ยานยนต์ สุดสัปดาห์ / สันติ จิรพรพนิต/ เปิดโผปิกอัพ 4 ประตูรุ่นเด่น เทียบฟอร์ม ‘ถูกสุด-แพงสุด’

สันติ จิรพรพนิต

ยานยนต์ สุดสัปดาห์/สันติ จิรพรพนิต [email protected]

เปิดโผปิกอัพ 4 ประตูรุ่นเด่น

เทียบฟอร์ม ‘ถูกสุด-แพงสุด’

 

พูดถึงตลาดรถกระบะ หรือปิกอัพ เมืองไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก ด้วยถือเป็นโปรดักต์แชมเปี้ยนตัวแรกที่รัฐบาลสนับสนุนทั้งเรื่องฐานภาษีที่ต่ำ การจูงใจด้วยนโยบายต่างๆ

กระทั่งไทยกลายเป็นฐานการผลิตใหญ่ของค่ายรถทั้งญี่ปุ่นและอเมริกา ใช้เป็นต้นน้ำการผลิตส่งออกทั่วโลก

ยิ่งตลาดในประเทศไม่ต้องพูดถึง แทบจะมีขนาดใหญ่สุด แต่ละปีขายได้หลายแสนคัน

ส่วนหนึ่งเพราะความอเนกประสงค์ บรรทุกของก็ได้ บรรทุกคนก็ดี

รวมถึงในหลายปีหลัง การออกแบบ ตกแต่ง ดูดีมีชาติตระกูลระดับน้องๆ “เอสยูวี” ก็ว่าได้

โดยเฉพาะกลุ่มรถปิกอัพ 4 ประตู ที่ถือว่าอเนกประสงค์ หรือจะใช้แทนรถเก๋งเพราะห้องโดยสารมีเบาะ 2 ตอน นั่งสบายทั้งด้านหน้าและหลัง แถมมีพื้นที่กระบะให้บรรทุกของได้ประมาณหนึ่ง

“ยานยนต์สุดสัปดาห์” ฉบับนี้ จึงคัดเลือกปิกอัพ 4 ประตูที่น่าสนใจ เน้นที่ราคาถูกสุดและรุ่นแพงสุดมาให้ตัดสินใจกัน

 

เริ่มกันที่ถูกสุดต้องยกให้ค่าย “มาสด้า” กับ “บีที-50 โปร” เพราะเพิ่งเปิดแคมเปญหั่นราคาลงอย่างมโหฬาร

แต่เดิมตัวต่ำสุดของรุ่น 4 ประตู คือบีที-50 โปร ดับเบิลแค็บ 4 ประตู 2.2 S ราคา 663,000 บาท

ทว่ามาสด้าจัดแคมเปญเขย่าตลาดด้วยการนำรุ่นขับสองยกสูง “HI-RACER” เครื่องยนต์ 2.2 ลิตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด จากเดิม 780,000 บาท ลดเหลือ 599,000 บาท หรือลดราคาลงไปประมาณ 180,000 บาท

ถ้าอยากได้ราคาลดมากกว่านี้ ยังมีรุ่น HI-RACER 6AT LEATHER เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ที่เติมความสะดวกสบายมากขึ้น อาทิ เบาะหนัง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ และเพิ่มเครื่องเล่น DVD เป็นต้น

ลดราคาลงไปมากกว่า 230,000 บาท จากเดิมราคา 935,000 บาท เหลือ 699,000 บาท

“บีที-50 โปร” ทุกรุ่นสามารถเติมน้ำมันดีเซลได้สูงสุดถึง B20 ผ่านมาตรฐานมลพิษระดับยูโร 4

โปรโมชั่นนี้เฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 จำนวนจำกัด ตั้งแต่วันนี้-31 ตุลาคมนี้

 

ขยับแพงขึ้นมาอีกนิดกับค่ายเจ้าพ่อตลาดปิกอัพบ้านเรา “อีซูซุ” รุ่น “ดีแมคซ์”

ราคาเริ่มต้นรุ่น 1.9 Ddi S อยู่ที่ 686,000 บาท

ขณะที่ตัวขับสองยกสูงตัวเริ่มต้น Hi-Lander 1.9 Ddi L DA ราคา 832,000 บาท ไล่ไปถึงตัวท็อป Hi-Lander 1.9 Ddi M AT ราคา 1.03 ล้านบาท

เครื่องยนต์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ Gen 2 ที่ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800-2,600 รอบต่อนาที

เด่นที่ภายนอกดุดันขึ้น ขณะที่ภายในหรูหราไม่แพ้เก๋ง

คู่แข่งรายใหญ่ของอีซูซุไม่พ้น “โตโยต้า” กับรุ่น “ไฮลักซ์ รีโว่” ที่เพิ่งไมเนอร์เชนจ์ไปเมื่อกลางปีที่ผ่านมา

รุ่นเริ่มต้น “Double Cab Z Edition 4×2 2.4 Entry STD” เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ราคาอยู่ที่ 689,000 บาท

ขณะที่ตัวท็อป Double Cab Z Edition 4×2 2.4 Mid AT เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift ราคาอยู่ที่ 809,000 บาท

ขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร GD เจเนอเรชั่น 2 ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ที่รอบต่ำ 1,600-2,000 รอบต่อนาที

แต่ถ้าชอบรุ่นแต่งพิเศษมี “ไฮลักซ์ รีโว่ ร็อคโค่” มาพร้อมชุดแต่งทำให้แลดูดุดัน บึกบึน รวมถึงยังอัดฟีเจอร์ เทคโนโลยีอันทันสมัย รองรับความต้องการของคนรุ่นใหม่ไว้อย่างครบครัน

โตโยต้า Double Cab Prerunner 2×4 2.4 Rocco AT เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift ราคารวมชุดแต่ง 1.079 ล้านบาท

ส่วนตัวลุยเครื่องแรง มีรุ่น Double Cab 4×4 2.8 Rocco AT เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift ขับเคลื่อนสี่ล้อ พร้อม Differential Lock ที่เฟืองท้าย ราคา 1.239 ล้านบาท

 

ค่ายปิกอัพจากแดนมะกัน “ฟอร์ด เรนเจอร์” รถดับเบิลแค็บ 4 ประตูราคาเริ่มต้นเท่ากับโตโยต้าเป๊ะ “ดับเบิลแค็บ 2.2 L XL 6MT” เกียร์ธรรมดา 6 สปีด กำลังสูงสุด 160 แรงม้า ราคา 689,000 บาท

ส่วนตัวท็อป ฟอร์ด ดับเบิลแค็บ 2.0L Bi-Turbo Wildtrak 4×4 10AT เครื่องยนต์ใหม่ 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ให้กำลังสูงสุด 180 แรงม้า ราคา 1.265 ล้านบาท

รุ่นท็อปอัดแน่นระบบต่างๆ ไว้มากมาย อาทิ ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ ระบบช่วงเบรกอัตโนมัติ พร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ช่องต่อไฟ 230V

แต่ถ้าชอบรุ่นพิเศษดุดันกับ “เรนเจอร์ แร็พเตอร์” ตัวหนังสือฟอร์ดภาษาอังกฤษพิมพ์ใหญ่ ที่กันชนหน้า เส้นสาย รวมถึงซุ้มล้อ ดูสะดุดตายิ่งขึ้น

ระบบ Terrain Management System (TMS) ซึ่งมีให้เลือก 6 รูปแบบ พร้อมลุยไปในทุกอุปสรรค รวมถึงโหมดบาฮา ที่ได้แรงบันดาลใจจากรายการแข่งออฟโรด Baja 1000 อันสุดโหด

เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร Bi-Turbo ที่ให้กำลังสูงสุด 213 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตัน-เมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด

ระบบกันสะเทือนพร้อมลุยเข้าไปในทุกพื้นที่ สมบุกสมบัน โช้กอัพ FOX ที่เพิ่มระยะการยุบตัวมากขึ้น 30% เมื่อเทียบกับฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นปกติ

อุปกรณ์อำนวยความสะดวกและปลอดภัยอัดแน่นไว้เต็มคัน ค่าตัว 1.699 ล้านบาท

 

ปิดท้ายกันที่ค่ายน้องใหม่ “MG” ปิกอัพพันธุ์ยักษ์ “MG EXTENDER” มิติตัวถังที่เคลมว่าใหญ่ที่สุดในเซ็กเมนต์

กระจังหน้าดีไซน์โมเดิร์น เอกลักษณ์เฉพาะ MG ไฟหน้าอัตโนมัติแบบ LED PROJECTOR พร้อมระบบควบคุมไฟหน้าปรับเลี้ยวตามองศาพวงมาลัย

ภายในกว้างขวาง คอนโซลและแผงประตูตกแต่งพิเศษ เบาะหนังสีดำ พร้อมเบาะคู่หน้าปรับเอนนอนได้ 150 องศา เบาะหลังพับได้

หน้าจอสีระบบสัมผัสขนาดใหญ่ถึง 10 นิ้ว เชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ วิทยุ MP3 AUX และช่องเชื่อมต่อ USB 2 ช่อง ทำงานร่วมกับพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น

เด่นขึ้นด้วยระบบ “i-SMART” สั่งงานอุปกรณ์ต่างๆ ด้วยเสียงภาษาไทย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่นำมาติดตั้งในรถปิกอัพ

ขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล 2.0 เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 375 นิวตัน-เมตรที่ 1,500-2,400 รอบต่อนาที

แม้จะเป็นน้องใหม่ในเมืองไทย แต่ด้วยออปชั่นต่างๆ ทำให้ตัวเริ่มต้นแพงสุดในตัวเลือกที่คัดมา

“MG EXTENDER 2.0 DC GRAND D 6MT” เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ราคา 759,000 บาท

ส่วนตัวท็อป “2.0 DC GRAND 4WD X 6AT” เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ราคา 1.029 ล้านบาท

บทความก่อนหน้านี้ตร.เล็งรื้อหมุดคณะราษฎรออก เอาผิดซ้ำ มวลชนแห่ป้อง
บทความถัดไป‘อนุสรณ์’ ชี้ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชน ทะลุ 2 แสน นับถอยหลังรัฐบาล