ภาพยนตร์ / นพมาส แววหงส์ / MULAN ‘วีรสตรีจีน’

นพมาส แววหงส์

ภาพยนตร์/นพมาส แววหงส์

MULAN

‘วีรสตรีจีน’

 

กำกับการแสดง Niki Caro

นำแสดง Liu Yifei Donnie Yen Jason Scott Lee Gong Li Jet Li Tzi Ma Rosalind Chao

 

นี่เป็นหนังฝรั่งที่มีหน้าตาเหมือนหนังกำลังภายในจีนนะคะ แต่สร้างโดยค่ายดิสนีย์ที่เคยทำเรื่องของวีรสตรีในประวัติศาสตร์จีนโบราณคนนี้ในรูปของหนังการ์ตูนแอนิเมชั่นที่ประสบความสำเร็จยิ่งมาแล้ว เมื่อยี่สิบกว่าปีมาแล้ว

เป็นหนังที่เรียกว่า remake ในอีกรูปแบบหนึ่ง เหมือนกับที่เคยทำ The Lion King ในรูปของการ์ตูน แล้วก็มาสร้างใหม่ในรูปที่ทำให้ดูเหมือน live action เพียงแต่ว่า Lion King ไม่สามารถใช้นักแสดงที่เป็นคนมาเล่นเป็นสัตว์ได้ ก็เลยทำเหมือนแอนิเมชั่นนั่นแหละ แต่ทำในรูปแบบที่ใช้ภาพคอมพิวเตอร์เสกสรรค์ให้ดูเหมือนเอาสัตว์ตัวเป็นๆ มาเล่นหนัง

มู่หลานเป็นวีรสตรีในตำนาน ซึ่งเล่าขานว่ามีชีวิตอยู่ในประเทศจีนในสมัยราชวงศ์ฮั่น เรื่องของนางเล่าขานกันในนิทานพื้นบ้านและเพลงที่ขับขานกันอยู่

พระจักรพรรดิมีพระบัญชาให้เกณฑ์ไพร่พลไปสู้รบกับกองทัพของชนเผ่าเร่ร่อนที่มารุกรานหัวเมืองทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ โดยให้แต่ละครอบครัวส่งลูกชายคนหนึ่งไปเป็นทหารในกองทัพ

ครอบครัวฮัว ซึ่งมีหัวหน้าครอบครัว (ซิ หม่า) เป็นอดีตทหารในกองทัพที่ได้รับบาดเจ็บกลับมา มีลูกสาวสองคน และไม่มีลูกชาย ตัวเขาเองจึงต้องถูกเกณฑ์ไป แต่ลูกสาวคนโตชื่อ มู่หลาน (หลิว ยี่ เฟย) จึงปลอมตัวเป็นชายไปแทนพ่อ และได้สร้างวีรกรรมในการรบจนเป็นที่จดจำเล่าขานกันต่อมาอีกหลายร้อยปี

ดิสนีย์นำเอาเพลงพื้นบ้านนี้มาสร้างเป็นเรื่องราวที่กล่าวขวัญเชิดชูวีรสตรีจีนผู้นี้

 

เรื่องราวมีสีสันมากค่ะ และเล่าในลักษณะของตำนาน ไม่ใช่ประวัติศาสตร์ ดังนั้น จึงมีเรื่องราวของอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์แทรกเสริมอยู่ไม่น้อย

ตราประจำตระกูลฮัวเป็นรูปนกฟีนิกซ์…ตรงนี้รู้สึกว่าฮอลลีวู้ดออกจะเอาปกรณัมปรัมปรามาจับแพะชนแกะ หรือพูดด้วยภาษาสมัยใหม่ว่า “มั่วนิ่ม” แล้วละกระมัง เพราะฟีนิกซ์น่าจะเป็นสัตว์ในเรื่องปรัมปราของไอยคุปต์ กรีกจนมาถึงอาหรับโบราณมากกว่า

Phoenix ดูจากรากศัพท์แล้วน่าจะเกี่ยวพันอยู่กับอารยธรรมโบราณที่เรียกว่า Phoenicia ซึ่งแผ่อยู่รอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนโดยเฉพาะทางด้านตะวันออกที่เป็นเลบานอนปัจจุบันและฝั่งทะเลทางเหนือของแอฟริกา

แต่ไอเดียและภาพลักษณ์ของนกฟีนิกซ์เป็นเรื่องสวยงามชวนฝัน นั่นคือนกไฟที่ตายไปแล้ว จะฟื้นคืนจากกองไฟกลับมามีชีวิตโผยผินอย่างสวยงามใหม่ได้ ตำนานบอกว่า ในทุกห้าร้อยปี

ดังนั้น ฟีนิกซ์จึงเป็นสัญลักษณ์ของสิ่งที่ไม่มีวันตาย หรืออมตภาพ ซึ่งเป็นความใฝ่ฝันของมนุษย์มานับแต่รุ่งอรุณแห่งกาลเวลาแล้ว

 

ในหนังเรื่องนี้ ฟีนิกซ์กลายมาอยู่ในตำนานจีนโดยเป็นตราประจำตระกูลฮัว ซึ่งคอยปกป้องคุ้มครองและนำทางให้แก่มู่หลานผู้ฝ่าประเพณีออกไปกระทำเรื่องนอกรีตนอกรอย อันจะกลายเป็นความอัปยศใหญ่หลวงแก่วงศ์ตระกูลและชาติบ้านเมือง เป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับสังคมจีนในยุคนั้นเลยก็ว่าได้

ผู้หญิงมีบทบาทหน้าที่เพียงเป็นช้างเท้าหลังอยู่ในครอบครัวที่มีหัวหน้าครอบครัวเป็นชาย เมื่อเติบโตเข้าสู่วัยสาว ก็จะต้องไปหาแม่สื่อจัดหาคู่ครองให้

