ธงทอง จันทรางศุ | “กรวย” วางเบียด

ธงทอง จันทรางศุ

ผมเชื่อว่าในชีวิตของท่านทั้งหลายย่อมเคยได้ยินคำว่าพานธูปเทียนแพ หรือบางทีก็เรียกว่าพานดอกไม้ธูปเทียนแพกันมาบ่อยครั้งพอสมควรแล้ว

ยิ่งถ้าอยู่ในเกณฑ์อายุมากเช่นผมแล้ว ถ้อยคำเช่นนี้ย่อมผ่านเข้ามาในชีวิตหลายวาระโอกาสเป็นธรรมดา

ก่อนจะพูดคุยลงรายละเอียดลึกไปกว่านี้ เรามาขึ้นต้นกันเสียก่อนว่า การบูชาหรือการแสดงความเคารพนับถือตามธรรมเนียมไทยเรานั้น นอกจากแสดงออกด้วยการกระทำทางกิริยาอาการ เช่น การไหว้ การกราบแล้ว

สิ่งของที่ใช้เพื่อมอบให้แก่ผู้ที่เราเคารพบูชาหรือสิ่งที่เราเคารพสักการะ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวันของเราอยู่เสมอ

กล่าวโดยรวมแล้ว เครื่องบูชาของไทยเราย่อมประกอบไปด้วยดอกไม้ ธูปและเทียนเป็นหลักสำคัญ

ไม่ต้องดูอื่นไกล เวลาที่คนไทยจัดโต๊ะหมู่บูชาเพื่อประดิษฐานพระพุทธรูปเป็นประธานในพิธีการต่างๆ หรือแม้แต่จัดเครื่องบูชาสักการะไว้ประจำด้านหน้าพระพุทธรูปที่อยู่ตามบ้านเรือนของเรา เครื่องบูชานั้นก็ไม่พ้นไปจากของสามอย่างที่ได้กล่าวมาแล้ว

ส่วนจะจัดให้สวยงามเหมาะสมอย่างไรก็แล้วแต่ความตั้งใจและความเห็นดีเห็นงามของท่านผู้เป็นเจ้าของงานเจ้าของสถานที่

เช่น ดอกไม้ก็อาจจัดลงแจกัน หรือปักเป็นพุ่ม ดอกไม้นั้นจะใช้ดอกไม้สดหรือดอกไม้แห้งก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด

ถ้ามีกำลังศรัทธาจะจัดเป็นดอกไม้สดให้งดงามเสมอไปทุกวันก็จงทำให้ประณีตงดงามเถิด แต่ถ้าจะจัดเป็นดอกไม้แห้ง ดอกไม้ประดิษฐ์ หรือผสมส่วนกันมีทั้งสองอย่างคือ พุ่มดอกไม้เป็นพุ่มดอกไม้แห้ง แล้วจัดแจกันดอกไม้สดเข้าเสริมความงดงาม ก็ทำได้ทั้งนั้น

ส่วนธูปเทียนนั้น ตามบ้านช่องของเรานิยมว่ามีเทียนอยู่บนเชิงเทียนคู่หนึ่ง และมีกระถางธูปหนึ่งกระถางสำหรับปักธูปเมื่อบูชาสักการะพระรัตนตรัยเสร็จเรียบร้อยแล้ว

แค่นี้ก็พอเพียงงดงามแล้ว

หลักที่ว่าเครื่องบูชาอย่างไทยของเราประกอบด้วยดอกไม้ธูปและเทียนนี้ ตามตำราท่านกล่าวว่า ถ้าจะให้ครบเครื่องเต็มยศจริงๆ ก็ต้องเพิ่มอีกอย่างหนึ่งเข้าไปด้วยนั่นคือข้าวตอก

