถวหลังเก่าปะทะตา

 

อึกทึกผู้คนและรถแล่น

ดูเนืองแน่นเขม่าควันเข้าหน้า

ประหนึ่งตื่นจากฝันพลันเบิกตา

กูจากมาโดยไร้สิ้นใบแดง

บทความก่อนหน้านี้ขอแสดงความนับถือ/ฉบับประจำวันที่ 20-26 พฤศจิกายน 2563
บทความถัดไปมาดามหลูหลี / With You : สู้ไปด้วยกัน