วิเคราะห์ปรากฎการณ์ “อาทิตย์ อุไรรัตน์” ทำไมถึงไล่ “ประยุทธ์” ลาออก หนุน “อานันท์” ฝ่าวิกฤตการเมือง

คอลัมน์ในประเทศ : “อาทิตย์ อุไรรัตน์” กลับมาอีกแล้ว ไล่ “ประยุทธ์” ลาออก หนุน “อานันท์” ฝ่าวิกฤตการเมือง

อาทิตย์ อุไรรัตน์ ชื่อนี้ไม่ใช่ธรรมดา สำหรับคอการเมืองในอดีตคงคุ้นเคยกันดี เขาเป็นหนึ่งในตัวละครสำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองช่วงเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ หลังมีการพยายามขึ้นมามีอำนาจของฝ่ายคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ หรือ รสช.ในช่วงนั้น

อาทิตย์ได้รับแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร และรักษาการประธานรัฐสภา เขาเป็นผู้นำชื่อนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ขึ้นทูลเกล้าฯ เป็นนายกฯ อีกสมัย เพราะกระแสสังคมขณะนั้นที่กดดันไม่ต้องการให้ทหารเข้ามามีอำนาจ

อาทิตย์เห็นว่า ถ้า รสช.กลับมา จะก่อให้เกิดความวุ่นวาย ได้พยายามติดต่อทาบทามนายอานันท์หลายครั้ง กว่าจะยอมรับในที่สุด

นั่นคือวีรกรรมสำคัญ จนสังคมตอนนั้นให้ฉายาเขาว่า “วีรบุรุษประชาธิปไตย” ในการพยายามสกัดการขึ้นมามีอำนาจของคณะรัฐประหาร

จากนั้นเขาก็โลดแล่นในเวทีการเมืองหลายเวที ก่อนวางมือทางการเมืองในปี พ.ศ.2546

แต่กระนั้น ช่วงวิกฤตการเมืองตั้งแต่สมัยพันธมิตรฯ การรัฐประหารในปี 2549 จนถึงวิกฤต กปปส.ไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จนการรัฐประหาร 2557 นายอาทิตย์ก็มีบทบาทในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอยู่เรื่อยมา โดยแสดงจุดยืนสนับสนุน กปปส. และเห็นด้วยให้มีการปฏิรูปการเมืองก่อนเลือกตั้ง

หลังจากรัฐประหาร อาทิตย์ยังคงให้การสนับสนุนฝากความหวัง คสช.ในช่วงแรกว่าจะมีการปฏิรูปทางการเมืองครั้งใหญ่ มองว่าประเทศไทยภายใต้ระบอบนักการเมืองจากการเลือกตั้ง ก่อให้เกิดปัญหาทุจริต คอร์รัปชั่น

“คสช.โปรดอย่าทำให้ประชาชนผิดหวังเลย ทุกคนรอคอยการปฏิรูปอยู่ ไม่มีใครต้องการเลือกตั้ง” นายอาทิตย์โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กถึง คสช. 22 เมษายน 2559

สองเดือนถัดมาในปีเดียวกัน อาทิตย์ใช้เวที ม.รังสิตจัดเวทีระดมความเห็นปฏิรูปประเทศ และเล่าความฝันของเขาที่อยากให้สังคมไทยเปลี่ยนแปลง โดยวาดฝันบ้านเมืองเป็น “สังคมธรรมาธิปไตย” ช่วยเหลือเกื้อกูล ไม่มีความเหลื่อมล้ำ

พร้อมระบุว่า เขาไม่ได้ต้องการเข้าข้างใคร หรือต่อต้านฝ่ายใด

จากนั้นอาทิตย์ก็นำเสนอความเห็นต่อเนื่อง หลายครั้งก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ เช่น เสนอแนวคิดการขึ้นบัญชีนักเรียนตีกัน เด็กแว้น ไปขุดลอกท่อ ปลูกป่า ทำประโยชน์สาธารณะ การเสนอปฏิรูปตำรวจให้นครบาลขึ้นกับผู้ว่าฯ กทม. และตำรวจภูธรจังหวัดขึ้นกับผู้ว่าฯ จากการเลือกตั้ง