พอจะคุ้นหูกับคำว่า “ข้าวตอกดอกไม้” กันแล้วใช่ไหมครับ

พยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าเครื่องบูชาที่จัดเต็มแบบโบราณยังคงใช้งานอยู่แม้จนทุกวันนี้ก็เช่น เครื่องนมัสการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหรือสมเด็จพระบรมวงศ์ทั้งหลายทรงจุดบูชาพระรัตนตรัยในงานพระราชพิธีหรือพิธีสำคัญต่างๆ ที่เรียกว่าเครื่องนมัสการทองทิศ เราจะเห็นได้ว่าเครื่องนมัสการนั้นประกอบด้วย พุ่มดอกไม้สดห้าพาน พุ่มข้าวตอกห้าพาน เทียนห้าเล่ม และธูปไม้ระกำห้าเล่ม เรียงแถวซ้อนหน้าหลังกันอยู่

เวลาดูข่าวในพระราชสำนักที่เห็นเป็นพุ่มสีขาวนั่นแหละครับคือพุ่มข้าวตอก ไม่ใช่ดอกไม้สีขาวอะไรหรอกนะครับ

เอาละ ก่อนที่เรื่องจะหยุดยาวไปไหนไกลเรากลับมาพูดถึงเรื่องพานธูปเทียนแพของเราดีกว่า

การจัดดอกไม้ธูปและเทียนเข้าเป็นชุดเพื่อใช้เป็นเครื่องสักการบูชาตามขนบของไทยเรา สามารถจัดได้หลายลักษณะ เช่น เครื่องบูชาชุดที่เราเรียกว่าเครื่องทองน้อย ก็ไม่พ้นไปจากหลักที่เราว่ามาแล้ว กล่าวคือ เป็นเครื่องบูชาที่จัดวางบนพาน ประกอบด้วยพุ่มดอกไม้ขนาดเล็กสามพุ่มจะวางบนภาชนะขนาดเหมาะกับการใช้สอย แล้วมีเชิงธูปหนึ่ง เชิงเทียนหนึ่ง ประกอบกันเข้าเป็นหนึ่งสำรับ

ธูปที่พูดมาตั้งแต่ต้นจนบัดนี้เป็นธูปของไทยเราที่เรียกว่าธูปไม้ระกำ ซึ่งพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายว่า ธูปที่ใช้ไม้ระกำเป็นแกน ไม้ระกำนั้นเหลาให้มีทรงและขนาดเท่ากันกับเทียน เวลาวางตั้งไว้คู่กันในเครื่องทองน้อยก็ดี หรือเรียงแถวขนานกันในเครื่องนมัสการทองทิศก็ดี จะมีความสมดุล แลดูเป็นระเบียบสวยงามดี

คราวนี้ถึงธูปเทียนแพของเราครับ

เครื่องบูชาที่เรียกว่าธูปเทียนแพนี้ จัดให้มีธูปไม้ระกำดังว่ามาแล้วสิบเล่มและเทียนสิบเล่มวางอยู่บนพานใบหนึ่ง ทั้งธูปและเทียน แต่ละอย่างซ้อนเป็นสองแถว แถวละห้าเล่ม วางธูปอยู่ตอนบนและเทียนอยู่ตอนล่าง เพื่อมัดหรือตรึงไม่ให้ธูปเทียนที่ซ้อนกันเป็นสี่แถวอย่างนี้พลัดพรากจากกัน นิยมใช้ริบบิ้นหรือมาลัยดอกไม้รัดตอนหัวตอนท้ายของธูปและเทียน สำหรับคุมให้อยู่ในระเบียบวินัยตลอดไป

ลักษณะการวางธูปและเทียนซ้อนกันเช่นนี้ ท่านผู้ใหญ่แต่โบราณท่านเรียกว่าแพ คำเดียวกันกับเรือนแพ หรือคำว่าแพลูกบวบ แพไม้ไผ่ นั้นแล

