9 คำถาม และความฝัน ของหมอทศพร เสรีรักษ์ กว่า 40 ปีที่ต่อสู้ อยากเห็น “คนเท่ากัน”

“ความฝันของผมหลังจากนี้อยากจะเห็นสังคมไทยดีกว่าเดิม เห็นทุกคนมีความเท่าเทียมกัน เห็นคนรุ่นใหม่ๆ ขึ้นมาดูแลประเทศเรา มาดูแลพี่น้องประชาชนให้มีความสุข เมื่อถึงวันนั้นตัวผมเองจะไปตีเทนนิสกับโรเจอร์ เฟเดอเรอร์ เป่าแซ็กโซโฟนกับ Kenny G นั่งวาดรูปอยู่ที่มงมาร์ต (Montmartre) ฝรั่งเศส” นี่คือฝันใหญ่ๆ ที่ นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีต ส.ส.หลายสมัย ผู้ที่กลายเป็นอีกหนึ่งบุคคลที่เข้าไปช่วยคลี่คลายสถานการณ์ในม็อบนักศึกษาหลายต่อหลายหน ด้วยเพราะอยากจะทำให้สถานการณ์การเมืองไทยจบลงในรุ่นนี้ โดยมีชัยชนะเป็นของประชาชน

และนี่คือ 9 คำถามที่มติชนสุดสัปดาห์ชวนคุณหมอทศพรคุยในมุมสบายๆ

: เห็นไปทุกม็อบ เหนื่อยบ้างหรือไม่?

ไม่ เนื่องจากผมเคยเป็นนักกีฬา บ้ากีฬามาก เล่นมาตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนมัธยม ส่วนตัวเป็นคนจะทำอะไรแล้วชอบจะทำให้ได้ดี เช่น เล่นกีฬาปิงปองของนักกีฬาโรงเรียนสวนกุหลาบฯ ชนะเลิศระดับต่างๆ มาหมด ถึงระดับกรมพลศึกษา สมัยมหาวิทยาลัยก็เป็นนักกีฬาเทนนิส โดยฝึกฝนแล้วก็เรียนรู้เอง

เสียดายที่ตัวเองเกิดผิดยุค เพราะถ้าเกิดในสมัยนี้ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ อาจจะไม่ได้แชมป์แกรนด์สแลม ทุกวันนี้ถ้าผมว่างเมื่อไหร่ผมจะไปโรงพยาบาลรามาธิบดี ไปเล่นเทนนิสกับเพื่อนๆ ผมต้องฟิตร่างกายอยู่ตลอด

ฉะนั้น กำลังกายผมเรียกว่าดีมาก ไม่เหนื่อยเลยในการต่อสู้ร่วมกับน้องๆ สามารถลุยได้สบายมาก และในความเป็นจริงที่น้องๆ ออกมาต่อสู้นั้น ทำยิ่งกว่าผมมาก ผมเองเป็นเพียงแค่ตัวช่วยเสริมดูแลเรื่องการแพทย์ความปลอดภัย

มันเป็นสิ่งเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสิ่งที่น้องๆ ได้ทำ น้องๆ เหนื่อยกว่าผมมากมาย

: ถ้าวันไหนมีม็อบแล้วไม่ได้ไปรู้สึกอย่างไร?

ผมก็รู้สึกเหมือนกันนะ ถ้าวันไหนผมไม่ได้ไป จะรู้สึกไม่สบายใจ ส่วนตัวผมเป็นคนชีพจรลงเท้าเสมอ ผมเดินทางแพร่และกรุงเทพฯ ตลอด ก่อนหน้านี้จะไปไหนมาไหนในจังหวัด กินข้าวที่ไหนก็ต้องเดินทักทุกโต๊ะ ไม่งั้นชาวบ้านจะน้อยใจ

