แมลงวันในไร่ส้ม/ ยื่น จม.เปิดผนึก-ฝังหมุด ไฮไลต์ ‘ม็อบ น.ศ.’ เดินหน้ารื้อ รธน. ไล่นายกฯ

แมลงวันในไร่ส้ม

ยื่น จม.เปิดผนึก-ฝังหมุด

ไฮไลต์ ‘ม็อบ น.ศ.’

เดินหน้ารื้อ รธน. ไล่นายกฯ

 

การชุมนุม 19-20 กันยายน ผ่านพ้นไป ตามมาด้วยการประเมินเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ผู้ชุมนุมมีทั้งคนรุ่นใหม่และคนเสือแดง ฝ่าสายฝนของพายุโนอึลเข้าไปชุมนุมในสนามฟุตบอลธรรมศาสตร์

ก่อนย้ายเข้าสนามหลวง และปักหลังค้างคืน

เช้าวันที่ 20 กันยายน ม็อบพลิกแผน ไม่เดินทางไปทำเนียบรัฐบาล แต่ทำพิธีฝังหมุดคณะราษฎร 2563 ที่สนามหลวงแทน

ตามมาด้วยการยกขบวนไปยื่นหนังสือที่ทำเนียบองคมนตรี เลยกระทรวงกลาโหมไป

แต่โดนตำรวจสกัด รุ้ง-ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล แกนนำ เป็นตัวแทนยื่นจดหมายเปิดผนึกผ่าน พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงศ์เภตรา ผบช.น. ไปมอบให้กับประธานองคมนตรี

จดหมายเปิดผนึก มีข้อเรียกร้อง 3 ข้อ รวมถึงให้นายกฯ ลาออก และยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ

ก่อนสลายตัวในเช้าวันที่ 20 กันยายน อย่างสงบเรียบร้อย

หมุดที่สนามหลวงหายไปในคืนวันที่ 20 ต่อเนื่องเช้า 21 กันยายน นั่นเอง

ตามมาด้วยกระแสวิพากษ์วิจารณ์ และการตั้งข้อหาจากทางภาคราชการ และจากอดีตนักเคลื่อนไหวจากคนละขั้ว

ที่น่าจับตา คือ เสียงจากฝ่ายสนับสนุนการรัฐประหาร จากเดิมที่หวาดหวั่นจำนวนม็อบ กลับมากระชุ่มกระชวยอีกครั้ง

รายงานตำรวจระบุว่า ผู้มาร่วมชุมนุม 12,000 คน ส่วนหน่วยข่าวระบุว่ามี 18,000 คน

กลายเป็นประเด็นเยาะเย้ยว่า จำนวนไม่มากถึง 1 แสนคนอย่างที่คาดหมายในตอนแรก

การที่มีเสื้อแดงมาร่วมจำนวนมาก ทำให้เกิดกระแสระบุว่าไม่ใช่ม็อบเด็ก แต่เป็นม็อบเสื้อแดง

มีการเผยแพร่ภาพกลุ่มคนวัยกลางคน จับจองร้านข้าวตัมวัดบวรฯ นั่งกินข้าวและชู 3 นิ้ว ระบุว่า เด็กๆ ต่อสู้ แต่คนอยู่เบื้องหลังมานั่งกินข้าวสบายใจ

ชวนให้นึกถึงภาพไฮโซ กปปส.กินข้าวในร้านหรูข้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ส่วนมวลชนนั่งบนถนน กินข้าวกล่อง

หรือกินข้าวกับน้ำพริก แกง จากโรงครัว สมัยชุมนุมชัตดาวน์

มีการแสดงความคิดความเห็นที่น่าสนใจจากหลายบุคคล

 

มีความเห็นชื่นชมจากผู้ที่สนับสนุนการเคลื่อนไหว เพราะม็อบเกิดขึ้นและยุติลงอย่างเรียบร้อย

หักปากกานักพยากรณ์การเมืองหลายคน รวมถึงกลุ่มบุคคลที่ออกมาระบุว่า ม็อบนี้จะนำไปสู่ความรุนแรง เพื่อทำลาย “ลุงตู่” ขวัญใจของผู้สนับสนุนรัฐประหาร

และมีการโพสต์ความเห็นที่ผิดหวังกับการชุมนุม จากหลายคน อาทิ วรวรรณ ธาราภูมิ อดีตประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย และนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (บลจ.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 21 กันยายน ระบุว่า ความคาดหวังกับความจริงเรื่องม็อบ 19 กย 63

ก่อนหน้านี้ข้าพเจ้าคาดหวังว่าจะได้รับฟังแนวคิดที่มีประโยชน์และอาจจะแตกต่างจากคนรุ่นหลาน อยากรู้จริงๆ ว่าเขาต้องการอะไรถึงได้ก่อม็อบ และคาดหวังว่าแนวคิดเหล่านั้นจะนำพาไปสู่การปรับปรุงแนวปฏิบัติของชนชั้นปกครองได้

ข้าพเจ้าคาดหวังว่าจะได้เห็นนักศึกษาขึ้นเวที แสดงวิสัยทัศน์ของตนต่ออนาคตของประเทศ ซึ่งต่อไปก็จะอยู่ในมือของพวกเขา เพื่อให้คนรุ่นเราไม่ว่ารัฐบาล / ส.ส.ทุกพรรค / ส.ว. / นักธุรกิจทั้งหลาย / รวมไปถึงพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ จะได้รับรู้ว่าลูกหลานกำลังมีปัญหาที่ตรงไหน และเขามองพวกเราอย่างไร

