ดวงชะตาโลก และดวงชะตาประเทศไทย ไตรมาสที่ 4

ดวงชะตาโลก และดวงชะตาประเทศไทย ไตรมาสที่ 4

ดวงอาทิตย์ยกเข้าสู่ราศีตุล ทางโหราศาสตร์สากลและโหราศาสตร์ยูเรเนียน เป็นโหราศาสตร์ที่อ้างอิงกับฤดูกาล (Tropical Zodiac) ราศีตุลเป็นราศีลำดับที่ 7 ในจักรราศี เป็นราศีทวาร แม่ธาตุลม ดวงอาทิตย์จะย้ายเข้าสู่ราศีตุลประมาณวันที่ 22 หรือ 23 กันยายนของทุกปี ในปีนี้ดวงอาทิตย์ย้ายเข้าสู่ราศีตุลวันที่ 22 กันยายน พ.ศ.2563 ที่ผ่านมา เวลา 20:31 น. ตามเวลามาตรฐานประเทศไทย (105E) ตำแหน่งดวงอาทิตย์ 00 องศา 00 ลิปดา 00 พิลิปดา ราศีตุล

ดวงชะตารอบนี้ถือว่าสำคัญอย่างมาก เพราะมีเรื่องสำคัญอยู่ 3 อย่างคือ วันจันทร์ดับ วันที่ดวงอาทิตย์ยกเข้าราศีตุล และดาวเสาร์โคจรเดินหน้าปกติตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2563

วันอมาวสี หรือวันจันทร์ดับ (New Moon) ที่เกิดขึ้นในก่อนวันอาทิตย์ย้ายราศี วันจันทร์ดับ (อมาวสี หรือ New Moon) ตรงกับวันที่ 17 กันยายน 2563 เวลา 18.00 น. กทม.

ไตรมาสนี้ (ตุลาคม-ธันวาคม 2563) เป็นช่วงที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดทิศทางเหตุการณ์ที่น่าสนใจ ด้านการเมือง เศรษฐกิจ โรคระบาดโควิด-19 และความเปลี่ยนแปลงภายในรอบ 3 เดือนนี้ ในด้านเหตุการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นตามภาพดาวในดวงชะตา จะมีระยะครอบคลุมไปถึง 3 เดือนทั้งในด้านดีและร้าย

สิ่งที่น่าจับตามอง

การเกิดระบาดโควิด-19 รอบ 2 เกิดขึ้นได้อีกในหลายประเทศทั่วโลก ตามที่ได้พยากรณ์ไว้แล้วในไตรมาสที่ผ่านมา (https://www.matichonweekly.com/column/article_326653) จะเกิดเหตุการระบาดในรอบที่ 3 ช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคยังจะไม่จบลงง่ายๆ ตราบใดที่ยังไม่มียา วัคซีน หรือวิทยาการทางการแพทย์ที่จะมาปกป้องให้โรคนี้สามารถควบคุมการระบาดได้

รอบไตรมาสสุดท้ายของปี หลายๆ ธุรกิจทั่วโลกเร่งการปรับโครงสร้างและฟื้นฟูเศรษฐกิจด้วยวิธีการต่างๆ ต้องเกิดภาวะที่ “หักดิบ” ส่งผลต่อการลดการจ้างงาน ตกงาน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คอนโดมิเนียม ประชาชนระมัดระวังในการใช้จ่าย ตลอดจนการได้รับเงินกู้ สินเชื่อต่างๆ เริ่มยากขึ้น

ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นวงจรปัญหาที่ได้เริ่มเกิดขึ้นมาก่อนหน้าการระบาดของโควิด-19 แล้ว (หากท่านสนใจ ลองย้อนกลับไปอ่านคำพยากรณ์ดวงชะตาโลกและประเทศไทยในปี พ.ศ.2561-2562 ที่เคยตีพิมพ์ลงมติชนสุดสัปดาห์)

จะมีข่าวดีจากการคิดค้นวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ประสบความสำเร็จและเริ่มใช้งานได้จริงในรอบปีหน้า 2564 เป็นผลมาจากความสูญเสียชีวิตของผู้คนจำนวนมหาศาลในประวัติกาลที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในโลก

พยากรณ์ดวงชะตาโลก

โควิด-19 วิกฤตทั่วโลก

วิกฤตโควิด-19 ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบถ้วนหน้า โดยเฉพาะเศรษฐกิจ สังคม และการดำเนินชีวิตในรูปแบบใหม่ ส่งผลให้ทุกประเทศทั่วโลกมีการปรับตัวในการดำเนินงานของแต่ละประเทศ

