รายงานพิเศษ / โชคชัย บุณยะกลัมพ/อาลีบาบา เปิดตัวระบบคลาวด์อัจฉริยะ เทคโนโลยี AI เรียลไทม์ วิเคราะห์ความต้องการลูกค้า

รายงานพิเศษ/โชคชัย บุณยะกลัมพ

https://www.facebook.com/ChokCyberAIEntertainment/

https://www.matichonweekly.com/matichonweekly-special

อาลีบาบา

เปิดตัวระบบคลาวด์อัจฉริยะ

เทคโนโลยี AI เรียลไทม์

วิเคราะห์ความต้องการลูกค้า

 

การเปิดตัว New Manufacturing เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในกลยุทธ์ “Five New” หรือความใหม่ 5 ประการของอาลีบาบา

ที่ผู้ก่อตั้งคือแจ๊ก หม่า เคยประกาศเอาไว้เมื่อปี 2559 ประกอบด้วย New Retail, New Manufacturing, New Finance, New Technology และ New Energy

โดยนายอลัน วู ซีอีโอบริษัท ชุนฉี ดิจิตอล เทคโนโลยี ของอาลีบาบา กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด ได้เปิดตัวโมเดล New Manufacturing หรือระบบการผลิตแบบใหม่

โดยเปิดตัวโรงงานดิจิตอลชุนฉี (Xunxi) ตั้งอยู่ในเมืองหังโจว ที่ใช้โครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลคลาวด์และอินเตอร์เน็ตออฟธิงก์ (IoT) ของอาลีบาบา

ซึ่งมีระบบซัพพลายเชนในกระบวนการผลิตที่เป็นดิจิตอล ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนตามปริมาณการผลิตได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยไม่มีข้อจำกัดในด้านปริมาณ

ทำให้ธุรกิจและผู้ผลิตโดยเฉพาะผู้ผลิตรายย่อยสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปได้ดีและเร็วขึ้น

รวมทั้งคว้าโอกาสในตลาดการผลิตของจีนที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงไปสู่ดิจิตอล ด้วยมูลค่าตลาดมากกว่า 30 ล้านล้านหยวน (มากกว่า 4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 124 ล้านล้านบาท)

“ดาต้า หรือข้อมูล ถือเป็นหัวใจสำคัญของ New Manufacturing เพราะความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปเร็วมากขึ้น และมองหาสินค้าเฉพาะบุคคล มากกว่าสินค้าที่ผลิตครั้งละมากๆ อย่างในอดีต โมเดล New Manufacturing จะช่วยเหลือผู้ผลิตแบบดั้งเดิมให้สามารถใช้โมเดลการผลิตที่ยืดหยุ่นตามความต้องการซื้อได้แบบเรียลไทม์ โดยใช้เทคโนโลยีและระบบอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนโดยข้อมูล ทำให้ผู้ผลิตแบบดั้งเดิมสามารถทำกำไรและบริหารจัดการจำนวนสินค้าคงคลังได้ดีขึ้น ในขณะเดียวกันก็ตอบสนองความต้องการแบบเฉพาะบุคคลของผู้บริโภคได้”

นายอลัน วู กล่าว

 

ในระยะแรกสินค้าที่จะผลิตที่ชุนฉีคือเครื่องแต่งกาย ถือเป็นตลาดที่มีสายการผลิตยาวและมีการสต๊อกสินค้าสูง ซึ่งเป็นปัญหาที่มีมายาวนานสำหรับผู้ผลิตทั้งรายเล็กและรายใหญ่

การนำเทคโนโลยีใหม่แบบเรียลไทม์มาใช้ ทั้งด้านการหาวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การวางแผนค่าใช้จ่าย โลจิสติกส์อัตโนมัติแบบอินเฮาส์ และระบบปฏิบัติการของชุนฉีจะทำให้โรงงานต่างๆ สามารถผลิตสินค้าตามคำสั่งซื้อจำนวนไม่มากได้ ด้วยต้นทุนที่สมเหตุสมผลและส่งมอบสินค้าได้เร็วขึ้น

จึงเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้ตั้งแต่ 25% จนถึง 55% โดยเฉลี่ย

โรงงานแห่งนี้ยังใช้โมเดลการวิเคราะห์เทรนด์และยอดขาย ควบคู่ไปกับแพลตฟอร์มการออกแบบสินค้าที่นำปัญญาประดิษฐ์ของตนเองเข้ามาใช้

ทำให้ผู้ผลิตมีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความนิยมของลูกค้า

ระบบข้อมูลที่ดีขึ้นนี้สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนา และทำให้ธุรกิจสามารถพัฒนาสินค้าเฉพาะบุคคลให้กับลูกค้า ไม่ให้พลาดโอกาสที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วได้

 

