ผ่าปม ส.ต.ต.ทอมปืนโหด บุกยิงแฟนเก่าดับคาวัด อ้างเลิกกัน-ถูกทวงของ ผวาเจ้านายสั่งสอบวินัย

เป็นคดีสุดอุกอาจที่คนร้ายลงมืออย่างโหดเหี้ยมสำหรับคดีบุกล็อกคอยิงแม่ค้าออนไลน์

แถมยังเป็นการลงมือกันภายในวัด ช่วงที่เหยื่อสาวเพิ่งตักบาตรเสร็จพอดี

เป็นการลงมือที่นอกจากไม่เกรงกลัวกฎหมายแล้ว ยังไม่ละอายต่อบาปบุญใดๆ ทั้งสิ้น

และเมื่อทราบตัวผู้ก่อเหตุก็ต้องช็อกซ้ำสอง เมื่อคนร้ายก็คือสาวทอมแฟนเก่าที่เคยคบหากับผู้ตาย ซ้ำยังเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกด้วย

การฝึกฝนอบรมให้ดูแลและพิทักษ์สันติราษฎร์ ดูจะไม่เป็นผล กลับกลายเป็นฆาตกรที่ลงมือได้แม้แต่ในวัด

ก่อนรับสารภาพถึงสาเหตุที่ทำลงไป เพราะหลังจากเลิกราถูกทวงคืนทรัพย์สิน แถมนำเรื่องไปฟ้องผู้บังคับบัญชา จนถูกสอบวินัย

เลยเลือกทางเดินฆาตกร และถูกดำเนินคดีอาญาแทน


เปิดนาทียิงแม่ค้าดับในวัด

เหตุสยองครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเช้าตรู่ของวันที่ 21 ก.ย. โดยพ.ต.อ.ลือศักดิ์ ดำเนินสวัสดิ์ ผกก.สน.ภาษีเจริญ รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเสียชีวิต เหตุเกิดภายในวัดนิมมานรดี ถนนบางแค 1 แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กทม. จึงนำกำลังรุดตรวจที่เกิดเหตุ พร้อมแพทย์นิติเวช ร.พ.ศิริราช และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณลานจอดรถหน้าพระอุโบสถ พบศพน.ส.ลินลดา พัฒนพันธ์ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111/12 ม.3 ซอยเพชรเกษม 41 แขวงและเขตบางแค กรุงเทพฯ นอนหงายจมกองเลือดข้างรถยนต์มินิคูเปอร์ สีขาว ทะเบียน ญผ 5288 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นของผู้ตายเอง

สภาพสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว นุ่งกางเกงวอร์มขายาวสีดำ พบบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนเข้าศีรษะด้านหลัง 3-4 นัด มีตะกร้าข้าวของที่ใช้ใส่บาตร ปลอกกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. 4 ปลอก และหัวกระสุนปืนขนาดเดียวกัน 1 นัด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

โดย น.ส.มณีรัตน์ ศรีธรราษฎร์ อายุ 52 ปี แม่บ้านของผู้ตาย ที่เดินทางมาใส่บาตรด้วยกัน ให้การว่า ผู้ตายมีอาชีพค้าขายกระเป๋าและเสื้อผ้าออนไลน์ ออกจากบ้านพักมาช่วงเช้ามืดเพื่อมาใส่บาตรที่วัด จังหวะที่มาถึงสังเกตเห็นรถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งสีดำ ไม่ทราบทะเบียน จอดติดเครื่องรออยู่ข้างรถผู้เสียชีวิตอยู่แล้ว

กระทั่งใส่บาตรกันเสร็จระหว่างกำลังจะเก็บของกลับขึ้นรถ ปรากฏมีคนร้ายลักษณะคล้ายทอมบอย 1 คน อายุประมาณ 35-40 ปี สวมเสื้อแขนยาวสีทึบ สวมหมวกแก๊ปอำพรางใบหน้า เดินลงมาจากรถ 7 ที่นั่ง ปรี่มาจับมือผู้เสียชีวิตและล็อกคอจากด้านหลังยิงใส่ 4 นัด ก่อนจะขึ้นรถเร่งเครื่องหลบหนีไป