ซึ่งหนังเสนอให้เห็นภาพประเพณีการดูตัวนี้อย่างมีสีสันและเป็นเรื่องชวนหัวเลยทีเดียว ตั้งแต่การตระเตรียมแต่งหน้าแต่งตัวให้สาวเจ้า ไปจนถึงภาพความเว่อร์ของหญิงวัยกลางคนที่มีอาชีพเป็นแม่สื่อ…จะว่าไปก็ไม่ผิดกับบริษัทจัดหาคู่สมัยนี้สักเท่าไรหรอกน่า

เห็นได้ชัดตั้งแต่วัยเด็กว่ามู่หลานมีพรสวรรค์และผิดแผกจากเด็กหญิงทั่วไป

แม่หนูน้อยไล่จับไก่เข้าเล้า โดยกระโจนไปตามหลังคาบ้านอย่างโลดโผนโจนทะยาน และกลับลงสู่พื้นได้อย่างสวยงาม ท่ามกลางความใจหายใจคว่ำของพ่อ-แม่และชาวบ้านร้านถิ่น

พ่อผู้เป็นอดีตนักรบผู้กล้า ออกปากว่ามู่หลานมีพลังปราณ หรือ “ชี่” อยู่ในตัว อย่างยากจะหาใครเสมอเหมือน แต่ก็ห้ามปรามลูกสาวให้อยู่ในกรอบของขนบธรรมเนียมประเพณี ซึ่งกลายเป็นเรื่องของศีลธรรมอันดีงามไปด้วยในตัว

แต่เมื่อเกิดความจำเป็น มู่หลานใช้คุณธรรมยิ่งใหญ่อีกข้อ คือความกตัญญูและการทดแทนคุณบิดา-มารดา

เธอแอบแต่งกายเป็นชาย สวมเสื้อเกราะนักรบของพ่อ ขโมยดาบประจำตัวของพ่อไป และเข้าไปใช้ชีวิตในค่ายทหาร ฝึกปรือวิชาหรือวิทยายุทธ์ตามแบบจีน

การฝึกความแข็งแกร่งของร่างกายคือการให้แบกถังน้ำสองถังขึ้นสู่ยอดเขาอันสูงชัน และไม่แบกน้ำหนักเดินขึ้นเพียงเท่านั้น แต่ยังต้องกางแขนทั้งสองข้างโดยหิ้วถังน้ำเดินขึ้นเขาไปด้วย

คนธรรมดาอย่างเราๆ แค่คิดก็ยังไม่รู้ว่าจะทานน้ำหนักไปได้สักกี่ก้าวเลยเชียว

แต่ก็มีคนทำสำเร็จในหนังนะคะ การอธิบายด้วยการเดินลมปราณ หรือพลังชี่ในตัวทำให้เราหยุดตั้งข้อกังขาไปเลย

เพราะนี่คือหนังกำลังภายใน ไม่ใช่หนังประวัติศาสตร์

 

หนังเวอร์ชั่นนี้นำตัวนางร้ายคนสำคัญเข้ามาในเรื่องแต่เบื้องต้น เป็นผู้วิเศษ หรือแม่มด ชื่อ เฉียนเหนียง (ขอโทษถ้าอ่านผิด) ซึ่งแสดงโดยกงลี่ ดาราจีนผู้โด่งดังที่หายหน้าหายตาไปหลายปี กงลี่แต่งหน้าพิสดารจนไม่งามหยดย้อยเหมือนเดิม แต่ก็ยังพอให้จำหน้าได้ ถึงจะสวยสู้นางเอกไม่ได้ แต่กงลี่ก็มีบทบาทสำคัญและหวือหวาน่าดูชม ในการเข้าไปสิงร่างผู้คนได้ รวมทั้งสามารถแปลงร่างไปต่างๆ นานา รวมทั้งเป็นเหยี่ยวที่คอยจับตามองทุกสิ่งและโฉบลงเมื่อมองเห็นเหยื่อ

ตัวละครตัวนี้เป็นไอเดียของ “สตรีนิยม” อีกจุดหนึ่ง ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์หลักของหนัง

ตัวละครสำคัญ แสดงโดยนักแสดงคนเด่นคนดังที่เราเคยเห็นหน้ามาแล้ว ได้แก่ ดอนนี่ เยน (ยิปมัน หรือ Ip Man) เจสัน สก็อต ลี (Bruce Lee Story, Mowgli) เจ็ต ลี (Romeo Must Die) รวมทั้งนักแสดงที่เราคุ้นหน้าคุ้นตาดี อย่างเช่น ซิหม่า และโรซาลินด์ เชา

ขอไม่พูดถึงประเด็นที่หนังเรื่องนี้ถูกต่อต้านนะคะ เพราะเป็นเรื่องการเมือง และการต่อต้านการกระทำของตัวนักแสดง ไม่ใช่เรื่องเชิงศิลปะ อย่างไรก็ตาม ขอพูดสั้นๆ ว่า คุณธรรมบางข้อที่หนังตอกย้ำเป็นคุณธรรมที่ชาวจีนเชิดชูและอบรมสั่งสอนมานับพันปีแล้ว

นั่นคือ ความจงรักภักดี ความกล้าหาญ และความซื่อสัตย์

และเหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่ชาวจีนยกย่องคือความกตัญญูต่อบิดา-มารดา

บทความก่อนหน้านี้ใส่บ่าแบกหาม / พรพิมล ลิ่มเจริญ /Animal Crackers
บทความถัดไป‘แรมโบ้’ โต้ ‘อนุสรณ์’ เด็กฟันไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ลั่น ‘นายกฯ’ ไม่เคยแทรกแซงการแก้ไข รธน.