รายงานพิเศษ / โชคชัย บุณยะกลัมพ/Robotics Vision 60 จักรกลสุนัข พร้อมรบในสงครามยุคใหม่

รายงานพิเศษ/โชคชัย บุณยะกลัมพ

https://www.facebook.com/ChokCyberAIEntertainment/

Robotics Vision 60

จักรกลสุนัข

พร้อมรบในสงครามยุคใหม่

 

พัฒนาการการใช้ปัญญาประดิษฐ์มีอิทธิพลแทบทุกวงการ

รวมถึงเริ่มจะส่งผลกระทบอย่างสูงต่อการสงครามในอนาคต

กำลังทางทหารแบบเดิม เช่น กำลังพล จำนวนรถถัง จำนวนเครื่องรบชนิดต่างๆ เหล่านี้อาจไม่พอเพียงต่อการรบ ล้าสมัยไป ประเด็นสำคัญที่จะเปลี่ยนไปคือ ใครจะชนะต้องพึ่งหรือมีเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มากกว่า

สงครามในยุคปัญญาประดิษฐ์เพิ่มอำนาจการทำลายล้าง มีอันตรายที่คาดไม่ถึงมากกว่าอาวุธเดิมๆ

ปัญญาประดิษฐ์ได้ก่อแนวโน้มการใช้เครื่องจักรฉลาดหรือหุ่นยนต์ทหารในการรบแทนทหารมนุษย์และกองกำลังต่างๆ จนกระทั่งกลายเป็นกำลังหลัก

หุ่นยนต์ทหารมีประสิทธิภาพมากกว่า จากความแข็งแกร่ง อดทน ความแม่นยำ ความหลากหลาย และอื่นๆ

ตลอดจนสามารถลดกำลังทหารมนุษย์ลงได้

หุ่นยนต์ทหารยังมีราคาถูกกว่า ทั้งในการสร้าง การฝึกยุทธวิธี การใช้งานและการบำรุงรักษา

ทหารมนุษย์หากได้รับบาดเจ็บ ทุพพลภาพ ก็ต้องเยียวยารักษาไปตลอดชีวิต

 

ก่อนหน้านี้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในด้านจริยธรรมและอันตรายอันเกิดจากการสร้างเครื่องจักรที่ชาญฉลาดให้สามารถตัดสินใจสังหารมนุษย์ได้ จากตัวแทนองค์กรระหว่างประเทศ 76 หน่วยงาน จาก 32 ประเทศทั่วโลก ได้ร่วมเสนอในการประชุมของสหประชาชาติ ณ กรุงเจนีวา โดยได้เรียกร้องให้มีการป้องกันหุ่นยนต์สังหาร AI หรือ “หุ่นยนต์สังหาร” หรือ Killer Robots ที่อาจก่อให้เกิดภัยคุกคามร้ายแรงต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน

โดยขอให้ UN หรือองค์การสหประชาชาติยกร่างกฎหมายหรือสนธิสัญญาระหว่างประเทศเพื่อควบคุมการผลิตและใช้งาน “หุ่นยนต์สังหาร” หรือ Killer Robots ซึ่งเป็นหุ่นยนต์รบในสงคราม

ด้วยเพราะมันเลือกวิธีกำจัดเป้าหมายด้วยตัวมันเองอย่างอิสระ จะไม่ผ่านการควบคุมใดๆ ของมนุษย์เลย

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้กลุ่มรณรงค์สิทธิมนุษยชนได้เรียกร้องให้ห้ามการพัฒนาหุ่นยนต์

แต่ท้ายที่สุดแล้วชาติมหาอำนาจต่างๆ ก็ยังแข่งขันกันพัฒนาและใช้ทหารหุ่นยนต์และโดรนกันอย่างเต็มที่ไม่ยอมแพ้กัน

ทำให้รูปแบบการสงครามในอนาคตอาจมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่นำเทคโนโลยีขั้นสูงพร้อมอาวุธไฮเทคมาใช้ดำเนินการยุทธศาสตร์-ยุทธวิธีการรบ

หลายประเทศได้นำงบประมาณทางทหารมาพัฒนาความเป็นอัจฉริยะทางด้าน AI เพื่อประโยชน์ของทุกวงการที่ไม่จำกัดเฉพาะด้านความมั่นคงเท่านั้น

 

เมื่อต้นเดือนกันยายน 2020 ที่ผ่านมา กองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาได้นำหุ่นยนต์ Ghost Robotics Vision 60 ออกลาดตระเวนปฏิบัติการร่วมระหว่างทหารที่เป็นมนุษย์และหุ่นยนต์ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการรบสงครามยุคใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพความมั่นใจในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทหาร

การทดสอบมีด้วยกันหลายรูปแบบ ระหว่างการฝึกระบบการรบที่ฐานทัพอากาศ Nellis รัฐ Nevada

ในการฝึกซ้อมครั้งนี้เป็นการทดลองทางเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อการรองรับสงครามที่อาจเปลี่ยนรูปแบบในอนาคต

เช่น Ghost Robotics Vision 60 เป็นจักรกลสุนัข ที่มีความสามารถในการวิ่งลาดตระเวน สืบเสาะข้อมูล การลาดตระเวนร่วมระหว่างมนุษย์กับหุ่นยนต์ การใช้หุ่นยนต์ทำแผนที่ ใช้ตรวจสอบวัตถุแปลกปลอมบริเวณฐานทัพอากาศ และทำให้เห็นภาพรวมของพื้นที่ในสงครามมากขึ้น