สำหรับช่วงนี้หลักๆ ผมอยู่ในกรุงเทพฯ เพื่อร่วมไล่ พล.อ.ประยุทธ์ วันไหนถ้าผมไม่ได้ออกจากบ้าน ชีวิตเหมือนจะขาดอะไรไปสักอย่างหนึ่ง ต้องไปเจอน้องๆ ไปเจอพี่น้องประชาชน

ผมออกข้างนอกทุกวันจนเป็นนิสัย ต้องไปม็อบแน่นอนถ้ามี เว้นแต่วันไหนที่โดนน้องๆ ให้กินแกงเทโพ หลอก ไม่มีจริง ผมก็จะไปที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ไปตีเทนนิสกับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ

หรือว่างๆ ก็ตีเทนนิสกับครอบครัวอยู่ที่บ้าน

: สัญชาตญาณในการจัดการเรื่องเฉพาะหน้าเวลาเกิดเหตุชุลมุนในม็อบ

ธรรมชาติของผมจะเป็นคนอย่างนี้ ไม่เคยมีการปรุงแต่งเสแสร้ง เป็นยังไงก็อย่างนั้น

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า ถ้าดูแนวโน้มว่าน่าจะกำลังจะปะทะกัน ผมต้องตะโกนว่าให้ถอยไป อย่าเข้ามา

หรือเหตุการณ์วันที่หน้า สน.ประชาชื่น ไมค์ ภาณุพงศ์ กำลังเป็นลมอยู่ในรถ คนพยายามจะกรูเข้ามา ผมรีบตะโกนบอกให้ออกไปให้หมด ไมค์ขาดอากาศหายใจ หมดสติจะไม่รอด แล้วทุกคนต้องถอย จะได้เอาตัวลงมา

ผมจำเป็นต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

ที่สำคัญคือต้องเด็ดขาด ทุกครั้งที่ทำไปคือไม่รู้ตัว

: เวลาเจอประชาชน-น้องๆ แกนนำคุยอะไรกัน

เวลาที่ออกไปชุมนุมแต่ละครั้งผมก็จะคุยกับคนในบรรยากาศสบายๆ เช่น ไปบางจุด เจอใครก็ถามว่าวันนี้วันเกิดใคร ผมจะวาดรูปให้เขา แล้วให้กลุ่มที่อยู่ตรงนั้นร้องเพลง Happy Birthday หน่อย นี่คือตัวตนของผมเป็นอย่างนี้ เป็นคนง่ายๆ สบายๆ

จะให้ผมไปยืนตะโกนด่าใคร หรือพูดอะไรแรงๆ ผมจะทำไม่ค่อยเป็น

แต่ถ้าถามว่าทำได้ไหม ก็ทำได้ ผมยังไม่ถึงขั้นไปขึ้นเวทีไปไล่ประยุทธ์อย่างจริงจัง แต่สักวันผมเชื่อว่าถ้าทนไม่ไหว จะขึ้นแน่ๆ ผมคิดว่าต้องมีวันนั้นบ้าง

ตอนที่ผมไปเยี่ยมน้องๆ แกนนำ ไปอยู่ไปคุยกับรุ้ง เขาก็มาบอกว่าเวลาหมอวาดรูปกับใคร คนนั้นมักจะโดนจับตลอด ผมก็บอกไปจะวาดรูปรุ้งอีกหลายรูปเลย เวลาเจอกันผมก็จะคุยกันเรื่องสนุกสนาน ไม่คุยเรื่องความเครียดความคิดทางการเมือง ให้น้องๆ ไปปวดหัวกันเองจะดีกว่า

หรือแม้แต่ตอนฉีดยา ผมก็อยู่ข้างๆ รุ้ง ถามเขาว่ากลัวเจ็บเหรอ รุ้งบอกว่ากลัวค่ะ แต่ไม่ทันไร มีเสียงร้อง “โอ้ยยยย” จากห้องข้างๆ คือเพนกวินก็โดนฉีดยาเหมือนกัน รุ้งบอกให้คุณหมอวิ่งไปดูเพนกวินหน่อย

