หนุ่มเมืองจันท์ | ต้องเปลี่ยนแปลง

หนุ่มเมืองจันท์facebook.com/boycitychanFC

งานมหกรรมหนังสือแห่งชาติครั้งนี้เงียบเหงามากเลยครับ

หลายสำนักพิมพ์ไม่ออกบูธ

พื้นที่ทางเดินจึงกว้างขวาง

วันธรรมดาคนเดินน้อยมาก จนน้องๆ หลายคนบอกว่าตั้งประตูเล่นบอลโกล์หนูกันได้เลย

คาดว่าทุกสำนักพิมพ์คงเจ็บตัวไปตามๆ กัน

มากบ้างน้อยบ้าง

แต่มีสำนักพิมพ์หนึ่งที่น่าจะขายดีกว่าเดิม

สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกันครับ

จากเดิมเวลาไปงานหนังสือที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

“ฟ้าเดียวกัน” จะมีคนเข้าบูธน้อยมาก

ถือเป็นสำนักพิมพ์เฉพาะทาง

แต่ครั้งนี้แตกต่างกว่าครั้งอื่น

ขนาดคนเดินงานน้อยกว่าเดิมมาก

แต่ “ฟ้าเดียวกัน” คนเข้ามาดูหนังสือเรื่อยๆ

บางช่วงก็แน่นมาก

ที่สำคัญ ผมเห็นนักเรียน-นักศึกษาเข้าบูธนี้

เป็นปรากฏการณ์ที่สัมพัทธ์กับสถานการณ์การเมืองในวันนี้

จากสำนักพิมพ์เฉพาะทาง

กลายเป็น “แมส” ไปแล้ว

คุยกับพี่เพื่อนน้องตามสำนักพิมพ์ต่างๆ

ทุกคนต่างบอกว่าครั้งนี้ยอดขายหนังสือต่ำมากกกก…

ถึงมากที่สุด

ถ้าให้ลองวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้น ผมคิดว่าเป็นสถานการณ์แบบเคราะห์ซ้ำกรรมซัด…

1. ต้องยอมรับว่าคนอ่านหนังสือน้อยลง

คนใช้เวลากับสิ่งอื่นมากขึ้น

เวลาการอ่านหนังสือโดนโซเชียลมีเดีย เน็ตฟลิกซ์ ฯลฯ แย่งชิงไป

หนังสือพิมพ์ นิตยสาร เจอหนักที่สุด

แต่ “พ็อตเก็ตบุ๊ก” ที่เป็น “ความหวัง” ของคนในวงการหนังสือก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน

2. สถานที่จัดงานเปลี่ยนจากศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ที่ทุบทิ้งสร้างใหม่ เป็นอิมแพ็ค เมืองทองธานี

จัดงานที่นี่ 2 ครั้งแล้ว

ถ้าพูดถึงอาคารที่จัดงาน ห้องชาเลนเจอร์ ดีกว่าศูนย์สิริกิติ์

เพราะห้องเดียวเก็บครบทุกสำนักพิมพ์

เดินง่ายกว่า

ไม่ต้องแยกส่วนเป็นแพลนนารี ฮอลล์ โซนพลาซ่า ฯลฯ

คนซื้อหนังสือต้องเดินขึ้นลงบันไดแบบงงๆ

แต่ปัญหาใหญ่ของอิมแพ็ค ก็คือ ระบบขนส่งสาธารณะ

ศูนย์สิริกิติ์อยู่ใจกลางเมือง มีรถไฟฟ้าใต้ดิน

คนทำงานเสร็จตอนเย็นก็นั่งรถไฟฟ้าแวบมางานได้

ขับรถก็แป๊บเดียว

แต่อิมแพ็คอยู่นอกตัวเมือง ไม่มีรถไฟฟ้า

คนทำงานในเมืองกว่าจะขับรถมาถึงก็ใช้เวลาเป็นชั่วโมง มีเวลาเดินงานแป๊บเดียว

เขาก็ไม่มา

ที่จอดรถวันเสาร์-อาทิตย์ก็แน่น

ทดสอบมา 2 ครั้ง น่าจะสรุปได้แล้วว่าที่นี่ไม่เหมาะกับการจัดงานหนังสือ

3. เศรษฐกิจไม่ดี

เรื่องนี้ไม่ต้องอธิบายมาก

เจอโควิดเข้าไป เงินในกระเป๋าของแต่ละคนลดน้อยลงกว่าเดิม

4. ฝนตกช่วงเย็นตลอด

ที่เมืองทองธานีเป็นที่รู้กันว่าถ้าฝนตกหนักเมื่อไร

น้ำท่วมทุกครั้ง

งานปีนี้ฝนตกแทบทุกวัน

แค่เห็นฝนตั้งเค้า คนก็ตัดสินง่าย

…ไม่ไป

ไม่พูดถึงงานประชาสัมพันธ์นะครับ ที่คนรอบข้างผมที่ไปงานหนังสือทุกครั้งยังไม่รู้เลยว่ามีงานมหกรรมหนังสือฯ

