หลังเลนส์ในดงลึก / ปริญญากร วรวรรณ/ ‘ธรรมดา’

ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ
เหยี่ยวต่างสี - เหยี่ยวต่างสีตัวนี้ทำท่าขู่นกยูงไม่ให้เข้ามายุ่งกับเหยื่อของมัน

หลังเลนส์ในดงลึก/ปริญญากร วรวรรณ

‘ธรรมดา’

 

กลางฤดูฝน ป่าห้วยขาแข้ง

ในภารกิจการทำหนังสือ “50 ปีห้วยขาแข้ง” ซึ่งเป็นเรื่องราวความเป็นมาของผืนป่าแห่งนี้ ตั้งแต่ยุคแรก กระทั่งถึงยุคหลังการจากไปของสืบ นาคะเสถียร เมื่อ 30 ปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน

ทุกวัน ผมเฝ้ารออยู่ที่แหล่งอาหารขนาดใหญ่ของสัตว์ป่าแห่งหนึ่ง

ที่นี่มีทั้งน้ำอันมีแร่ธาตุและหญ้า เป็นที่กว้างโล่ง กว้างกว่าสนามฟุตบอล ล้อมรอบด้วยต้นไม้ป่าดิบเชิงเขาแน่นทึบ มีเส้นทางเล็กๆ หรือที่เราเรียกว่า ด่าน หลายเส้นตัดลงมาที่นี่ ทุกด่านมีร่องรอยการใช้ประจำ

ด่านหลัก เส้นใหญ่ ค่อนข้างกว้างโล่ง สัญจรได้สบาย เพราะที่นี่มีผู้บุกเบิก รวมทั้งบำรุงรักษาเส้นทาง ซึ่งทำหน้าที่ได้ดี คือ ช้าง และกระทิง

ว่าไปแล้ว สำหรับคนที่มาจากป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ที่เป็นป่าเพื่อนบ้านป่าขาแข้ง สิ่งหนึ่งที่เราจะได้เห็นคือ เส้นทางที่นี่ค่อนข้างสะดวกสบาย ทั้งเส้นทางของสัตว์ป่า และของคน

ทางสัญจรระหว่างสำนักงานเขต กับหน่วยพิทักษ์ป่าต่างๆ โครงสร้างดินส่วนใหญ่เป็นดินลูกรัง และอยู่ในพื้นที่อันเป็น “เงาฝน” ทำให้มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยทั้งปีไม่มากเท่าป่าทุ่งใหญ่นเรศวร

ที่นั่นพื้นดินส่วนใหญ่โครงสร้างเป็นดินเหนียว ทั้งปีมีปริมาณน้ำฝนมาก

เส้นทางจึงเต็มไปด้วยร่องลึก หล่ม ลื่นไถลบนเนินชัน

รวมทั้งป่าทุ่งใหญ่ด้านตะวันตก ที่ไม่มีประชากรช้างอาศัยอยู่ประจำ มีบ้างเดินทางในช่วงฤดูฝนเป็นกลุ่มเล็กๆ ป่าทุ่งใหญ่จึงไม่มีผู้ทำเส้นทางดีๆ พวกกระทิงนั้น ทำได้แต่ไม่ดีนัก อีกทั้งพื้นที่แฉะๆ ที่กระทิงย่ำไว้ เมื่อดินแห้ง กลายเป็นหลุมขรุขระอีก

“เทียบกัน ป่าขาแข้งน่ะ ทางหลวงจังหวัดดีๆ นี่เอง ทั้งทางสัตว์ ทางคน” คนทุ่งใหญ่มีความเห็นเหมือนกันเช่นนี้…

 

ริมโป่งใหญ่ ซุ้มบังไพรตั้งในทิศทางที่อยู่ใต้ลม และไม่ใกล้เกินไปสำหรับผม นี่คือการ “ขออนุญาต” และเหล่าสัตว์ป่าก็ยอมให้พบ และได้เห็นความเป็นไป

เก้ง, กวาง, หมูป่า, นกมูม, นกเขาเขียว, นกเขาเปล้า คือสมาชิกประจำ ช้างวนมาสัปดาห์ละครั้ง ในฝูงมีลูกเล็กๆ ที่แม่และพี่เลี้ยงดูแลใกล้ชิด

ฝูงกระทิงมาบ้าง แต่ส่วนใหญ่ยังเพลิดเพลินกับหน่อไม้ในป่าไผ่

สมเสร็จมาและอยู่ตั้งแต่บ่ายจนพลบค่ำ

ต้นเดือน หมาไนฝูงหนึ่งไล่กวางแม่และลูกที่โตเกือบเต็มวัย พวกมันแยกลูกออกมาและล้มลงได้ แม่กวางกระทืบตีนเดินเข้ามาดูร่างไร้ชีวิตของลูกอย่างยอมรับชะตากรรม

นกยูงเดินผ่านฝูงหมาไนที่กำลังกินซากอย่างไม่สนใจ

พวกมันสอนให้ผมเห็นความจริงว่า เกิดขึ้น คงอยู่ และดับสิ้นไป

 