หุ่นยนต์สุนัข Vision 60 มีลักษณะคล้ายสุนัขมีขา 4 ข้างเคลื่อนที่ได้ด้วยความคล่องตัวสูง มีความรวดเร็วมากกว่าหุ่นยนต์ที่เคลื่อนที่ด้วยล้อในทุกสภาพพื้นผิวแตกต่างกัน

โดยใช้ระบบนำทางอัตโนมัติ UGV ติดตั้งระบบการทรงตัวมีประสิทธิภาพสูง แม้จะโดนผลักหรือทุบตีก็ไม่สามารถทำให้หุ่นยนต์ Vision 60 ล้มได้ง่ายๆ

ติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวหรืออุปกรณ์เสริมอื่นๆ

ส่วนการบำรุงรักษาหุ่นยนต์สามารถทำได้ง่ายไม่ซับซ้อนในสภาพพื้นที่การสู้รบ

 

ทั้งนี้ จุดเริ่มต้นของพัฒนาการ AI ของกองทัพสหรัฐอเมริกามาจากประกาศการลงทุนมูลค่า 72 ล้านเหรียญ (ประมาณ 2,288 ล้านบาทไทย) ในโครงการวิจัยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ระยะเวลา 5 ปี เพื่อเพิ่มความพร้อมให้กับทหารในช่วงศึกสงคราม เมื่อต้นปี 2562

เป็นความร่วมมือของ Combat Capabilities Development Command Army Research Laboratory (ARL) ซึ่งเป็นห้องแล็บของกองทัพสหรัฐที่ได้ประกาศถึงโครงการความร่วมมือระหว่างหลายสถาบันการศึกษา นำโดย Carnegie Mellon University และแล็บของกองทัพในการเร่งวิจัยและพัฒนาอัลกอริธึ่มขั้นสูง เทคโนโลยีอัตโนมัติ และปัญญาประดิษฐ์ เพื่อเพิ่มความมั่นคงและขีดความสามารถในการป้องกันตัวเองของสหรัฐ

เป็นที่เชื่อกันว่า ขีดความสามารถด้าน AI ของกองทัพ จะเป็นปัจจัยที่สามารถชี้ถึงความได้เปรียบเสียเปรียบในการศึกสงครามในอนาคต

Andrew Ladas หัวหน้า Army Artificial Intelligence Innovation Institute (A2I2) ของ ARL เชื่อว่าสงครามในอนาคตนั้นจะซับซ้อนและมีกลยุทธ์ในรูปแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน อาจประกอบไปด้วยสิ่งรบกวน (Noise) และกลวิธีต่างๆ เพื่อปั่นป่วนและหลอกล่อการทำงานของ AI ผ่านการมีขีดความสามารถด้าน AI ที่มากขึ้น

รวมไปถึงการคิดค้นวิธีการที่แตกต่างและทรงประสิทธิภาพในการนำ AI ไปใช้ร่วมกับความรู้และความฉลาดของทหาร

 

การทดสอบหุ่นยนต์สุนัข Vision 60 ในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งการฝึกซ้อมระบบจัดการรบขั้นสูง (ABMS) เพื่อเตรียมความพร้อมรบในสงครามยุคใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีและระบบการต่อสู้ป้องกันผ่านทางเครือข่ายดิจิตอล โดยมีหน่วยงานต่างๆ ของรัฐบาลสหรัฐกว่า 65 แห่งเข้าร่วมการฝึก รวมไปถึงบริษัทเอกชนด้านเทคโนโลยีอาวุธที่เป็นพันธมิตรกับกองทัพสหรัฐอเมริกาอีกประมาณ 70 แห่ง การฝึกซ้อมกระจายไปตามสถานที่ต่างๆ 30 แห่งตามลักษณะของภารกิจ

รูปแบบการสู้รบในสงครามและการรักษาความปลอดภัยจากการก่อการร้ายในอนาคตจะมีการนำหุ่นยนต์เข้ามาใช้งานมากขึ้นเพื่อเสริมประสิทธิภาพและลดการสูญเสียชีวิตของทหารที่เป็นมนุษย์

หุ่นยนต์มีข้อดีหลายอย่างที่มนุษย์ไม่สามารถทำได้ เช่น การเคลื่อนที่เข้าสู่พื้นที่อันตรายหรือพื้นที่การสู้รบ แม้หุ่นยนต์จะถูกทำลายก็สามารถสร้างขึ้นใหม่ทดแทนได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ชีวิตของทหารที่เป็นมนุษย์ไม่มีอะไรสามารถทดแทนได้

นับจากนี้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์จะพลิกโฉมการสงครามในอนาคต

AI ของกองทัพนั้นจะเป็นปัจจัยที่สามารถชี้ถึงความได้เปรียบเสียเปรียบ จะซับซ้อนและมีกลยุทธ์ในรูปแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนอย่างแน่นอน

บทความก่อนหน้านี้จดหมาย/ฉบับประจำวันที่2-8 ตุลาคม 2563
บทความถัดไปซินแสเข่ง ชี้ดวง อาคม ว่าที่ขุนคลังคู่ใจ เสริมบารมีนายกฯ มีโอกาสสำเร็จสูง