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเวลาผมอยู่กับน้องๆ

: ความแตกต่างระหว่างการต่อสู้อดีต-ปัจจุบัน

การต่อสู้มีความเหมือนอยู่อย่างหนึ่งคือผู้นำในความคิด ผู้นำมาจากนักศึกษาที่อ่านมาเยอะ ศึกษามามาก มีความคิด มีหัวใจที่บริสุทธิ์

ส่วนความแตกต่างที่เห็นได้ชัดคือเรื่องของการสื่อสาร ที่ยุค 14 ตุลา 16 การรับรู้สื่อ การถูกปิดกั้น รวมถึงการติดต่อสื่อสารไม่ง่ายอย่างปัจจุบันเลย

ยุคนั้นหนังสือพิมพ์กว่าจะรู้สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ก็ต้องรอพรุ่งนี้ ไหนจะผ่านการปิดหูปิดตาการควบคุมสื่อ พวกนักศึกษาต้องพยายามหาหนังสืออ่านเอง ค้นจากห้องสมุด

บางเรื่องก็ต้องห้าม ต้องแอบอ่าน

: ความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ปัจจุบัน

ผมกลัวว่ารัฐบาลจะสร้างสถานการณ์ สร้างความรุนแรงให้เกิดขึ้น ให้เกิดการปะทะกัน จะมีการทำร้ายนักศึกษาหรือการทำร้ายตัวเอง เพื่อก่อให้เกิดการปะทะขึ้น

จากนั้น ผมกลัวว่ามันจะเกิดความรู้สึกตามไปอีก

ถึงวันนั้น ประเทศไทยจะพังและสูญเสีย ยากที่จะฟื้นกลับ

แต่ปัญหาทั้งหมดจะจบเพียงแค่ พล.อ.ประยุทธ์ยอมลาออก ผมเชื่อว่าปัญหาทุกอย่างจะแก้ได้ทัน

แต่ถ้าประยุทธ์ยังอยู่แล้วเกิดเหตุการณ์น้ำผึ้งหยดเดียว

ถึงตอนนั้น มันจะพังไปกันหมด

: มุมมองต่อคณะกรรมการสมานฉันท์?

ผมว่าช่วยถ่วงเวลาให้รัฐบาลมากกว่า

การตั้งคณะกรรมการขึ้นมา เพื่อหวังจะหาทางออกผมไม่เชื่อว่าจะเกิดขึ้น

อย่าเสียเวลากับการทำเรื่องนี้เลย แค่บุคคลที่ตอบรับ เช่น คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะอดีตนายกฯ ไปพูดกับคุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หน่อยว่าให้ลาออก ถอนตัวจากร่วมรัฐบาลมันก็จบแล้ว

แม้แต่คุณชวน หลีกภัย ประธานสภา แค่ไปบอกคุณจุรินทร์ว่าให้ถอนตัวร่วมรัฐบาล ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ยอมออก

แค่ประชาธิปัตย์ยอมออกก็จบแล้ว จะไปเกาะรัฐบาลทำไม คุณเกาะอยู่แบบนี้ เลือกตั้งครั้งหน้าคุณไม่มีทางได้เกิด

แล้วคุณจะสูญพันธุ์ไปเลย

: ถ้าหมอโดนดำเนินคดีอีก?

