บทสรุปหวย 30 ล้าน! ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องอีก “หมวดจรูญ” ฟ้องกลับ “ครูปรีชา” ให้การเท็จ

ชัดเจนขึ้นมาอีกขั้นสำหรับกรณีหวยอลเวง 30 ล้าน

ที่เป็นข้อพิพาทระหว่างครูปรีชากับหมวดจรูญ กล่าวหากันพัลวันมาร่วม 3 ปี

ทำให้คนติดตามลุ้นกันทั่วประเทศ

เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาตัดสินยืนตามศาลชั้นต้น ในคดีที่หมวดจรูญถูกฟ้องร้องในคดียักยอกทรัพย์ รับของโจร

ระบุว่า ครูปรีชาไม่ได้เป็นเจ้าของทรัพย์ จึงไม่มีสิทธิฟ้องร้องดำเนินคดี พิพากษายกฟ้อง

เท่ากับว่าสลากดังกล่าวเป็นของหมวดจรูญ

อย่างไรก็ตาม ครูปรีชาก็ประกาศจะต่อสู้ถึงชั้นฎีกา เตรียมยื่นภายใน 30 วัน

ส่วนหมวดจรูญก็ยืนยันว่าจากนี้จะต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมของตัวเอง ฟ้องร้องดำเนินคดีผู้ที่กล่าวหาทั้งหมด

จากจำเลยจะกลับมาอยู่ในสถานะโจทก์

ซึ่งต้องติดตามว่าจะมีบทสรุปอย่างไร

อุทธรณ์ยืนยกฟ้องหวย 30 ล้าน

เช้าวันที่ 20 ตุลาคม ศาลจังหวัดกาญจนบุรี ออกนั่งบัลลังก์ อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ภาค 7 ในคดีที่นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์ รับของโจร

ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2562 ยกฟ้องไปก่อนหน้านี้

โดยเมื่อเวลา 09.30 น. ศาลได้เริ่มอ่านคำพิพากษา 83 หน้า จนเสร็จสิ้นในเวลา 10.45 น. ก่อนจะมีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ยกฟ้อง ร.ต.ท.จรูญในความผิดฐานยักยอกทรัพย์ รับของโจร

ขณะที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิเคราะห์แล้วว่า หลังจากพิจารณาพยานหลักฐานต่างๆ แล้ว เชื่อได้ว่านายปรีชาซึ่งเป็นโจทก์ของคดี ไม่ได้เป็นเจ้าของสลากกินแบ่งรัฐบาลชุดที่ถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 5 ใบ เมื่อนายปรีชาไม่ได้เป็นเจ้าของทรัพย์จึงไม่ได้เป็นผู้เสียหาย

เมื่อไม่ได้เป็นผู้เสียหาย จึงไม่มีสิทธิ์ที่จะฟ้องร้องดำเนินคดีกับ ร.ต.ท.จรูญ จึงมีคำพิพากษายกฟ้อง

นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความของ ร.ต.ท.จรูญ เปิดเผยว่า สาหตุที่ศาลมีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นยกฟ้อง เนื่องจากศาลได้ให้ความสำคัญกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่ 2 ส่วน คือคลิปเสียงการสนทนาที่เคยระบุว่าไม่ได้ถูกรางวัล

หลักฐานสำคัญชิ้นที่ 2 คือสัญญาณโทรศัพท์ของนายปรีชา ที่ใช้พิสูจน์ว่า คำให้การของครูปรีชาที่อ้างว่าเดินทางไปซื้อล็อตเตอรี่ที่ตลาดเรดซิตี้ในวันที่ 31 ตุลาคม 2560 นั้นไม่เป็นความจริง

เนื่องจากเบสสัญญาณโทรศัพท์ระบุว่า ในวันดังกล่าว พบว่านายปรีชาออกจากโรงเรียนเทพมงคลซึ่งเป็นสถานที่ทำงาน เวลา 16.26 น. และไปรับลูกที่โรงเรียนวิสุทธรังษี ต.ท่าล้อ อ.ท่าม่วง ในเวลา 16.56 น.

