คำ ผกา | มหากาพย์กุ้งเผา

คำ ผกา

ฉันนั่งอ่านดราม่าเรื่องกุ้งเผาอย่างงงมากถึงมากที่สุด

เรื่องมันเริ่มจากรุ้ง เพนกวิน ไมค์ ผู้ได้ชื่อว่าเป็นแกนนำของม็อบเรียกร้องประชาธิปไตยของนักศึกษาต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลพระรามเก้า

เหตุที่ต้องเข้ารับการรักษาตัวก็เพราะในคืนวันที่พวกเขาได้รับการปล่อยตัวตามคำสั่งศาล แทนที่จะปล่อยตัวพวกเขาออกมาตามครรลอง แต่กลับมีการใช้เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบไปอายัดตัวพวกเขาต่อโดยวิธีที่ค่อนข้างประหลาด

จนนำไปสู่เหตุการณ์ที่ทำให้ไมค์ “เป็นลม” ทำให้รถตำรวจไปชนรถคันอื่นบนถนนจนนำไปสู่เหตุการณ์ชุลมุน กระจกรถตำรวจถูกขว้างปาจนแตก

ทำให้เพนกวินได้รับบาดเจ็บจากการถูกเศษกระจกฝังไปในร่างกายนับจุดไม่ถ้วน

ส่วนรุ้งก็เผชิญกับความเครียด กดดัน และร่างกายอ่อนแอ

และต่อให้ทั้งสามคนนี้ไม่โดนอะไรเลย พวกเขาก็สมควรได้รับการพักรักษาตัวเพื่อฟื้นฟูร่างกายอยู่ดี เพราะวิญญูชนคงพอรู้ว่าสภาพการกินอยู่หลับนอนในคุกนั้นเป็นอย่างไร

ดราม่าเริ่มตั้งแต่ ฮั่นแน่ ทำไมไปโรงพยาบาลหรู เนี่ย ตรูว่าแล้ว พวกนี้มันม็อบรับจ้าง แกนนำรับจ้าง แกนนำได้รับการพะเน้าพะนอเสียหรูหรา

อ่านแล้วก็อิหยังวะหนักมากถึงมากที่สุด

หนึ่ง คนที่ไม่เสียสติพึงรู้ว่าประเทศนี้ถูกปกครองโดยพวกสารเลวปล้นอำนาจประชาชนมาตั้งแต่ 2557

และจนป่านนี้ไม่มีวี่แววว่าประชาชนจะได้ลืมตาอ้าปาก เพราะพวกปล้นอำนาจ นอกจากจะไม่ทำงาน ไม่บริหารประเทศแล้ว

วันๆ มันนั่งคิดแต่ว่า ทำอย่างไรจะอยู่ในอำนาจให้ได้ยาวนานที่สุด วันๆ คิดแต่เรื่องการเขียนกฎหมาย และออกแบบระบบการเลือกตั้งให้พวกของตนเองชนะ

ระหว่างที่ไม่ทำงานทำการนี้ก็บริหารประเทศแบบชุ่ยๆ แจกเงินขายผ้าเอาหน้ารอดไปวันๆ และเปิดทางให้เจ้าสัวผู้มั่งคั่งเข้ากว้านซื้อทรัพย์สิน กิจการจากผู้ประกอบรายย่อย รายกลางไปเรื่อยๆ

ในทางวัฒนธรรมนั้น เมล็ดพันธุ์แห่งอำนาจนิยมก็แพร่กระจายขยายผลไปทั่ว

หนักสุดในระบบการศึกษา มีการให้ท้ายระบบราชการโดยปล่อยให้ใหญ่โต เทอะทะ ด้อยประสิทธิภาพต่อประชาชน แต่ทรงประสิทธิภาพในการรีดไถ เรียกค่าคุ้มครอง เรียกเงินใต้โต๊ะ

ส่งผลให้ข้าราชการตัวใหญ่ร่ำรวย มั่งคั่งจากระบบนี้ และแฮปปี้กับรัฐบาลเผด็จการ

เพราะรัฐบาลเผด็จการทำให้ระบบราชการกลายเป็นเหมืองทองของข้าราชการตัวใหญ่ เรื่องอะไรจะอยากปฏิรูป

เมื่อประเทศชาติมันเป็นเสียอย่างนี้ มันจึงเป็นเรื่องปกติธรรมดาสามัญมากๆ ที่จะมีคนไม่พอใจรัฐบาลมากขึ้นเรื่อยๆ

นักศึกษา-นักเรียนที่ตระหนักว่า หากไม่มีประชาธิปไตย ประชาชนไม่ได้เป็นเจ้าของอำนาจ คุณภาพชีวิตของเรา อนาคตของพวกเราประชาชน ย่อมมืดมน ทางเดินข้างหน้าคือทางเดินที่นำไปสู่ความเป็นทาส ไม่เพียงแต่อดอยาก ศักดิ์ศรีความเป็นคนก็จะไม่เหลือ

