เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ | ไปใต้ต้องไปตรัง

เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

“มาจากตรัง ไม่หนังก็โนรา”

เล่าขานกันมาอย่างนี้ ว่านี่คือความเป็นทั้งคน “เจ้าบทเจ้ากลอน” และความเป็น “ศิลปิน” ของคนตรัง

โนราเด่นดังคนตรังชื่อ “โนราเติม” มีคำเกริ่นร้องแนะนำตัวว่า

“ตัวฉันชื่อเติม บ้านเดิมอยู่ตรัง”

เวลานี้ลูกหลานของโนราเติมก็ว่ายังมีและสืบทอดศิลปะโนราอยู่

หนังตะลุงนั้นเป็นปฏิภาณกวีพื้นบ้านฐานถิ่นของชาวใต้โดยแท้ เช่นเดียวกับโนราก็เป็นศิลปะการร่ายรำประกอบคำร้องที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของชาวใต้โดยเฉพาะด้วย

เอกลักษณ์นี้คือ “ภาษา”

ภาษาใต้ ภาษาถิ่นมีสำเนียงและลีลาเป็นของตนเองโดยเฉพาะ เรียกว่าเป็น “อัตลักษณ์” ที่ลอกเลียนกันไม่ได้

ก็ภาษานี่แหละที่สื่อถึงความเป็นคนพื้นถิ่น-พื้นฐาน เข้าใจและเข้าถึงพื้นภูมิในพื้นที่ของตนจริง

เคยถามคนตรังว่า คุณสมบัติขั้นต้นของผู้แทนชาวใต้ต้องเป็นอย่างไร เพื่อนตอบทันที

“ต้องแหลงใต้ได้ชับเปรี๊ยะ”

แปลว่าต้องพูดใต้ได้ชัดจริง

หนังกับโนรานี่แหละของจริง คือนอกจากสื่อความถึงจิตวิญญาณคนใต้แล้วก็ยังสะท้อนถึงภูมิปัญญาผ่าน “ภูมิภาษา” อย่างมีศิลปะและอลังการยิ่ง

นอกจากหนังและโนราพื้นฐานถิ่นใต้ดังเป็นตำนานของเมืองตรังและคนตรังแล้ว เมืองตรังยังอุดมด้วยนักเขียนมีชื่ออีกมากมาย ทั้งอดีตและปัจจุบัน ทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง

มิพักต้องเอ่ยถึงคนตรังที่โดดเด่นเป็นทั้งนักเขียน เป็นศิลปิน ทั้งเขียนรูป เล่นดนตรี แล้วยังเป็นนายกรัฐมนตรีถึงสองสมัย กระทั่งเป็นประธานสภาคนปัจจุบัน คือ

คุณชวน หลีกภัย

ฉายาฝีปากและคารมคือ “มีดโกนอาบน้ำผึ้ง”

นี่ก็ยืนยันถึงความเป็น “คนตรัง” ขนานแท้

ไปเมืองตรังล่าสุดเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้เห็นพัฒนาการของเมืองตรังอันน่าทึ่ง คือการดูแลรักษาเมืองไว้ได้อย่างเป็นตัวของตัวเองโดยคงธรรมชาติอุดมสมบูรณ์อยู่เป็นพื้น ถนนหนทางมีต้นไม้เป็นร่มเงาเย็นตาเย็นใจดีนัก

คิดครั้งเคยมา “เขียนแผ่นดิน” เมืองตรังเมื่อปี พ.ศ.2534 ที่โตนน้ำปลิว อุทยานเขาช่อง

ไม้สูงจูงเมฆมาเลื่อน

เป็นเพื่อนมิ่งไม้ไพรฉ่ำ

เป็นฝนเป็นฟ้าประจำ

หอมแรงกลิ่นร่ำจำปูน

ดอกจำปูนเป็นดอกไม้พิเศษมีที่อุทยานเขาช่องหรือเขากะช่อง ต้องไปให้ถูกฤดูจะได้กลิ่นดอกจำปูนดังกลิ่นดอกไม้สวรรค์บนแผ่นดินจริงๆ