นายอลัน วู กล่าวว่า เครื่องแต่งกายถือเป็นหนึ่งในประเภทสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในตลาดซื้อขายของอาลีบาบาในจีน

ดังนั้น อาลีบาบาจึงมีข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคที่นำมาสร้างความได้เปรียบในโมเดลนี้ได้อย่างมาก

ในอดีตสินค้าที่ผลิตเกินความต้องการทำให้ผู้ผลิตเครื่องแต่งกายเกิดค่าใช้จ่ายขึ้น 30% โดยเฉลี่ยทั้งอุตสาหกรรม

การนำโมเดลนำร่องชุนฉีมาใช้ ถือเป็นหนึ่งในความมุ่งมั่นที่จะทำให้ทุกคนสามารถทำธุรกิจได้จากทุกที่

การยกระดับการผลิต made-in-cloud จะช่วยให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสามารถแข่งขันได้ในตลาดเสื้อผ้าแฟชั่นที่ก้าวไปอย่างรวดเร็ว

นายอลัน วู กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา สภาเศรษฐกิจโลก หรือ World Economic Forum ได้แต่งตั้งให้โรงงานดิจิตอลชุนฉีเป็นหนึ่งใน Lighthouse ภายใต้เครือข่าย Global Lighthouse Network ซึ่งเป็นชุมชนของบริษัทชั้นนำระดับโลกที่ประสบความสำเร็จในการนำเทคโนโลยี Fourth Industrial Revolution มาใช้ในการผลิตได้จริง

การแต่งตั้งดังกล่าวแสดงถึงการยอมรับในความสำเร็จของชุนฉีในการผสานเทคโนโลยีดิจิตอลที่ทรงพลังเข้ากับข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค และนำโมเดล New Manufacturing แบบดิจิตอลเต็มรูปแบบมาใช้ได้จริง

การเปิดตัวชุนฉีเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เกิดการระบาดของโควิด-19 อุตสาหกรรมต่างๆ ต้องเร่งปรับตัวไปสู่ดิจิตอล

ในอนาคตโรงงานดิจิตอลชุนฉีจะช่วยเหลือลูกค้าที่เป็นผู้ผลิตเครื่องแต่งกายในการลดจำนวนสินค้าคงคลัง

ขณะเดียวกันจะเดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่น

ในอนาคตโครงการนี้จะขยายการนำเทคโนโลยีไปใช้ในการผลิตสินค้าอื่นๆ นอกเหนือจากแฟชั่นและเครื่องแต่งกาย

โดยอลัน วู กล่าวว่า “เราหวังว่าจะได้เรียนรู้และทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมอุตสาหกรรม เพื่อสร้างอีโคซิสเท็มของ New Manufacturing ร่วมกัน

 

ข้อมูลสังเขประบบคลาวด์

คลาวด์เป็นชุดเซิร์ฟเวอร์และกลุ่มเซิร์ฟเวอร์ศูนย์ข้อมูลที่กระจายอยู่ทั่วโลกที่เราสามารถเก็บข้อมูลได้ทุกประเภท ทุกขนาด และทุกภาคอุตสาหกรรม

ระบบคลาวด์สามารถใช้งานที่หลากหลาย เช่น การสำรองข้อมูล, การกู้คืนข้อมูลหลังภัยพิบัติ, อีเมล, เดสก์ท็อปแบบเสมือน, การพัฒนาและการทดสอบซอฟต์แวร์, การวิเคราะห์ Big Data และการปรับใช้เว็บไซต์สำหรับลูกค้า

เช่น บริษัทด้านการดูแลสุขภาพใช้ระบบคลาวด์เพื่อพัฒนาการรักษาที่ปรับแต่งสำหรับผู้ป่วย

บริษัทบริการทางการเงินใช้ระบบคลาวด์เพื่อขับเคลื่อนการตรวจจับและการป้องกันการฉ้อโกงแบบเรียลไทม์

และผู้ผลิตวิดีโอเกมใช้ระบบคลาวด์เพื่อส่งเกมออนไลน์ไปยังผู้เล่นทั่วโลกนับล้านคน

ด้วยระบบคลาวด์จะช่วยให้เราเข้าถึงความหลากหลายของเทคโนโลยี ซึ่งช่วยให้คุณสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมได้รวดเร็วยิ่งขึ้นและสร้างงานได้แทบทุกอย่างตามจินตนาการ

คุณสามารถหมุนเวียนทรัพยากรจากบริการโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การประมวลผล พื้นที่จัดเก็บ และฐานข้อมูล ไปยังอินเตอร์เน็ตในทุกสิ่ง, Machine Learning, Data Lake รวมถึงการวิเคราะห์ และอีกมากมายได้รวดเร็วอย่างที่เราต้องการ