สุดสัปดาห์หนึ่ง เราออกไปซื้อเสบียง

เป็นวันสุดสัปดาห์ที่ค่อนข้างคึกคัก คนทำงานในป่าคล้ายมาพบกันโดยไม่ได้นัดหมาย

ทั้งทีมศึกษานิเวศวิทยาของนกเงือก ทีมศึกษานิเวศวิทยาของเสือโคร่ง และทีมภาคสนาม สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า

ผมพบผู้ชายหน้ารกครึ้มด้วยหนวดเครา เขามีฉายาหมีน้อย หนึ่งในเจ้าหน้าที่โครงการศึกษานกเงือก

ส่วนสิทธิชัยมาฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ป่าห้วยขาแข้ง และทุ่งใหญ่

“เราพัฒนาโปรแกรมใหม่ครับ” สิทธิชัยบอก

“จะให้ชุดลาดตระเวนลงข้อมูลในจีพีเอสเลยไม่ต้องกรอกข้อมูล ลงกระดาษแล้ว อีกหน่อยปรับปรุงเรื่องสัญญาณเน็ตได้ ทุกหน่วยพิทักษ์ป่าก็ส่งข้อมูลมาที่เขตได้เลย” เขาพูดต่อ

ข้อมูล ปัจจัยคุกคามต่างๆ ช่วยให้หัวหน้าเขตส่งคนเข้าไปตรวจสอบในบริเวณที่พบปัญหาได้อย่างรวดเร็ว

 

“ฟังพี่แจ๊กสอนไม่ทันเลยครับ”

อุไร หัวหน้าทีมม้าศึกจากป่าทุ่งใหญ่ตะวันออก แอบบ่นกับผม

“อุไรน่ะเหรอ ฟังไม่ทัน เวลาสอบได้ที่หนึ่งตลอด” แจ๊ก หรือสิทธิชัย พูดเมื่อผมบอกเขา

อุไร ชายหนุ่มเชื้อชาติกะเหรี่ยง สัญชาติไทย มาร่วมอบรมทักษะใหม่ๆ เพื่อกลับไปทำงานใน “บ้าน” ของพวกเขา

ปีที่ผ่านมา เขานำชุดม้าศึกเดินลาดตระเวนร่วม 2,000 กิโลเมตร…

 

ผมพบกับหญิงสาวและชายหนุ่มหลายคน เราพูดคุย ผมตอบคำถามหลายคำถาม พวกเขากระตือรือร้นกับการทำความรู้จักสัตว์ป่า

ชายหนุ่มคนหนึ่งถามผมว่า “ในฐานะคนธรรมดาๆ คนหนึ่งใช้ชีวิตอยู่ในเมือง เช้าไปทำงาน เย็นกลับคอนโดฯ จะเริ่มช่วยสัตว์ป่าได้อย่างไร”

“เริ่มจากการไม่ซื้อ ไม่กิน ไม่เลี้ยงสัตว์ป่า หรือสัตว์แปลกๆ ครับ” ผมตอบอย่างที่ทุกคนพูดๆ กันเสมอ

“ทุกคนไม่ต้องเข้าป่าก็ได้ ช่วยได้ตามความถนัด ที่ดีที่สุดคือ ช่วยพวกมืออาชีพทำงาน เช่น นกเงือกมีอาชีพปลูกป่า เราก็ช่วยนกเงือกโดยผ่านคนที่ทำงานกับนกเงือก คนที่ทำงานปกป้องดูแลสัตว์ป่า และแหล่งอาศัยของพวกมัน เราก็ช่วยสนับสนุน ให้เกียรติ เคารพในงานที่พวกเขาทำ”

“เราควรพยายามทำความเข้าใจว่า ชีวิตในป่าทุกชีวิต มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยง ถ้าสัตว์ตัวหนึ่งหายไป มีผลกับสัตว์ตัวอื่นอย่างไร” ผมพูดต่อ

“เริ่มจากตัวเราเอง เริ่มจากการยอมรับ เคารพสิทธิ์ของสัตว์ป่า ในการอยู่บนโลกใบนี้”

“เริ่มจากชีวิต ‘ธรรมดาๆ’ ของเรานี่แหละครับ”

 

ฝนหยุดตกตั้งแต่บ่าย

ระหว่างทางขณะขับรถกลับเข้าป่า ผมนึกถึงเรื่องที่คุยกับชายหนุ่มผู้นั้น

ท้องฟ้าคืนข้างแรม ดาวส่องประกายระยิบเช่นนี้

พรุ่งนี้แสงอบอุ่นของดวงอาทิตย์จะปรากฏให้เห็น…

 

 

บทความก่อนหน้านี้ม.รังสิตมาแล้ว! สโมสรนศ.นิติ-รัฐศาสตร์ ร่วมเคียงข้างประชาชน ประณามการใช้กำลังสลายชุมนุมเกินเหตุ
บทความถัดไปมูลนิธิคุณ-ก้อง สหรัถ รณรงค์ชวนคนไทยหันมาปั่นจักรยานลดปัญหา PM2.5 ในงาน “Yes, We Can! เริ่มที่คุณ”