เจ้าหน้าที่ส่งศพให้แพทย์ ร.พ.ศิริราช ผ่าชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมเชิญน.ส.มณีรัตน์ไปสอบปากคำที่สน.ภาษีเจริญ และประสานญาติพี่น้องของผู้ตายเข้าให้ปากคำหาสาเหตุที่แท้จริง รวมถึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดรอบจุดที่เกิดเหตุหาเบาะแสตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี

ขณะที่ภาพวงจรปิดจับภาพชัดเจนเห็นคนร้ายจอดรถติดเครื่องยนต์ในลักษณะเตรียมพร้อมออกตัว เมื่อน.ส.ลินลดาใส่บาตรเสร็จ เดินมาที่รถคนร้ายก็ลงจากรถที่จอดอยู่ล็อกคอยิง จนเสียชีวิต ก่อนขึ้นรถขับออกไปอย่างเยือกเย็น ซึ่งคาดว่าคนร้ายต้องรู้จักผู้ตายเป็นอย่างดี รู้ว่าใครรถคันไหน ถึงมาดักรอได้อย่างถูกต้อง

จึงเร่งขยายผลจากบุคคลใกล้ชิด หนีไม่รอดแน่นอน!??

ตร.ทอมปืนโหดมอบตัว

ขณะที่พ.ต.อ.ลือศักดิ์ ดำเนินสวัสดิ์ ผกก.สน.ภาษีเจริญ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่า เวลา 05.35 น. ผู้ตายกำลังยืนตักอาหารใส่บาตรพระ คนร้ายได้ขับรถ 7 ที่นั่ง สีดำ ไม่ทราบยี่ห้อ รุ่น และทะเบียน มาจอดด้านหลัง

เมื่อพระสวดให้พรเสร็จแล้ว ขณะที่ผู้ตายกำลังเก็บของในเวลา 05.41 น. คนร้ายลักษณะคล้ายทอมบอย 1 คน อายุประมาณ 35-40 ปี สวมเสื้อแขนยาวสีดำทึบ สวมหมวกแก๊ปอำพรางลักษณะใบหน้า ลงรถมายิงจากหลังศีรษะไป 4 นัด กระสุนทะลุหน้าผาก แก้มสองข้าง และหลังกกหู แล้วยิงอีก 1 นัด กระสุนถูกหน้าแข้งขวา จากนั้นขับรถหนีไปอย่างรวดเร็ว

จากการสืบสวนอย่างเข้มข้น ไม่นานก็รู้ตัวว่าที่แท้มือปืนโหดคนนี้ก็คือ ส.ต.ต.หญิง สิริวรรณ สำเร็จศิลป์ อายุ 37 ปี ผบ.หมู่ ฝ่ายตม.ขาเข้า ด่านตม.สุวรรณภูมิ เดินทางมาพร้อมพ่อแม่ เข้ามอบตัวกับตร.ที่สภ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี พร้อมรถยนต์และปืนของกลาง ยี่ห้อซิกเซาเออร์ รุ่นพี 365 ขนาด 9 ม.ม. เข้ามอบตัว พ.ต.อ.ภัคภณ เล็กท่าไม้ ผกก.สภ.ศรีประจันต์ เมื่อเวลา 10.30 น. ของวันที่ก่อเหตุ

พร้อมให้การว่าหลังจากก่อเหตุได้ขับรถหลบหนีมายังบ้านเกิดในพื้นที่อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ต่อมาพ่อแม่ได้กล่อมให้มอบตัว จึงตัดสินใจมอบตัว

ต่อมาเวลา 15.30 น. พนักงานสอบสวนสน.ภาษีเจริญ รับมอบตัวส.ต.ต.หญิง สิริวรรณ ซึ่งให้การอีกครั้งโดยละเอียดว่า ก่อเหตุยิงน.ส.ลินลดาเสร็จ ก็ขับรถหลบหนีไปยังบ้านเกิด ก่อนที่จะเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ครอบครัวฟัง ครอบครัวจึงพาผู้ก่อเหตุเข้ามอบตัว

ส่วนสาเหตุมาจากความโกรธแค้นส่วนตัว โดยรู้จักและคบหากับผู้ตายมาประมาณ 1 ปี อยู่กินกับผู้ตายที่แฟลตตำรวจ โดยช่วงที่คบกันก็มีปัญหาและมีปากเสียงกันตลอด เนื่องจากตนมักระแวงว่าน.ส.ลินลดาจะมีคนอื่น จนสุดท้ายผู้ตายได้ขอเลิกและทวงสิ่งของที่เคยให้ไปมาคืน

จนเมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ทั้งสองนัดมาเจอกันเพื่อเจรจาคืนทรัพย์สินในวันที่ 22 ก.ย. และข่มขู่จะเอาเรื่องทรัพย์สินไปเปิดเผยให้ผู้บังคับบัญชาระดับสารวัตรรับทราบ หากไม่ยอมคืนทรัพย์สินทั้งหมด

ทำให้ตนกลัวโดนตั้งกรรมการสอบ ก่อนก่อเหตุขับรถสะกดรอยตามน.ส.ลินลดา เพราะคิดว่าน.ส.ลินลดามีคนรักใหม่ โดยรอจนน.ส.ลินลดาตักบาตรเสร็จจึงก่อเหตุดังกล่าว อ้างทำไปเพราะความโมโห

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพราะพฤติกรรมการสะกดรอยตาม และวางแผนลงมือชัดเจน จอดรถเตรียมหนี ใส่เสื้อผ้า หมวกปิดบังใบหน้า ไม่ใช่เรื่องลุแก่โทสะแน่

รวมทั้งความผิดตามข้อหาตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ก่อนควบคุมตัวไว้สอบปากคำเพิ่มเติม และรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง แล้วสรุปสำนวนการสอบสวนมีความเห็นไปยังพนักงานอัยการ สั่งฟ้องในคดีฆาตกรรม

ฝากขัง-ส่งนอนเรือนจำ

หลังจากสอบสวนกันตลอดคืน เช้าวันที่ 22 ก.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ภาษีเจริญ คุมตัว ส.ต.ต.สิริวรรณ ผู้ต้องหาตามคดีอาญาที่ 890/2563 ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน มายื่นคำร้องขอฝากขังที่ศาลอาญาธนบุรี มาขออำนาจศาลอาญาธนบุรี เพื่อฝากขังครั้งแรก

โดยระบุว่าพนักงานสอบสวนยังสอบสวนไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบปากคำพยาน 5 ปาก และรอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหาในประวัติการต้องโทษผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร และความจำเป็นนี้จึงขอฝากขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างการสอบสวน มีกำหนด 12 วัน นับแต่วันที่ 21 ก.ย.-2 ต.ค.

ท้ายคำร้อง พนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวเนื่องจาก ผู้ต้องหาไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง คดีมีอัตราโทษสูง หากได้รับการปล่อยตัว คาดว่าผู้ต้องหาหลบหนีไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือ ก่อเหตุร้ายประการอื่น

และในกรณีที่ผู้ต้องหาไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราวพนักงานสอบสวนมีความประสงค์ขอให้ศาลสอบถามผู้ต้องหาหรือไต่สวนพยานหลักฐานในการออกหมายขังผู้ต้องหา ผ่านระบบการประชุมจอภาพ ในการฝากขังครั้งต่อไปทุกครั้งที่เรือนจำพิเศษธนบุรี

ศาลสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่ค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้ ขณะที่ส.ต.ต.หญิงสิริวรรณยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว

ทั้งนี้ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พฤติการณ์แห่งคดีตามคำร้องขอฝากขัง บ่งชี้ว่าผู้ต้องหาก่อเหตุอย่างอุกอาจ ไม่ยำเกรงกฎหมาย กรณีมีเหตุอันควรเชื่อว่าหากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว อาจก่อเหตุอันตรายประการอื่น หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จึงมีคำสั่งยกคำร้องขอปล่อยชั่วคราวของผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ จึงคุมตัวส่งเรือนจำพิเศษธนบุรีต่อไป

ไม่ต้องโดนสอบวินัย แต่โดนโทษอาญาแทน!?

บทความก่อนหน้านี้แอสเซสไวส์” ร่วมสนับสนุน มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020
บทความถัดไปคนมองหนัง | รู้จัก “โคลอี้ เจา” สตรีจีนคนแรกผู้คว้า “สิงโตทองคำ” หนึ่งในผู้กำกับฯ ใหม่ของ “จักรวาลมาร์เวล”