กระแสความเกลียดชังรัฐบาลและเผด็จการจากประชาชนมาแรงขึ้น ใครๆ ก็จับชีพจรนี้ได้

กลุ่มนักเรียน-นักศึกษาเห็นว่า ตัวเองไม่โดดเดี่ยว ไม่ได้อยากต่อสู้อยู่คนเดียว จึงออกมาประท้วง

ประชาชนเห็นว่า นักศึกษา-นักเรียนตัวเล็กนิดเดียวออกมาประท้วง ก็รู้สึกว่า เฮ้ย เด็กมันยังออก เราจะนั่งอยู่เฉยๆ ได้หรือ?

ประชาชนที่ออกมาได้ ก็พากันออกมา เป็นภาพม็อบไล่รัฐบาลที่มีพลัง และมีคนมาร่วมมืดฟ้ามัวดินอย่างที่เราเห็นกันมาโดยตลอดในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา

แค่นี้เอง เรียบง่ายมาก ไม่จำเป็นต้องมีอเมริกา ยิว ใครสั่งงานจากสกายเน็ต หรือนักการเมือง พรรคการเมือง มาปลุกปั่นจ้างวานประชาชน – บ๊อง – ประเทศไทยแทบไม่มีสง่าราศีตัวตนอยู่บนแผนที่โลก ไม่มีทั้งผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ทรัพยากร แรงงาน ไม่ได้มีเสน่ห์ต่อใครในโลกนี้จนทำให้เขาอยากมายืมมือเด็กๆ มายึดชาติบ้านเมืองเราไปเป็นของเขาหรอกค่า

อีพวกหลงตัวเอง คิดว่าตัวเองสวย ป่านนี้ยังไม่รู้ตัวอีกว่าประเทศไทยคือดินแดนที่เขาสังเวช เวทนา อยู่ว่าประเทศอะไรขยันทำร้ายตัวเอง ไม่สวย ไม่เก่งแล้วไม่เจียม เที่ยวไปทำท่าพองขนใส่ชาวโลกแบบผิดให้เป็นที่น่าสมเพช

อ้อ ฉันเขียนแบบนี้ ไม่ต้องมาไล่ฉันออกไปจากบ้าน ออกไปจากประเทศนี้ เพราะคนเราเลือกเกิดไมได้ เลือกจะไม่เกิดก็ไม่ได้ คุณงามความดี หรือความน่าชื่นชมของประเทศใดประเทศหนึ่งไม่ได้เกิดจากการที่เป็นดินแดนสวยงาม เป็นอู่อารยธรรมเก่าแก่ หรือมีทรัพยากรธรรมชาติมหาศาล

“เสน่ห์” หรือ “ความน่าเคารพนับถือ” ของประเทศใดประเทศหนึ่งเกิดจากดีกรีของการเคารพในอำนาจของประชาชน วัดกันที่คุณภาพชีวิตของประชาชน วัดกันที่ระดับศักดิ์ศรีความสง่างามของประชาชนเจ้าของประเทศ

ซึ่งประเทศไทยไม่มีไง

แล้วประเทศที่ปล้นอำนาจประชาชนไปแล้วมุ่งสร้างแต่ความมั่งคั่งร่ำรวยหรูหราให้แก่ตนเอง ครอบครัว และลูกสมุน ปล่อยให้ประเทศชาติโดยรวมกลายเป็นซากสลัมบนกองขยะ ในสายตาของชาวโลก ประเทศแบบนี้มันน่ารังเกียจ

เรื่องง่ายๆ แบบนี้ ควรจะเข้าใจได้แล้วก็ไม่เข้าใจ ไม่รู้เอาความกล้าหาญมาจากไหน กล้ามาพูดว่าประเทศเราเริ่ดสะแมนแตน ต่างชาติไหนก็อยากมาฮุบมายึดไป

ใครคิดแบบนี้ควรพบแพทย์นะ

ง่ายๆ ฉันจะสรุปให้ว่า เลิกมโนได้แล้วว่า รัฐบาลนี้ประเสริฐยิ่ง คนธรรมดาๆ ไม่มีใครเขามาไล่รัฐบาลหรอก คนที่ออกมาเนี่ย “รับจ้าง” โดยเฉพาะแกนนำน่ะ เป็นมือทำงานให้ใครสักคนแน่ๆ ดังนั้น พอต้องเข้าโรงพยาบาลปุ๊บ ก็เลยได้นอนโรงพยาบาลเอกชนอย่างหรู เพราะ “นายจ้าง” ตบรางวัลแหงแก๋