ในรอบไตรมาสนี้สิ่งที่จะเห็นได้ชัดเจนคือ การสะสางปัญหาต่างๆ ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ การยอมรับความเป็นจริงกับสถานการณ์โรคระบาดที่จะต้องอยู่ให้รอดพ้นและผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้ จึงจะเกิดการผ่อนปรนและความร่วมมือในด้านต่างๆ กับประเทศคู่ค้าที่จะได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน

เศรษฐกิจโลกก็ยังประสบปัญหา ทั้งตลาดเงินที่ส่งผลให้ค่าเงินมีการผันผวน ตลาดหุ้นทั่วโลกยังต้องอิงกับสภาพเหตุการณ์โรคระบาด ประเทศส่วนใหญ่ยังชะลอการลงทุน เกิดภาวะการว่างงาน การปิดกิจการ ยังมีปัญหาการเมืองระหว่างประเทศที่ดำเนินไปคล้ายคลื่นใต้น้ำ

ปัญหาคนจนและผู้ลี้ภัยจะเพิ่มความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เกิดความเหลื่อมล้ำของคนจนและคนรวยแตกต่างกันอย่างมาก ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและสภาพทางสังคม

จะนำไปสู่การจัดระเบียบทางวัฒนธรรม สังคม และการปกครองในรูปแบบใหม่ๆ ในอนาคต

ความแปรปรวนของวิกฤตภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะด้านภัยพิบัติจากไฟ และน้ำ ในรอบไตรมาสนี้จะยังส่งผลความรุนแรง

พยากรณ์ดวงชะตาประเทศไทย

วิกฤตโควิด-19 (COVID-19) กับเศรษฐกิจไทย

สถานการณ์ความรุนแรงของวิกฤตโควิด-19 (COVID-19) ไตรมาสที่ 3 เริ่มส่งผลดีต่อการควบคุมการระบาดของโรค ทำให้มีการปลดล็อกในหลายๆ เรื่อง การดำเนินชีวิตในรูปแบบใหม่ (New Normal) เริ่มเข้าสู่สภาวะใหม่แบบปกติ บางครั้งคนส่วนใหญ่ขาดความระมัดระวังตัว มีโอกาสที่จะทำให้เกิดการกลับมาระบาดของโควิด-19 (COVID-19) ระลอกที่ 3 ซึ่งจะเริ่มเห็นในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้

ปัญหาเศรษฐกิจก่อนการระบาดโควิด-19 เริ่มส่งผลให้เห็นวิกฤตแล้ว มีการเติบโตไม่เป็นไปตามเป้าหมาย การขยายตัวด้านเศรษฐกิจลดลง ซ้ำร้ายยังได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ที่เป็นเรื่องใหม่ที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นในลักษณะนี้มาก่อน ยิ่งทวีความรุนแรงกระหน่ำซ้ำเติมให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก

สิ่งที่จะเห็นชัดเจนมากยิ่งขึ้นคือ ภาวะการว่างงาน การเลิกจ้าง ธุรกิจที่เริ่มอยู่ไม่รอดจะปิดตัวลงจำนวนมาก

เกิดการค้าขายในรูปแบบต่างๆ ที่จะทำให้เกิดการลดต้นทุน ลดการจ้างงานมากยิ่งขึ้น การขายสินค้าทางออนไลน์ยังเป็นสิ่งที่กำลังเติบโตไปพร้อมๆ กับธุรกิจการจัดส่งสินค้า

ด้านตลาดเงิน ตลาดทุน และหุ้นในรอบไตรมาสสุดท้ายนี้ ต่างก็ได้รับผลกระทบจากภาพรวมเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนทางการเมือง ทำให้ต้องปรับตัวไปตามสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา มีภาวะผันผวน ดังนั้น การลงทุนต่างๆ ควรรอบคอบ ระวังความสูญเสียและการเก็งกำไรที่ผิดพลาด

แม้ว่าประเทศไทยต้องพึ่งพารายได้จากเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและการส่งออกเป็นหลัก แต่การเริ่มฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจโดยรวมๆ ของประเทศไทยในรอบไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ยังไม่เห็นผลการเปลี่ยนแปลงอย่างเด่นชัด มีแนวโน้มต่ำ

สถานการณ์ด้านการเมือง ภาพโดยรวมๆ ก็ยังไม่มีอะไรนิ่ง ไม่มีอะไรแน่นอน ที่จะทำให้ประชาชนคาดเดาเหตุการณ์ได้ล่วงหน้านานๆ ที่ผ่านมาแม้ว่าช่วงเกิดโควิด-19 ทั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลต่างใช้อำนาจหน้าที่ในการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคได้ แต่จากผลของการใช้จ่ายเงินงบประมาณในด้านต่างๆ เริ่มส่งผลให้ประชาชนเกิดความไม่พอใจต่อการบริหารงานของรัฐบาล

