แมลงวันในไร่ส้ม / รัฐสภาโหวต 7 ร่าง รธน. 2 ม็อบฮือ ‘หนุน-ค้าน’ ตร.ถล่มน้ำใส่ ‘ราษฎร’ อีก

แมลงวันในไร่ส้ม

รัฐสภาโหวต 7 ร่าง รธน.
2 ม็อบฮือ ‘หนุน-ค้าน’
ตร.ถล่มน้ำใส่ ‘ราษฎร’ อีก

การประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 17-18 พฤศจิกายน ถือเป็นอีกเหตุการณ์สำคัญของการเมืองไทย
นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กำหนดวันประชุมไว้ 2 วันด้วยกันคือ 17-18 พฤศจิกายน เพื่อรับทราบรายงานของกรรมาธิการวิสามัญศึกษาร่างรัฐธรรมนูญก่อนรับหลักการ จากนั้นเป็นการลงมติในญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ฉบับ รวมฉบับไอลอว์ เป็น 7 ฉบับ
การลงมติ จะใช้วิธีขานชื่อรายคน แต่ละคนจะลงมติ 7 ฉบับจนครบ 750 คน คือ ส.ส. 500 คน และ ส.ว. 250 คน
ขณะที่ด้านนอกรัฐสภา รัฐบาลวางแนวสกัด ตั้งเครื่องกีดขวาง หลังจากกลุ่มเสื้อเหลือง หรือม็อบไทยภักดี ประกาศมารวมตัวชุมนุมคัดค้านการแก้ไข ขณะที่กลุ่มราษฎรก็ประกาศมารวมตัวกินหมูกระทะ เพื่อสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ฉบับ รวมถึงฉบับของไอลอว์ ที่ประชาชนลงรายชื่อสนับสนุน 1 แสนคน
สำหรับกิจกรรมกินหมูกระทะ พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. เตือนว่า ต้องดูว่าถูกกฎหมายหรือไม่ เพราะจะมีการนำแก๊สหุ้งต้มมาบริเวณที่มีการชุมนุมนั้น ก็เป็นความผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาด และ พ.ร.บ.สาธารณสุข ห้ามประกอบอาหารหรือรับประทานอาหารในที่สาธารณะหรือบนทางเท้า
นอกจากนั้น ยังมีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก อีกส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้น การรับประทานหมูกระทะถือว่าผิดกฎหมาย ส่วนการย่างกุ้งก็มีความผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดเช่นเดียวกัน และการตั้งวางบนทางเท้า
สำหรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ จากฝ่ายการเมืองมี 6 ฉบับ สาระสำคัญคือ ให้แก้มาตรา 256 เพื่อตั้ง ส.ส.ร.มายกร่าง โดยร่างของรัฐบาลให้มี ส.ส.ร. 200 คนมาจากเลือกตั้งทางตรงและทางอ้อม ส่วนร่างของฝ่ายค้านให้มาจากเลือกตั้งโดยตรงทั้ง 200 คน นอกจากนี้ เป็นการแก้รายมาตรา ในเรื่องบัตรเลือกตั้ง และการตัดอำนาจ ส.ว.
ที่โดดเด่นคือ ฉบับของไอลอว์ ที่มีประชาชนลงชื่อสนับสนุน มีเนื้อหาเข้มข้นและเป็นไปตามหลักประชาธิปไตย
อาทิ ให้นายกฯ มาจากเลือกตั้ง โดยผ่านการลงมติเห็นชอบจาก ส.ส. โดยตัดความเกี่ยวข้องของ ส.ว.ในขั้นตอนนี้ออกไป ให้ ส.ว.มาจากเลือกตั้ง ฯลฯ
ท่าทีของฝ่ายค้านสนับสนุนทั้ง 7 ร่าง โดยให้รับหลักการร่างของไอลอว์ด้วย เพื่อนำมาผสมผสานกับร่างอื่นๆ ในชั้นกรรมาธิการ
ส่วนพรรครัฐบาลสนับสนุนร่างแก้ไขมาตรา 256 ของรัฐบาลและฝ่ายค้าน ส่วนของไอลอว์ขอฟังการอภิปรายก่อน