เพื่อเอาบุญนะ ฉันจะบอกอะไรให้อีก

ในท่ามกลางความไม่พอใจของประชาชนและกระแสม็อบไล่รัฐบาล เรียกร้องประชาธิปไตยนี้

มีคนจำนวนมาก ไม่สะดวก ไม่ว่าง อยู่ต่างประเทศ หรือมีปัจจัยที่ทำให้มาลงถนนไม่ได้ แต่อยากมีส่วนร่วม คนเหล่านี้ยินดีเป็น “ท่อน้ำเลี้ยง”

มีคนจำนวนมาก รู้สึกผิด ที่ออกมาร่วมทุกข์ร่วมสุขกับมิตรร่วมอุดมการณ์บนถนนไม่ได้ ก็อยากไถ่ถอนความรู้สึกอึดอัด ความรู้สึกผิดต่างๆ เช่น เด็กๆ ไปเสี่ยงคุกเสี่ยงตะรางเพื่ออนาคตของพวกเราทุกคน

สิ่งเดียวที่เราพอทำได้คือ โอนเงินสมทบทุนขบวนการเคลื่อนไหวนี้

ดังนั้น จึงไม่มีสิ่งที่เรียกว่าม็อบรับจ้าง มีแต่ม็อบที่มีคนอยากเข้ามามีส่วนร่วมทั้งทางตรงทางอ้อม ทางการเงินเยอะแยะมากมายมหาศาล

ผิดกับม็อบต่อต้านประชาธิปไตยที่ออกมาทีไรคนก็น้อยกว่าป้ายและนักข่าวทุกที ก็เลยนึกไม่ออกใช่ไหมว่า ม็อบที่คนจำนวนมากเขาเอาด้วยนั้นจะมีเงินบริจาคเข้ามามากขนาดไหน

เมื่อมิตรร่วมอุดมการณ์และเด็กๆ ผู้ออกมาเรียกร้องเพื่อความถูกต้อง ต้องติดคุก ต้องป่วย ต้องถูกทำร้ายทั้งทางกาย ทางใจ ย่อมเป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีคนจำนวนมากอยากช่วย อยากสนับสนุน อยากให้ได้รับการรักษาที่ดีที่สุด

ดังนั้น การไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน จะเป็นที่ไหน ราคาเท่าไหร่ จึงไม่ใช่ประเด็นเลย

และอย่าลืมว่า ที่เราออกมาต่อสู้ เราออกมาต่อสู้เพื่อให้ทุกคนได้มีชีวิตสุขสบาย ดังนั้น จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่รุ้ง เพนกวิน ไมค์ หรือใครๆ ที่ต้องไปนอนคุกมาโดยไม่มีเหตุอันสมควรและได้รับบาดเจ็บโดยไม่ได้จำเป็นจะไม่ได้รับการดูแลที่ดีที่สุด ไม่มีเหตุผลอะไรที่พวกเขาจะไม่มีสิทธิที่จะได้รับการดูแลอย่างดี

ถ้าพวกเขาต้องไปเข้ารับการรักษาอย่างอนาถาสิ จะเป็นเรื่องน่าอายสำหรับเราทุกคน

ถัดจากเรื่องโรงพยาบาลมาเรื่องกุ้งเผา

แม่ยกแห่งวงการเรียกร้องประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ ทราย เจริญปุระ นำกุ้งเผาไปเยี่ยมรุ้ง กลายเป็นกระแสว่าทำไมกินของหรู

เดี๋ยวนะ สลิ่มที่รัก ในยุคที่กุ้งแม่น้ำ เป็นกุ้งฟาร์ม แถวบ้านไม่เรียกกุ้งเผาว่าของหรู – คุณพี่มาจากจังหวัดอะไร และเรียนรู้เรื่องไลฟ์สไตล์มาจากโลกใบไหนถึงคิดว่ากุ้งเผาเป็นของหรู

อย่าได้เที่ยวไปพูดอะไรอย่างนี้กับใครเขาอีกนะ อายคน เขารู้กำพืดหมดว่า ของหรูสำหรับพวกคุณมันแค่กุ้งเผาอ่ะ

นิยามของหรู ไม่ได้อยู่ที่ “ราคา” ด้วยซ้ำรู้ไหม คำว่า “หรู” นั้นหมายถึงการได้ครอบครององค์ความรู้หรือการเข้าถึงบางสิ่งบางอย่างที่คนมีเงินอย่างเดียวเข้าถึงไม่ได้ – นี่ สอนให้เอาบุญนะ

และการไปเยี่ยมคนที่โรงพยาบาล มันมีสองแบบ คือ ไปเยี่ยมคนตามมารยาท และไปเยี่ยมคนที่เราไม่สนิท เราจะเลือกของหรู ของแพง ของดี ไปเยี่ยม เพราะมันปลอดภัย หรืออย่างดาษๆ ก็พวกซุปไก่ เป็นความสิ้นคิดขั้นสุด