การนัดชุมนุมกลุ่มที่มีความคิดแนวทางเดียวกัน ที่ส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาล แต่จะไม่ส่งผลรุนแรงถึงขั้นความเปลี่ยนแปลงหรือทำตามคำเรียกร้องของคณะชุมนุม

การชุมนุมของนักเรียน นักศึกษา และประชาชนปลดแอกทางการเมือง ยังคงมีผู้เข้าร่วมให้ความสนใจชุมนุมมากขึ้น โดยเฉพาะคนวัยหนุ่ม-สาวที่ออกมาเป็นแกนนำ เน้นการเสนอแนวคิดที่อยากเห็นอนาคตของชาติและไม่เอารัฐบาลสืบทอดอำนาจ การชุมนุมจะมีไปอีกสักระยะหนึ่ง คาดว่าก่อนจะสิ้นปีนี้การชุมนุมต่างๆ ก็จะเริ่มเบาบางลง

การฟื้นฟูของสภาพเศรษฐกิจเพื่อให้มีวงจรการขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดรายได้ในการดำเนินชีวิต เพื่อความเป็นอยู่ ปากท้องของประชาชน เป็นข้อเรียกร้องที่จะทำให้อยู่รอดในสถานการณ์เช่นนี้ สภาวะเศรษฐกิจส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนทั่วประเทศ เกิดการว่างงานและต้องแบกรับค่าใช้จ่ายมาก

แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามใช้วิธีการแจกเงินเพื่อเยียวยาช่วยเหลือ ให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะยั่งยืนในการดำเนินชีวิตให้รอดพ้นวิกฤตนี้ไปได้ ปัญหาต่างๆ ที่คั่งค้างไม่ได้รับการเยียวยา แก้ไข เรื่องต่างๆ เหล่านี้จะส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดเจนในอนาคตอันใกล้นี้

ความแปรปรวนของสภาพดินฟ้าอากาศ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วม (ตามที่ได้เตือนไปแล้วเมื่อไตรมาสที่ 3) รอบนี้ยังมีเหตุน้ำท่วมอยู่ ช่วงรอบไตรมาสนี้ ปลายหน้าฝนแต่จะมีพายุเข้า ทำให้มีพายุฝนกระหน่ำ ทำให้เกิดน้ำท่วมกรุงเทพฯ และจังหวัดที่ลุ่มพื้นที่ต่ำ ฝนตกหนักและการระบายน้ำไม่ทัน ควรเตรียมการป้องกันด่วน ปัญหาเดิมๆ นี้ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง กลับเป็นปัญหาเดิมๆ ที่ไม่ได้รับการแก้ไข ป้องกันอย่างจริงจัง เหตุเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

สิ่งที่ต้องระวังคือ การเกิดวิกฤตโควิด-19 ในรอบที่ 3 คาดว่าจะเริ่มส่งผลในปลายเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งมีแนวโน้มอย่างมาก เป็นผลมาจากการผ่อนปรนการท่องเที่ยวเพื่อฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจ นักท่องเที่ยวจากต่างชาติมีแนวโน้มที่จะเข้ามาในไทย จะส่งผลให้มาตรการควบคุมโรคซึ่งประเทศไทยได้พยายามทำได้เป็นอย่างดี จะต้องยิ่งเพิ่มการเข้มงวด ทำให้การควบคุมโรคต้องใช้เงินและบุคลากรทางการแพทย์มากยิ่งขึ้น

รัฐบาลควรพิจารณาถึงผลอื่นๆ ที่จะต้องตามมาในภายหลัง ไม่ควรเร่งรีบในการเปิดประเทศ ควรจะเริ่มหามาตรการแบ่งเป็นส่วนๆ แล้วพิจารณาผลต่างๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากมีมาตรการนั้นๆ ออกมาใช้แล้ว

ในที่สุดแล้วประชาชนต้องพยายามอยู่รอดต่อไปให้ได้ ด้วยวิธีการต่างๆ พึ่งพาตัวเองให้มาก แล้วโต้คลื่นวิกฤตต่างๆ ให้ผ่านพ้นไปได้ในแต่ละวัน

หมายเหตุ : ภาพดวงชะตานำมาจากโปรแกรม Solar Fire

บทความก่อนหน้านี้คุยกับ “พล.อ.สนธิ” 14 ปี หลัง 19 กันยาฯ ว่าด้วย “รัฐประหารใหม่” และ “นิรโทษกรรม”
บทความถัดไปเรื่องอ่อนหัด และความรักที่ไม่ใช่ก๋วยเตี๋ยว ของราชินีดอกหญ้า “ต่าย อรทัย”