ในช่วงปลายปี 2559 เป็นครั้งแรกที่เขาประกาศโมเดลการเมืองในฝันของเขาชัดเจน ขณะที่สังคมกำลังถกเถียงเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ อาทิตย์เสนอให้เลิกนักการเมืองจากการเลือกตั้งสักระยะ และเสนอทดลองระบอบผสมผสาน คัดเลือกคนดี ระบุว่า ในประวัติศาสตร์ที่ประเทศเกิดวิกฤต ไทยก็ได้นายกฯ ดีๆ ทุกที เช่น สัญญา ธรรมศักดิ์, ธานินท์ กรัยวิเชียร, พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และคนสุดท้ายคือ อานันท์ ปันยารชุน นั่นเอง

จากนั้นอาทิตย์ก็ผลักดันแนวคิดนี้ ออกแบบโมเดลการเมืองใหม่ของเขาเอง เช่น ให้ประชาชนเสนอชื่อคนดีระดับตำบลลงในหีบเลือกตั้ง คนที่ได้เสนอชื่อมากสุด ไล่จากระดับอำเภอมาจังหวัด ไปเป็นตัวแทนของเขตเลือกตั้งนั้น ส่วนวุฒิสภา ให้มีการแต่งตั้งจากคนดี และสองสภา มาเลือกนายกฯ ด้วยเสียง 2 ใน 3 อาทิตย์เรียกโมเดลปฏิรูปการเมืองที่เขาภูมิใจอันนี้ว่า “สังคมธรรมาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”

อาทิตย์เน้นย้ำโมเดลการเมืองที่เขาเสนอต่อเนื่องเรื่อยมา

กระทั่งในปี 2561 เกิดพรรคอนาคตใหม่นำโดยนักธุรกิจหนุ่ม ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่มุ่งเน้นนโยบายที่ก้าวหน้าในการเมืองไทย ท้าชน คสช.อย่างตรงไปตรงมา

ซึ่งคราวนี้ อาทิตย์มองว่า หลังการเลือกตั้ง หากประเทศไทยได้รัฐบาลที่มาด้วยเสียง ส.ว. ยังไงก็เกิดกลียุคในไม่ช้าแน่นอน

“คนหนุ่มมองเห็นอย่างนั้น คนแก่ก็มองเห็นอย่างนั้น ไม่นองเลือดได้อย่างไร เมื่อพรรค พปชร. และ รปช. จะไม่ได้เสียงข้างมาก แต่จะจัดตั้งรัฐบาลด้วยเสียง ส.ว. 250 คนหนุน ยังไงก็บริหารไม่ได้ กลียุคแน่” อาทิตย์กล่าว

แต่ยังทิ้งท้ายด้วยโมเดลในฝันของเขา “ถ้าไม่ปฏิรูปประเทศให้เป็นสังคมธรรมาธิปไตยก่อน แล้วจึงค่อยเลือกตั้ง สงสัยไม่รอด”

หลังจากนั้นอาทิตย์ก็แสดงความเห็นคัดค้าน คสช.มากขึ้น โดยระบุว่า รัฐธรรมนูญใหม่ที่สร้างระบบเลือกตั้ง เอื้อให้มีการสืบทอดอำนาจ หลังเลือกตั้งยิ่งวุ่นกว่าเดิม มองว่ายังไงรัฐบาลจากการสืบทอดอำนาจไม่มีวันได้รับการยอมรับจากประชาชน

“ทำไมถึงมองไม่เห็นกันเลย หรือไม่เคยมีประสบการณ์กันมาก่อน อย่าดันทุรังกันนักเลย” อาทิตย์กล่าวเตือน

หลังเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในอำนาจต่อ อาทิตย์ยังนำเสนอความเห็นวิพากษ์รัฐบาลหลายเรื่อง โดยมองการเมืองปัจจุบันยังเป็นการเมืองของมาเฟียและนายทุน คัดค้านนโยบายอีอีซี การให้ต่างชาติเช่าที่ดิน 99 ปี การวิจารณ์รัฐบาลประยุทธ์ว่า ตระบัดสัตย์เพื่อเจ้าสัว กรณีแบนสารพิษอันตราย พร้อมเรียกร้องให้ภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ถอนตัว

ความเห็นของอาทิตย์จนถึงปัจจุบันยังสะท้อนว่า อาทิตย์ยึดหลักการเดิมที่เขายึดถือ คือการเชื่อมั่นใน 3 สถาบันหลักของชาติ

แม้แต่ปรากฏการณ์ชู 3 นิ้ว ที่เป็นสัญลักษณ์ของขบวนการต้านรัฐบาลประยุทธ์ อาทิตย์แสดงความเห็นหลายครั้งสนับสนุนม็อบนักศึกษา เห็นด้วยเต็มที่ในการโละรัฐธรรมนูญ ล้มวุฒิสภา

แต่อาทิตย์ยังให้ความหมายใหม่ว่า สามนิ้ว คือการเชิดชูสามสถาบันหลักของชาติ – ประชาธิปไตยความเป็นธรรม – ความช่วยเหลือเอื้ออาทร รักสามัคคี

กล่าวคือ อาทิตย์วางตัวโดยให้ดูไม่เข้าข้างใคร นำเอาวาระหลักของทั้งสองฝ่ายที่ต่อสู้กันอยู่ในการเมืองไทยมาใส่เข้าไปในความมุ่งหวังทางการเมืองของตนเสมอ ไม่ปฏิเสธความยึดมั่นของฝ่ายจารีต แต่ก็เข้าใจข้อเรียกร้องฝ่ายก้าวหน้า

ล่าสุด ท่ามกลางกระแสข่าวการรัฐประหารตลอดสัปดาห์ อาทิตย์เห็นว่านี่สะท้อนว่าประเทศชาติถึงทางตันแล้ว

ข้อเสนอของอาทิตย์คือ นายกรัฐมนตรีต้องเสียสละลาออก พร้อมเสนออานันท์ ปันยารชุน คนเดิมที่อาทิตย์เคยเสนอเป็นนายกฯ เพื่อไม่ให้ทหาร รสช.เข้ามามีอำนาจเป็นนายกรัฐมนตรีคนนอก และจัดตั้งรัฐบาลสมานฉันท์ ปฏิรูปประเทศ กอบกู้ฟื้นฟูเศรษฐกิจ และร่างรัฐธรรมนูญใหม่ภายใน 2 ปี

กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ เพราะการรัฐประหารสองครั้งล่าสุด คือปี 2549 และ 2557 อาทิตย์มีแนวโน้มเห็นด้วย แต่ท่ามกลางข่าวลือรัฐประหาร ช่วงรัฐบาลประยุทธ์ อาทิตย์พยายามผ่าทางตัน ไล่ประยุทธ์ลาออก เสนอนายกฯ คนนอก เพื่อไม่ให้มีรัฐประหาร

ในอีกแง่หนึ่ง การที่อาทิตย์เสนอแบบนี้ สะท้อนว่าความชอบธรรมรัฐบาลมีปัญหาแล้ว เป็นการการันตีที่ทำกันมาคือ “เสียของ” นั่นเอง

บทความก่อนหน้านี้ผ่าคดีฟาร์มไก่ปารีณา รุกป่าบาน! ? ป.ป.ช.ฟัน 2 ข้อหาหนัก เอาผิดแจ้งทรัพย์สินเท็จ เอ๋ยันไม่ผิด-ฮึ่มฟ้องกลับ
บทความถัดไปสูตรสำเร็จในชีวิตตามหลักพระพุทธศาสนา : สันโดษ