แต่การไปเยี่ยมคนที่เรารักจริง ห่วงจริง เราจะเอาของที่เขาอยากกินไปเยี่ยม ไม่เกี่ยวกับถูกหรือแพง

เช่น ถ้าคำ ผกา นอนโรงพยาบาล ของที่พึงเอาไปเยี่ยมคือ น้ำพริกน้ำผัก ข้าวเหนียว หมูทอด ลาบควาย อะไรแบบนี้

ดังนั้น เรื่องกุ้งเผาจึงไม่ได้เป็นอะไรที่มากไปกว่า หนึ่ง มันไม่ใช่ของหรู สอง มันก็แค่ของกินที่รุ้งอยากกิน เราจึงซื้อไปให้กิน เพราะถ้าเราซื้อตับห่านไปแม้มันจะหรูกว่า แต่มันไม่ตอบโจทย์ไง เพราะมันไม่ใช่ของที่คนซึ่งเราไปเยี่ยมเขาอยากกิน

เรื่องแค่นี้ สลิ่มไม่เข้าใจ และพาออกทะเลไปเรื่องชนชั้นอะไรไม่รู้ ฉันก็เห็นใจสลิ่มแหละ เพราะถ้าฉลาดพอจะเข้าใจก็คงไม่ได้เป็นสลิ่ม

ที่ชวนหัวกว่านั้นคือ สายแม่ยกท่อน้ำเลี้ยงนึกสนุก เพราะเงินเราเยอะ เลยอยากจัดกุ้งเผาเป็นอาหารในม็อบเสียเลย สลิ่มก็ยังไม่เก๊ตอีกว่าเขาประชด เที่ยวไปรีวิวกุ้งในม็อบเป็นวรรคเป็นเวร อ่านแล้วขำ เฮ้ย นี่ม็อบ ไม่ใช่ตลาดนัดแข่งคุณภาพอาหาร

อาหารที่นำมาเลี้ยงในม็อบ ไม่ใช่เพราะคนไปม็อบอยากกินของฟรี แต่เป็นเครื่องหมายอย่างหนึ่งที่สื่อสารกับสังคมว่า ม็อบนี้จุดยืนนี้มีคนสนับสนุนมากมาย

มีคนจำนวนมากมาม็อบไม่ได้ แต่เขามาในรูปของน้ำ อาหาร กุ้งเผา ปลาหมึกย่าง ลูกชิ้น ฯลฯ

เหมือนเราไปงานแต่งงานเพื่อนด้วยตัวเองไม่ได้ เราก็ใส่ซองไปไง

ทีนี้ม็อบมันก็เป็นเรื่องมวลชน ยิ่งมีอาหารเลี้ยงในม็อบมาก คุณภาพดี ไม่ขาดแคลนก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่า มีคนสนับสนุนม็อบนี้เยอะ ไม่โดดเดี่ยว มีมวลชนพร้อมเคียงข้าง และใครก็ตามที่กุมอำนาจอยู่ก็ควรจะอ่านออกว่า ประชาชนเขาไม่ต้องการให้คุณอยู่ในอำนาจแล้วจริงๆ

แต่สลิ่มซึ่งอ่านอะไรก็ผิดประเด็นตลอด ก็อุตส่าห์มารีวิวกุ้งเผา บอกว่าคุณภาพต่ำ คราวหลังไม่กินแล้ว คงนึกว่าตัวเองฉลาดที่ต้องการสร้างเรื่องว่า ผู้ชักใยม็อบเห็นมวลชนไร้ค่า ส่งกุ้งปลอมมาให้กิน

แหม เก็บแรงไว้วิจารณ์ข้าวกล่องของตำรวจชั้นผู้น้อยที่ถูกขนมาคุมม็อบก่อนดีไหม?

อาหารโดยท่อน้ำเลี้ยงในม็อบในแง่ของการสื่อสารมันคือการประกาศศักดานุภาพของผู้สนับสนุนม็อบว่ามีมากกว่าที่ฝ่ายต่อต้านการเปลี่ยนแปลงจะจินตนาการได้ ดังนั้น ไม่ต้องห่วงหรอกว่า ของกินในม็อบจะไร้คุณภาพ

เขียนมาด้วยความห่วงใยสลิ่ม ความไม่รู้นั้นไม่ผิด แต่ความไม่รู้บนความยโสโอหังนั้นมันน่าเวทนา

บทความก่อนหน้านี้‘เยาวชนปลดแอก’ กาง 5 เหตุผล ทำไมร่างแก้ไขรธน.ฉบับสส.-ฝ่ายค้านทั้งหมดมีปัญหา
บทความถัดไป“จาตุรนต์” ชี้ ไม่แก้ ม.272 ก่อน ประเทศเสี่ยงวิกฤตหนัก ไม่รับฉบับไอลอว์เท่ากับเมินเสียงปชช.