มีโอกาสนั่งเรือพายโดยเปลื้อง คงแก้ว กวีตรัง นามปากกา “เทือกบรรทัด” ผู้ล่วงลับพร้อมลายมือลากปากกาเป็นภาษากวีในเฮือกหายใจสุดท้าย

เรานั่งเรือพายลอดป่าชายเลนที่แหลมขามบ้านทุ่ง อ.สิเกา

โกงกางให้ปูเกาะ

แสมเพาะกะพงพี

ลำคลองและไคลคลี

คือแผ่นดินอันอุดม

ชีวิตให้ชีวิต

อันกลมกลืนเป็นเกลียวกลม

แม่นี้แหละให้นม

เลี้ยงน้ำดินนิรันดร

ป่าชายเลนนี้เป็นดั่งครรภ์มารดาของเหล่าปลาทะเลหลากหลายพันธุ์ เช่น ปลากะพง เป็นต้น ว่าถึงฤดูวางไข่ ปลาเหล่านี้จะเข้าอาศัยป่าชายเลนมาวางไข่ โตแล้วจึงว่ายสู่ทะเล เป็นวัฏจักรอยู่อย่างนี้ชั่วนาตาปี

เวลานี้ทราบว่าชุมชนที่ย่านตาขาวของตรังก็มีป่าชายเลนอันอุดม เขาสงวนรักษาดูแลให้ป่าชายเลนเป็นดั่งครรภ์มารดาของกุ้งหอยปูปลาเช่นกัน

ทะเลตรังนั้นวิเศษไม่แพ้ทะเลใด

โดยเฉพาะ “หาดเจ้าไหม” ที่ลิบง อำเภอกันตัง มหัศจรรย์ตรงหาดทรายขาวละเอียดเป็นแป้งต้องลอดช่องผาไปยังอีกฟากหาด เห็นความเรียบละเอียดของผืนทรายสีขาวแล้วแทบไม่กล้าเหยียบ ได้แต่นั่งตะลึงแล

เสน่ห์ตรังนั้นมีทั้งความอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรแผ่นดิน

อาทิ สวนยางที่มียางต้นแรกซึ่งพระยารัษฎานุประดิษฐ์เป็นผู้นำมา

มีทุ่งข้าวนาดี เช่น พันธุ์ข้าวเล็บนก

มีทะเลและเกาะแก่งมหัศจรรย์อันเป็นดั่ง “สวรรค์มาหล่นลืม” ไว้ที่ทะเลตรัง

วิเศษคืออาหารใต้รสตรัง เช่น หมูย่างและแกงปลาขี้ขมคลองลำชาน

ดอกศรีตรังจึงเป็นสัญลักษณ์พิเศษของ

คนตรงคนตรัง

๐ เจ้าไหมหนอเจ้าเข้าใจไหม

เจ้าสวยกว่าใครที่เคยเห็น

ทรายงามเมื่อยามตะวันเย็น

ฟ้าเป็นสีส้มชมพูคราม

ทะเลเห่กล่อมให้จอมผา

ทอดคลื่นเคลื่อนมาจะพาข้าม

ไปชมชื่นทิพย์ทะเลงาม

ไปตามที่ใจจะไปนั้น

หาดยาวหยงหลิงเจ้าหญิงหลง

น้ำลงลอดเดินที่เนินหลั่น

เงื้อมผาผงาดภูอยู่ยงยัน

โอบกั้นเจ้าไว้ในเพิงภู

เจ้าไหมหนอเจ้าเข้าใจไหม

ว่าใครเขารักเขาอยากอยู่

ชื่นชมดอกทรายโปรยปรายปรู

เจ้าไหมเจ้าจะรู้ … บ้างไหมนะ

บทความก่อนหน้านี้เรื่องสั้น | เมื่อวานนี้ของครอบครัวไฮ-เทค แห่งยุค “นิกส์”
บทความถัดไปเดินตามดาว 21-27 กันยายน 2563