ประโยชน์ของการประมวลผลระบบคลาวด์นั้นเหนือกว่าบทบาทในฐานะโซลูชั่นพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่ใช้งานง่าย การประมวลผลระบบคลาวด์ได้กลายเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการเพิ่มประสิทธิผล ประสิทธิภาพ การเติบโต และการจัดระเบียบสถานที่ทำงานที่ทันสมัย ประโยชน์หลักบางส่วนของการประมวลผลระบบคลาวด์สำหรับธุรกิจ

ดังนั้น นอกเหนือจากประโยชน์ในธุรกิจและสำนักงาน เรายังมีวิธีอีกมากมายที่จะได้รับประโยชน์จากการใช้โซลูชั่นคลาวด์ที่บ้าน

เราสามารถประหยัดพื้นที่จัดเก็บบนคลาวด์ โดยเมื่อไฟล์ส่วนใหญ่ได้รับการบันทึกไว้บนคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ตโฟนของเราจนไม่มีที่ว่างเหลืออยู่บนอุปกรณ์นั้นๆ

เราอาจใช้ฮาร์ดไดรฟ์ภายนอกได้ แต่หากพื้นที่เต็มแล้วเราต้องซื้อต่อไปเรื่อยๆ ทำให้ยากต่อการค้นหาเอกสารเก่าๆ ที่เราต้องการค้นหาด่วน และมันเป็นเรื่องยากมากต่อการสืบค้น

หากเรามีการบันทึกไฟล์ทั้งหมดของเราไว้ในพื้นที่ระบบคลาวด์ที่เดียวในพื้นที่ส่วนตัวของเรา จะช่วยให้จัดระเบียบและควบคุมทุกอย่างไปพร้อมกับช่วยให้ประหยัดเงินในการซื้อฮาร์ดแวร์ได้

และยังช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของอุปกรณ์เมื่อย้ายไฟล์จำนวนมากไปยังคลาวด์อีกด้วย

 

การแบ่งระบบคลาวด์จะแบ่งเป็นทั้งคลาวด์สาธารณะ คลาวด์ส่วนตัว คลาวด์แบบไฮบริด และมัลติคลาวด์

คลาวด์ส่วนตัวนั้นมีไว้ให้กับลูกค้าเพียงคนเดียว โดยเซิร์ฟเวอร์ที่โฮสต์ข้อมูลจะเป็นของเราแต่เพียงผู้เดียว

บางคนอาจเลือกที่จะใช้คลาวด์ส่วนตัวเพื่อเพิ่มความปลอดภัยขึ้นอีก ในขณะที่บางคนอาจต้องใช้คลาวด์ส่วนตัวเพื่อประสิทธิภาพในการทำงาน เนื่องจากเซิร์ฟเวอร์ที่โฮสต์ข้อมูลของเราจะไม่ถูกแบ่งให้กับลูกค้าหลายๆ ราย จึงสามารถทุ่มพลังการประมวลผลทั้งหมดตามความต้องการของเราได้

คลาวด์ส่วนตัวยังให้ลูกค้าควบคุมวิธีจัดการ รักษาความปลอดภัย และสำรองข้อมูลเซิร์ฟเวอร์ได้อย่างสมบูรณ์ ไม่เหมือนกับคลาวด์สาธารณะ แม้ว่าคนส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะใช้คลาวด์สาธารณะ แต่คลาวด์ส่วนตัวเหมาะกับผู้ที่จัดการข้อมูลขนาดใหญ่ในระดับเพตะไบต์อย่างแน่นอน

คลาวด์แบบไฮบริดใช้ประโยชน์จากทั้งเซิร์ฟเวอร์ภายในและเซิร์ฟเวอร์คลาวด์สาธารณะ ดังนั้น จึงสามารถเก็บเอกสารที่มีขนาดใหญ่กว่าหรือมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าไว้ในคลาวด์ส่วนตัว แต่เก็บอย่างอื่นไว้บนคลาวด์สาธารณะได้

มัลติคลาวด์คือเวลาที่ธุรกิจใช้ประโยชน์จากคลาวด์สาธารณะที่หลากหลาย ซึ่งแตกต่างจากการใช้คลาวด์ส่วนตัวและคลาวด์สาธารณะร่วมกันอย่างแบบไฮบริด กรณีนี้มักเกิดขึ้นเนื่องจากผู้ให้การบริการคลาวด์ต่างๆ จะเสนอบริการที่แตกต่างกัน โดยที่ธุรกิจหนึ่งอาจต้องการบริการทั้งหมด

 

#อาลีบาบา

 

บทความก่อนหน้านี้การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์ : ทวีปที่สาบสูญ ยิ่งระลึกหน้าชายเมื่อบ่ายยาม
บทความถัดไป“ดร.หญิง” ประณามการคุกคามเสรีภาพสื่อ-พรรคการเมืองในการเผยแพร่ข่าวสาร