เหตุการณ์ในวันที่ 17 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่ให้กลุ่มเสื้อเหลืองผ่านเครื่องกีดขวางเข้าไปใกล้บริเวณรัฐสภา
ส่วนกลุ่มราษฎรถูกกันไว้ด้านนอก
ภาพดังกล่าวกระจายผ่านโซเชียลมีเดีย ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่อย่างรุนแรง
พรรครัฐบาลและ ส.ว.ได้พยายามหยิบยกประเด็นต่างๆ เพื่อสกัดร่างรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์ ทั้งในสภาที่มีการอภิปรายของ ส.ส.รัฐบาล ว่ามีต่างชาติสนับสนุน
และนอกสภา นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ได้ออกไปพบกลุ่มไทยภักดีที่ด้านนอกสภา
พร้อมกับกล่าวว่า ไม่ยอมให้คนมีแม่เป็นฝรั่ง ภรรยาเป็นคนฝรั่งเศส มาร่างรัฐธรรมนูญ เพราะชาติอื่นไม่เหมือนเรา จะมาใช้กับประเทศเราได้อย่างไร ทำไมต้องไปปรับปรุงหมวด 1 หมวด 2 ในส่วนนิรโทษกรรม นายทักษิณอยู่เบื้องหลังหรือไม่
“ฝากถึงทักษิณ กลับเมืองไทยมาติดคุกก่อน อย่าเอาเยาวชนมาบดบัง เอาเงินมาคืนก็จบ บ้านเมืองจะเดินหน้าได้” นายสิระกล่าว
“ผมมาบอก ส.ส.ที่เป็นตัวแทนให้คัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ยอมให้ซอมบี้กลับมาคืนชีพอีก ถ้าร่างรัฐธรรมนูญของไอลอว์ผ่าน มี ส.ส.ร. ซอมบี้ก็จะกลับมาคืนชีพ” นายสิระกล่าว
นายสิระกล่าวอีกตอนว่า
“อ้างว่ารัฐธรรมนูญของไอลอว์คือฉบับประชาชน ซึ่งประชาชนไม่กี่คนไปร่าง ผมขอตั้งชื่อร่างไอลอว์ว่า ฉบับผสม (พันธุ์) ระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศส จะให้เขยฝรั่ง ลูกอังกฤษร่างรัฐธรรมนูญให้คนไทยใช้หรือ”
“ผมจะต่อสู้ฉบับไอลอว์ จนกว่าชีวิตจะหาไม่ ข้ามศพผมไปก่อน เรามาวันนี้ต้องการให้ ส.ส.คัดค้านร่างไอลอว์ ต้องร่างด้วยคนไทย 100% ไม่ใช่ลูกผสม จะกลับไปทำหน้าที่ในสภาคัดค้านเต็มที่ เอาชีวิตเข้าแลก” นายสิระกล่าว

เวลาประมาณ 14 น.เศษ ด้านนอกรัฐสภา เจ้าหน้าที่ตำรวจห้ามรถผู้สื่อข่าวเข้าไปยังบริเวณชุมนุม แต่ให้รถเจ้าหน้าที่ตำรวจเคลื่อนเข้าไปได้
ตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) ได้ตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดบริเวณรัฐสภา โดยตั้งแท่งปูนแบริเออร์ วางลวดหนามหีบเพลง และนำรถฉีดน้ำแรงดันสูงมาจอดไว้
ขณะที่ผู้ชุมนุมบางส่วนซึ่งเริ่มทยอยเข้ามาสังเกตการณ์บริเวณแนวกั้นพื้นที่ถนนสามเสน มุ่งหน้าแยกบางกระบือ ผู้ชุมนุมบางส่วนตะโกนแสดงความไม่พอใจต่อ การทำงานของตำรวจ และชู 3 นิ้ว
เวลา 14.10 น. การ์ดผู้ชุมนุมเริ่มใช้คีมตัดเหล็กตัดลวดหนามหีบเพลงออก พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ รอง ผบก.น.1 สั่งนำรถฉีดน้ำมาประชิดแนว และให้ประกาศเตือนผู้ชุมนุมให้หยุดทำลายลวดหนาม พร้อมประกาศอีก 5 นาทีจะฉีดน้ำหากผู้ชุมนุมไม่หยุด
จากนั้น เกิดการปาพลุสีมีควัน มีกลิ่น เจ้าหน้าที่ถอยรถฉีดน้ำแรงดันสูงออกไป พร้อมขอให้สื่อมวลชนด้านข้างถอยออก โดยแจ้งว่าขอเจรจากับหัวหน้าการ์ด หลังเจรจาตำรวจได้ฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุมอีกครั้ง จากนั้นมีคำสั่งให้ขว้างแก๊สน้ำตา
เวลา 15.20 น. เจ้าหน้าที่ได้ฉีดน้ำผสมแก๊สน้ำตาอีกรอบ หลังกลุ่มผู้ชุมนุมที่นำโดย “ไผ่ ดาวดิน” พยายามที่จะฝ่าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยประกาศว่า ตำรวจปล่อยเสื้อเหลืองเข้ามาพื้นที่ แต่เมื่อกลุ่มคณะราษฎรเข้าพื้นที่ กลับถูกฉีดน้ำ ฉีดแก๊สน้ำตาใส่ เท่ากับว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ฝ่ายตรงข้ามของม็อบ

สถานการณ์ของวันที่ 17 พฤศจิกายน ชี้ว่ารัฐบาลมีท่าทีไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนอย่างชัดเจน การอนุญาตให้เสื้อเหลืองเข้าพื้นที่รอบรัฐสภา แต่ฉีดน้ำ-แก๊สน้ำตา ใส่ผู้ชุมนุมราษฎร และกลายเป็นเงื่อนไขให้สถานการณ์รุนแรงมากขึ้น
ท่าทีของรัฐบาลส่วนหนึ่งมาจากการประเมินของทางราชการว่า จำนวนผู้ชุมนุมไม่ได้มีมากอย่างที่เป็นข่าว
ผลการลงมติในญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 7 ฉบับ จะเป็นตัวแปรของสถานการณ์การเมืองในห้วงเวลาต่อไป
รัฐบาลอ่านสถานการณ์ในครั้งนี้ถูกต้องหรือไม่ ข้อเท็จจริงในอนาคตอันใกล้จะเป็นผู้ตัดสิน

บทความก่อนหน้านี้รายงานพิเศษ โชคชัย บุณยะกลัมพ / โจ ไบเดน กับการปฏิรูปกฎหมายไอที ต่อต้านการผูกขาดเทคโนโลยี
บทความถัดไปวัคซีนต้านโควิดดันหุ้นพุ่งปรี๊ด-ทองร่วง | ศก.ไทยเหนื่อยหนักเหตุพึ่งท่องเที่ยวมากเกิน | พลังงานลุยดึงต่างชาติลงทุนเพิ่ม