วิเคราะห์ : เศรษฐกิจไทยต้องตกต่ำอีกนานแค่ไหน?

คําถามว่า เศรษฐกิจไทยตกต่ำครั้งนี้ ลงถึงจุดต่ำสุดหรือยัง และจะลงยาวสักกี่ปี เป็นคำถามที่ถูกนำมาแลกเปลี่ยนกันบ่อยมากขึ้นในแวดวงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ไม่ใช่คำถามที่ชวนให้เกิดความรู้สึกท้อแท้ แต่เป็นคำถามที่ต้องการคาดการณ์ให้ใกล้เคียงความจริงมากที่สุด เพื่อเตรียมเผชิญ เตรียมรับมือความยากลำบากที่จะเกิดขึ้น

เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้บริหารบริษัทอสังหาฯ รายใหญ่ที่เป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ ตั้งประเด็นคำถามนี้กับผู้เขียนว่าเศรษฐกิจจะลงต่ำกี่ปี

ผู้เขียนเห็นว่า การตกต่ำเศรษฐกิจไทยครั้งนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดเมื่อตอนไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาด แต่มีแนวโน้มตกต่ำมาก่อนหน้านั้นแล้ว โควิด-19 ทำให้เร็วและแรงขึ้น และยังกลายเป็นปัญหาใหญ่ไปทั่วโลก ประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศที่มีรายได้จากการส่งออกบวกท่องเที่ยวประมาณ 70% ของรายได้ การฟื้นตัวคงต้องอาศัยกำลังซื้อจากต่างประเทศ ซึ่งต้องอาศัยเวลาพอสมควร

จึงตอบไปว่าน่าจะประมาณ 2 ปี ซึ่งเป็นประมาณการเดียวกันกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

 

แต่ผู้บริหารบริษัทอสังหาฯ รายใหญ่เห็นต่าง เชื่อว่ามากกว่านั้น คือประมาณ 3 ปี ด้วยเหตุผลที่คล้ายกัน

โดยมีประเด็นเพิ่มเติมว่า หลายปีก่อนโควิด-19 อสังหาฯ ไทยชะลอตัวลงมาแล้ว เพียงแต่มีกำลังซื้อจากชาวจีนแผ่นดินใหญ่ปีละประมาณ 50,000 ล้านบาทมาช่วยพยุงไว้ จึงทำให้ไม่มีอาการทรุดตัว แต่เมื่อเกิดโควิด-19 กำลังซื้อไทยหดตัว กำลังซื้อจากจีนไม่มา จึงต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว

การคาดการณ์ทั้ง 2 ความเห็น เกิดขึ้นก่อนการชุมนุมใหญ่ของนักเรียน-นักศึกษาคนรุ่นใหม่เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2563 จึงไม่ได้นำปัจจัยนี้ ซึ่งเป็นเรื่องทางการเมืองเข้ามาพิจารณาด้วย

เมื่อนำมาพิจารณาดู เห็นว่า ปรากฏการณ์ทางการเมืองโดยการชุมนุมของคนรุ่นใหม่ทั่วประเทศครั้งนี้ เป็นความขัดแย้งที่เกิดจากความแตกต่างของโลกทัศน์ของคน 2 เจเนอเรชั่น และเป็นความขัดกันในผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจคนละขั้วแบบสุดคนละข้างกันเลยทีเดียว

ยากที่จะมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดถอยยอมยุติโดยง่าย ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าจะมีข้อยุติในจุดสมดุลใหม่ ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะกี่ปี

ก็จะเป็นปัจจัยทำให้ปัญหาเศรษฐกิจลากยาวออกไปอีก

เพราะลำพังไม่มีปัญหาทางการเมืองของคนรุ่นใหม่ การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจก็ไม่ค่อยมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันให้มั่นใจได้อยู่แล้ว

 

เมื่อปัญหาทางการเมืองจากประชาชนจำนวนมหาศาลถาโถมเข้ามา ซึ่งก็ยังไม่มีแนวทางอะไรออกมาแก้ไขที่พอให้เห็นว่าเป็นทางออก

นักธุรกิจและประชาชนคนทำมาหากิน ต้องเตรียมตัวรับแรงกระแทกกันให้ดี

แต่ความหวังยังมี เพราะมีให้เห็นอยู่แล้วว่า คนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ในบ้านเมือง เป็นคนเก่งฉลาดล้ำ มีความสามารถสูง

หลายปีข้างหน้า เมื่อพวกเขาเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ของประเทศ ประเทศไทยเจริญแน่นอน

บทความก่อนหน้านี้ได้ฤกษ์! ปากีฯ เปิดให้บริการรถไฟฟ้า “สายแรก” ของประเทศ หลังสร้างมานาน 5 ปี
บทความถัดไปต่างประเทศ : เหตุแห่ง “ชาร์ลี เอบโด” สู่การฆ่าตัดหัวครูฝรั่งเศส