แต่ในคำให้การของนายปรีชาระบุว่า วันดังกล่าว นายปรีชาแวะทำธุระที่ตลาดเรดซิตี้ และแวะซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลกับเจ๊บ้าบิ่น โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที ก่อนจะเดินทางต่อไปรับลูกที่โรงเรียนวิสุทธรังษี แต่จากเบสสัญญาณโทรศัพท์ระบุชัดเจนว่าในเวลา 16.46 น.นั้น นายปรีชายังขับรถจอดติดสัญญาณไฟแดงอยู่ที่บริเวณสี่แยกอู่ทอง ใกล้เคียงกับตลาดเรดซิตี้

จึงเป็นไปไม่ได้ที่นายปรีชาจะใช้เวลา 10 นาทีลงไปซื้อล็อตเตอรี่ที่ตลาดเรดซิตี้ และเดินทางไปรับลูกที่โรงเรียนวิสุทธรังษีในเวลา 16.56 น.ตามที่กล่าวอ้าง

นอกจากนี้ ในช่วงเวลาดังกล่าว ยังมีคลิปเสียงการสนทนาของนายปรีชาที่ใช้โทรศัพท์อยู่ตลอดช่วงเวลา จึงเชื่อได้ว่าในวันดังกล่าว นายปรีชาไม่ได้ไปซื้อล็อตเตอรี่จากเจ๊บ้าบิ่นที่ตลาดเรดซิตี้จริง ซึ่งหลักฐานเหล่านี้ทำให้ศาลพิจารณายกฟ้องลุงจรูญตามศาลชั้นต้นในที่สุด

ยกฟ้อง 2 ศาลรวด

2 ฝ่ายไม่ยอม-ลุยฟ้องต่อ

หลังเสร็จสิ้นการฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 7 นายษิทราระบุว่า จากนี้คดีที่ทางฝ่ายของ ร.ต.ท.จรูญเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายปรีชาและพวก ก็จะได้เริ่มกลับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาเบื้องต้น 2 คดี คือคดีที่ ร.ต.ท.จรูญเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายปรีชาและทนายความ ในข้อหาร่วมกันฟ้องเท็จเพื่อกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นรับโทษทางอาญา

อีกคดี คือคดีที่ยื่นฟ้องนายปรีชา เจ๊บ้าบิ่น-นางรัตนาพร สุภาทิพย์ และเจ๊พัช-น.ส.พัชริดา พรมตา ในความผิดฐานเบิกความเท็จ เมื่อตอนที่นายปรีชายื่นขออายัดเงินของคุณลุงจรูญต่อศาล ซึ่งทั้ง 2 คดีนี้ก็จะเริ่มกลับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามกฎหมาย

ส่วนในเรื่องของพยานที่ขึ้นให้การทางฝั่งนายปรีชาในคดีอาญานั้น ยังไม่ได้มีการยื่นฟ้อง แต่ก็ขึ้นอยู่กับ ร.ต.ท.จรูญว่าจะฟ้องร้องดำเนินคดีกับพยานที่ให้การเท็จรายใดบ้าง

โดย ร.ต.ท.จรูญกล่าวว่า ในวันนี้ศาลได้มีคำพิพากษายกฟ้อง คืนความเป็นธรรมให้กับตนเรียบร้อยแล้ว จากนี้ไปตนก็จะได้ทวงความเป็นธรรมให้กับตัวเอง โดยฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ที่พยายามใส่ร้ายดำเนินคดีกับตนทั้งหมดทุกคน

ด้านครูปรีชาระบุว่า ให้ความเคารพในคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 7 แม้ว่าจะมีในบางประเด็นที่ตนไม่เห็นด้วยก็ตาม

จากนี้ก็จะได้ไปปรึกษากับทีมทนายความ เพื่อที่จะดำเนินการยื่นฎีกาต่อศาลอีกครั้ง ซึ่งก็ถือเป็นการใช้สิทธิ์ตามกระบวนการทางกฎหมายที่ตนสามารถทำได้ ทั้งนี้ การยื่นฎีกาต่อศาลเบื้องต้นจะต้องยื่นภายใน 30 วัน จากนั้นก็จะอยู่ที่ศาลเป็นผู้พิจารณาว่าจะรับฎีกาหรือไม่

ส่วนในประเด็นที่ว่าฝ่ายของ ร.ต.ท.จรูญจะยื่นฟ้องดำเนินคดีกับตนนั้น ไม่ได้รู้สึกหนักใจ เพราะในตอนนี้คดียังไม่ได้สิ้นสุด ตนยังไม่ได้อยู่ในสถานะของการเป็นจำเลย และการที่จะถูกฝ่ายของ ร.ต.ท.จรูญฟ้องก็คงจะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการประกอบวิชาชีพครูของตน เพราะคดียังไม่สิ้นสุด