ผมจะโดนดำเนินคดีอะไรอีกก็ยินดี ผมไม่ได้กลัวอะไรแล้ว อยากจะทำอะไรก็ทำ เราไม่กลัว ชีวิตจิตใจของเราคือการต่อสู้เพื่อประชาชนอยู่แล้ว

ที่ผ่านมาก็งงกับการกระทำของเจ้าหน้าที่ การตามไปจับน้องๆ ถึงเตียงผู้ป่วยในโรงพยาบาล ทำทำไม เพราะกรณีของน้องๆ ก็เห็นอยู่ว่าจะจับกี่ครั้งก็จับได้ทุกครั้ง ตามตัวได้ทุกครั้ง เขาก็ไม่ได้หนีไปไหน

การกระทำแบบนี้ยิ่งกลับสร้างความขุ่นเคืองให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้นด้วยซ้ำ

ตัวผมเองเจ้าหน้าที่สามารถไปเช็กได้ แล้วผมติดต่อกับใครบ้าง ก็ยังเห็นมีคนตามมาถ่ายรูปผมตลอด

ผมไปร่วมกี่ครั้งก็ทำแบบเปิดเผย สงบ สันติ ปราศจากอาวุธ

ดังนั้น คำว่า ให้มันจบในรุ่นเรา ผมอยากให้มันจบในเร็วๆ นี้นี่แหละ ไม่ต้องบอกว่ารุ่นไหน อยากจะให้ทุกอย่างจบในเร็ววัน

ผมอยากเห็นสังคมดีขึ้น อยากจะเห็นคนเท่าเทียมกันมากขึ้น เท่าเทียมกันในเรื่องของสิทธิเสรีภาพและสถานะทางสังคม

: ความฝัน-สิ่งที่หมออยากทำ หลังจากการต่อสู้ครั้งนี้

สิ่งที่อยากทำ อย่างหนึ่งด้วยความที่ผมชอบวาดรูปผู้คน แล้วเคยไปจัดแสดงรูปที่แยกราชประสงค์ตอนครบ 6 ปีรัฐประหารผมก็ไปแสดงผลงานภาพเขียน หรือไม่นานมานี้ก็ไปร่วมร้องเพลงกลางแยกราชประสงค์ ผมกำลังนึกสนุกอีกอย่างคือ ตอนนี้กำลังหัดเป่าแซ็กโซโฟน ถ้าเป่าเก่งมากเมื่อไหร่จะไปเปล่ากลางสี่แยกราชประสงค์ บน sky walk อันนี้อยากเอามัน แบบสนุกๆ

อีกหนึ่งความฝันคือ อยากที่จะทำเนื่องจากตัวเองเป็นคนเล่นกีฬา ผมอยากตีปิงปองกับตูน Bodyslam (ในฐานะรุ่นน้องสวนกุหลาบฯ) ก็อยากตีปิงปองหาเงินช่วยเหลือผู้คน ผมขอท้าไว้ ณ ที่นี้เลย

ส่วนความฝันสูงสุดของผมคืออยากให้ประเทศดีกว่าเก่า อยากให้ทุกคนเท่าเทียมกัน ผมเคยพูดเอาไว้เมื่อวันก่อน ตอนที่ปล่อยตัวแอมมี่ The Bottom Blues และอีกหลายคนที่หน้าเรือนจำ น้องๆ ทำดีมากแล้ว ผมเสียดายอย่างเดียวที่พวกเขาเหล่านี้เกิดช้าไป ถ้าเขาเกิด 40 ปีที่แล้ว ประเทศไทยของเราดีไปแล้ว ผมก็ไม่ต้องมาเหนื่อยแล้ว

ผมอยากเห็นคนรุ่นนี้มาดูแลบ้านเมือง ซึ่งคนรุ่นผมก็จะผ่องถ่ายบ้านเมืองให้เขาไปดูแลให้ดี ผมก็จะไปนั่งวาดรูป ไปเล่นดนตรี ใช้ชีวิตให้มีความสุข ดูน้องๆ อยู่ห่างๆ ก็เพียงพอแล้ว

ชมคลิป

บทความก่อนหน้านี้ฟ้า พูลวรลักษณ์ | เหตุผลที่ฉัน เลือกอยู่ฝ่ายเด็กๆ
บทความถัดไปวิเคราะห์ | สมาคมผู้กำกับฯ “แตก” จากความร้าวฉานที่ไม่เคยคาดคิด