หรือระบบการลงทะเบียนก่อนเข้างานที่สแกนคิวอาร์โค้ดแล้วต้องกรอกข้อมูลอีก

เจอครั้งแรก หงุดหงิดมาก

นึกว่าแค่สแกนแบบ “ไทยชนะ” แล้วเดินเข้าได้เลย

แต่ปรากฏว่าต้องกรอกข้อมูลทั้งชื่อและอีเมลอีก

เสียเวลามาก

โชคดีที่คนน้อยทำให้คนไม่ออหน้างานนานเกินไป

ถ้าเป็นสมัยศูนย์สิริกิติ์ที่คนเบียดกันเข้างาน

ทำแบบนี้เจอโวยแน่นอน

ผมว่าจัดงานที่เมืองทองธานีมาแล้ว 2 ครั้ง น่าจะสรุปได้แล้วว่าที่นี่ไม่เหมาะกับงานหนังสือ

หาที่ใหม่ดีกว่า

จะเป็น “ไบเทค” ที่มีห้องจัดงานขนาดใหญ่ รถไฟฟ้าเข้าถึงก็ได้

มีคนบอกว่าค่าเช่า “ไบเทค” แพงกว่า

ผ่านมา 2 งาน ผมว่าน่าจะมาหานิยามคำว่า “แพง” กันใหม่

ถ้าราคาถูกกว่า แต่ขายของไม่ได้

แบบนี้ผมถือว่า “แพง”

แต่ถ้าค่าเช่าราคาสูงกว่า แต่ขายได้

อย่างหลังอาจ “คุ้มค่า” กว่า

หรือถ้าคิดแบบ “โลกนี้ไม่ได้มีคำตอบเดียว”

เราระเบิดกรอบการจัดงานหนังสือใหม่ไหมครับ

แทนที่ต้องรวมทุกสำนักพิมพ์ไว้ที่เดียว

เมื่อหาสถานที่จัดงานที่มีขนาดใหญ่เท่าศูนย์สิริกิติ์ที่รวมทุกสำนักพิมพ์มาอยู่ด้วยกันไม่ได้

ที่มีก็อยู่นอกเมือง

เราลองเปลี่ยนไปหาสถานที่จัดงานขนาดกลาง 2 แห่ง ใจกลางเมือง

เอาที่ติดกับสถานีรถไฟฟ้า

เหมือนแบ่งงานหนังสือเป็น 2 งาน กระจายสำนักพิมพ์ใหญ่ที่เป็นแม่เหล็กไปอยู่ 2 ที่

จัดงาน 10 วันเหมือนเดิม

คนรักหนังสือก็สามารถจัดวันไป 2 ที่ได้แบบไม่เหนื่อย

เพราะที่ผ่านมาพองานใหญ่มาก คนเดินไม่ครบ

จำได้ว่าตอนงานที่ศูนย์สิริกิติ์ ต้องวางแผนการไปงาน

ดูว่าสำนักพิมพ์ไหนออกหนังสือใหม่อะไรบ้าง

จะเดินไปบูธสำนักพิมพ์อะไรก่อน

ต้องรีบเดิน แทนที่จะเดินแบบสบายๆ

ส่วนใหญ่จะเดินไม่ครบ

หรือครบแบบชะโงกทัวร์

เดินผ่านแต่ไม่ได้เข้าไปดู

แต่ถ้าเราจัด 2 ที่ ขนาดงานในแต่ละที่ก็พอเหมาะกับการเดินสบายๆ 1 วัน

ลองจินตนาการดูสิครับ

เราจะไม่ต้องรีบเลือกหนังสือเหมือนตอนที่จัดในศูนย์สิริกิติ์

จะไปตอนเย็นวันทำงาน หรือวันเสาร์-อาทิตย์ก็เดินได้ครบแบบสบายๆ

ละเมียดกับหนังสือได้เต็มที่

ส่วนเรื่องกิจกรรมต่างในงานก็ไม่ต้องกังวลว่าถ้าจัด 2 ที่แล้วกิจกรรมของงานจะอยู่ที่ไหน

ให้ยอมรับความจริงไปเลยว่าเราจะขายหนังสือ

กิจกรรมตัดออกไปก็ไม่มีใครว่า

เดี๋ยวสถานที่จัดงานพร้อมเมื่อไร

เราค่อยจัดงานที่เดียวเหมือนเดิม

ลองเสนอเล่นๆ นะครับ

บทความก่อนหน้านี้เกษียร เตชะพีระ | จะโค่นจอมเผด็จการอย่างไร (จบ)
บทความถัดไปถาวร รับ เอก เสื้อเหลือง ปะทะนักศึกษารามฯ เป็นคนของตัวเอง ลั่นไปสั่งลูกน้องไม่ได้