น่าจะสู้กันอีกหลายยก

ย้อนปมหวยอลเวง

สําหรับคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2560 เมื่อนายปรีชาแจ้งความที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี ว่าถูก ร.ต.ท.จรูญขโมยล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 โดยระบุว่า ก่อนหน้านี้ตนซื้อล็อตเตอรี่โดยเน้นเลขท้าย 26 มาตลอดเนื่องจากเป็นเลขมงคล

จนกระทั่งงวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 ก็โทรศัพท์สั่งซื้อกับแม่ค้าที่เคยซื้อกันมาประจำ 5 ปี บอกให้เก็บเลขท้าย 26 เอาไว้ให้ ต่อมาวันที่ 26 ตุลาคม 2560 แม่ค้าล็อตเตอรี่ก็โทรศัพท์มาบอกว่าหาเลขท้าย 26 ให้ได้แล้ว 4 ชุด ชุดละ 5 ใบ จึงเดินทางมาเอาที่ตลาดนัดเรดซิตี้ จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม เวลาประมาณ 16.00 น.

เมื่อจ่ายเงินเรียบร้อยก็เอาสลากทั้งหมดใส่กระเป๋าเสื้อแล้วเดินซื้อของตามตลาดนัด จากนั้นก็ไปรับลูกสาวกลับบ้าน เมื่อถึงบ้านก็ควักล็อตเตอรี่ออกจากกระเป๋าเสื้อเพื่อเอาไปเก็บ แต่ปรากฏว่ามีล็อตเตอรี่เพียงแค่ 3 ชุดเท่านั้น ซึ่งจำได้ว่าชุดที่หายไปคือหมายเลข 533726 จึงโทรศัพท์ไปถามแม่ค้า เขาก็ยืนยันว่าให้มาแล้วแน่นอน ก็ไม่ได้คิดอะไร

จนมาวันที่ 1 พฤศจิกายน แม่ค้าก็ขับรถมาหาตนที่บ้านเพื่อแสดงความยินดี บอกว่าเราถูกรางวัลที่ 1 แต่ไปหายังไงก็ไม่พบ คนขายกลับไปเช็กต้นขั้วก็ยืนยันว่าตนถูกรางวัลที่ 1 แน่นอน

จึงไปแจ้งความที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี แล้วนำใบแจ้งความไปแจ้งต่อกองสลากฯ

กระทั่งวันที่ 28 พฤศจิกายน กองสลากฯ แจ้งมาทางตำรวจ และตำรวจก็ประสานตนให้ไปพบ เนื่องจากมีคนนำสลากรางวัลที่ 1 จำนวน 1 ชุดไปขึ้นรางวัล พบว่าเป็น ร.ต.ท.จรูญ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงประสานให้มาพบตามที่นัดหมาย และได้เจรจากันโดยมี พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ในขณะนั้นเป็นคนไกล่เกลี่ยเจรจา เพราะไม่ต้องการขึ้นศาล เนื่องจากเป็นข้าราชการเหมือนกัน แต่เมื่อเจรจาไม่รู้เรื่องจึงต้องแจ้งความดำเนินคดี

ขณะที่ ร.ต.ท.จรูญที่ถูกแจ้งความดำเนินคดีเผยว่า ยืนยันว่าสลากที่ถูกรางวัลเป็นของตน โดยช่วงเย็นวันที่ 31 ตุลาคม ตนไปจ่ายกับข้าวที่ตลาดนัดเรดซิตี้ แวะซื้อล็อตเตอรี่เลขท้าย 26 เมื่อถึงแผงค้าพบเลขท้าย 26 อยู่ 2 ชุด จึงซื้อมา 1 ชุด 5 ใบ เป็นเงิน 500 บาท และไม่ได้สนใจว่าเลขข้างหน้าเป็นอะไร หวังแค่ถูกเลขท้าย 2 ตัวเท่านั้น

โดยเมื่อเข้าไปเจรจากลับบอกให้แบ่งรางวัลกันคนละครึ่ง ซึ่งตนไม่ยอม เพราะซื้อล็อตเตอรี่มาเองกับมือ

ลุกลามจนกระทั่งกองปราบปรามต้องเข้ามาคุมคดีด้วยตัวเอง พร้อมเห็นพิรุธการทำสำนวน แจ้งข้อหาเอาผิดตำรวจไปหลายนาย

และมีบทสรุปที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนยกฟ้อง

บทความก่อนหน้านี้บทเรียนจากชายแดนภาคใต้ “กฎหมายพิเศษ” ไม่ใช่ทางออกวิกฤตการเมือง กทม.
บทความถัดไปพลิกตำราเก่าๆ ปลุก “ม็อบ” ชน “ม็อบ”