คาดหวังว่าจะมีใครที่ตอกย้ำถึงความไม่เสมอภาคในกระบวนการยุติธรรม และความอ่อนแอขององค์กรอิสระที่น่าจะทำตัวไม่อิสระแล้วในหลายๆ กรณี

คาดหวังว่าจะมีคนพูดเรื่องข้อดีข้อเสียของการมี ส.ว.แบบปัจจุบัน การนับคะแนนเลือกตั้งด้วยสูตรประหลาด คาดหวังว่าจะมีนักศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์สักคน ที่สามารถชี้แนวทางใหม่ที่ปฏิบัติได้จริงในเรื่องทุนนิยม การผูกขาด และความเหลื่อมล้ำ

ฯลฯ

แล้วข้าพเจ้าก็พบว่าความจริงที่ได้จากม็อบ ว่ามันคือความตั้งใจในการโจมตี บั่นทอนคุณค่าสถาบัน แล้วก็จบด้วยคำขู่ตามภาพแรกที่เป็นตอนท้ายคำปราศรัยของคุณทนายอานนท์

ถ้านี่คือเป้าหมายของม็อบ ข้าพเจ้าก็ไม่หวังอะไรจากลูกหลานที่ชูสามนิ้วอีกแล้ว เนื่องข้าพเจ้าไม่เห็นคุณค่าของการจัดม็อบตามที่คาดหวังเลย รวมถึงไม่เห็นประโยชน์ของการจะสนับสนุน เพราะการปักหมุดคณะราษฎร การย่ำยีสถาบันสูงสุดในแบบที่ทำ มันมิได้ทำให้คนกินดีอยู่ดี มิได้ลดความเหลื่อมล้ำ มิได้ทำให้เกิดความสามัคคีในคนไทยด้วยกันเลยสักนิด แถมยังไปช่วยผลักดันคนที่กำลังหงุดหงิดกับรัฐบาล ทำให้เขาจำต้องเลือกข้างนายกฯ อีกครั้ง เพราะทนรับฟังพวกท่านก้าวร้าวไม่ไหว

ก็แปลกใจที่คนรุ่นใหม่ยังฝังใจกับพิธีกรรม ถึงขั้นตอกหมุดคณะราษฎรอีกครั้ง ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะทำอะไรไร้สาระแบบนี้

สรุปคือผิดหวังมาก ใครจะโกรธเกลียดที่ข้าพเจ้าคิดเห็นอย่างนี้ก็ตามใจท่าน แต่ก่อนคิด ก่อนออกความเห็น ข้าพเจ้าได้รับฟัง ได้ศึกษาข้อมูลจริงด้วยตนเอง แล้วคิดอย่างไร ก็แสดงออกมาตรงๆ ตามนี้

ข้าพเจ้าก็คงต้องแสวงหาแนวทาง แนวร่วม ที่คิดแบบเดียวกัน เพื่อทำให้เราพ้นจากวังวนอุบาทว์ทั้งหลายต่อไป เพราะไม่สามารถฝากอนาคตประเทศไว้กับพวกท่านได้ตามที่เคยคิดหวัง

 

อีกเรื่องมาจากปลาวาฬ-วรสิทธิ์ อิสสระ ไฮโซหนุ่มชื่อดัง เจ้าของโรงแรมศรีพันวา

เจ้าตัวโพสต์คลิปขณะดู “รุ้ง-ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล” ปราศรัยบนเวที โดยกล่าวว่า การกระทำเช่นนี้ต้องหยุดลง เธอไม่ใช่คนไทย เธอทำงานให้ใคร ต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำ กล้าดีอย่างไร และยังอัดคลิปวิดีโอขณะพูดว่า “ต้องจับเด็กคนนี้”

จนเกิดเกิดแฮชแท็ก #แบนศรีพันวา จนขึ้นเทรนด์ในทวิตเตอร์ไทย

นั่นคือส่วนหนึ่งของปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ ในสังคม

ในโลกออนไลน์ การเคลื่อนไหวของม็อบได้รับการสนับสนุน ในระดับที่ทำให้แฮชแท็กเกี่ยวกับหมุด 2563 พุ่งแรงในทวิตเตอร์

เป็นภาพสะท้อนความแตกต่างทางความคิดระหว่างเจเนอเรชั่น

การเคลื่อนไหวของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม คงไม่หยุดแค่นี้

แต่ยังเตรียมการสำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่จะอภิปรายและลงมติในสภา 23-24 กันยายนนี้

และเมื่อเดือนตุลาคมมาถึง ก็จะมีวาระของการรำลึกนักต่อสู้รุ่นเก่าๆ ในเดือนตุลาคม จาก 14 ตุลาคม 2516 จนถึง 6 ตุลาคม 2519

จำนวนผู้เข้าร่วมที่จะมากขึ้นเรื่อยๆ น่าจะสร้างแรงกดดันทางการเมืองพอสมควร

บทความก่อนหน้านี้รายงานพิเศษ / ‘บิ๊กแก้ว’ นำทัพไทยสู่ยุคเป๊ะ! จับตา ‘3 ดาวรุ่ง-บิ๊กอ๊อบ’ จับทาง ‘บิ๊กบี้-บิ๊กแดง’ เช็กขุมกำลัง ตท.27 และหมากเกม ‘มานัต’ ในมือ ‘แอร์บูล’
บทความถัดไปหลังเลนส์ในดงลึก / ปริญญากร วรวรรณ / ‘เดิมพัน’