ผมเคยได้ยินอยู่เหมือนกันนะครับว่า บางท่านไม่เคยเห็นตัวสะกดของคำนี้ในภาษาเขียนมาก่อน ตอนที่ได้ยินชื่อมาก็จับความไม่ได้ถนัด ว่าเครื่องนมัสการแบบนี้เรียกว่าอะไรกันแน่ จึงเพี้ยนไปเรียกว่าพานธูปเทียนแพรก็มี

ร.เรือ อยู่ดีๆ ก็โผล่มาโดยไร้เหตุไร้ผล ต้องโห่ไล่ให้กลับออกไปทันใดนั้นเชียว

ธูปก็มีแล้ว เทียนก็มีแล้ว จะขาดดอกไม้ไปได้อย่างไร

เครื่องบูชาสักการะชุดนี้โบราณท่านจัดให้มีกระทงเย็บด้วยใบตองหนึ่งใบ วางซ้อนอยู่ข้างบนของธูปเทียนแพ กระทงใบตองนี้บรรจุดอกไม้สด จะเป็นดอกอะไรก็ได้ครับ หลายท่านนิยมดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม เช่น จำปา กุหลาบ กระทงใบตองดังกล่าวมีกรวยที่ทำจากใบตองเช่นเดียวกันปิดอยู่

ความมุ่งหมายของกรวยนั้น เพื่อทำหน้าที่ห่อหุ้มดูแลรักษามิให้ดอกไม้ที่อยู่ในกระทงเหี่ยวเฉาไปก่อนเวลาอันสมควร ที่จะนำขึ้นถวาย ส่งมอบหรือวางถวาย

ความนิยมที่เป็นมาแต่ดั้งเดิมจึงไม่นิยมที่จะเปิดกรวยก่อนเวลานานเกินควร จนเมื่อได้เวลาจะนำพานดอกไม้ธูปเทียนนั้นขึ้นถวายหรือส่งมอบ ผู้เป็นเจ้าของผ่านดอกไม้ธูปเทียนจึงเปิดฝากรวยกระทงออก แล้วยกแต่พานดอกไม้ธูปเทียนนั้นถวายหรือส่งให้กับผู้ที่เราตั้งใจจะบูชาสักการะ

กรวยนั้นเมื่อเปิดแล้ว ก็เป็นอันว่าหมดหน้าที่และไม่มีการใช้สอยอีกต่อไป แต่เดิมมาท่านก็นำไปทิ้งไปเก็บเสียให้พ้นตา ผมเคยอุปมาอุปไมยว่า กรวยใบตองนี้ คือถุงกระดาษที่เราใส่เครื่องบูชามานั่นเอง เมื่อนำเครื่องบูชาออกถวายหรือส่งมอบแล้ว ถุงกระดาษจะไปไหนก็ได้ ถือว่าจบงาน จบหน้าที่แล้ว

กรวยนั้นไม่ใช่ส่วนหนึ่งของเครื่องสักการะ

ถ้าเป็นพานดอกไม้ธูปเทียนแพที่ใช้ดอกไม้สด ผมก็ยังพบเห็นว่าการปฏิบัติเรื่องนี้ดูจะไม่มีปัญหา ผู้คนยังรักษาแนวทางที่ทำมาแต่ครั้งปู่ย่าตายายเอาไว้ได้ ผู้น้อยส่งมอบพานดอกไม้ธูปเทียนแล้ว ผู้ใหญ่รับไว้เป็นอันจบเรื่อง

ส่วนใครจะนำกรวยไปทำอะไรก็ไม่ใช่เรื่องที่จะมีใครสนใจอีกต่อไป

ปัญหามาเกิดขึ้นในชั้นหลังที่เกิดมีความนิยมทำพานดอกไม้ธูปเทียนแพเป็นของแห้ง จะเรียกว่าทำเป็นการจำลองหรือทำเทียมก็เห็นจะได้ ธูปเทียนนั้นใช้ของจริงอยู่ครับ แต่กระทงดอกไม้ตลอดไปจนถึงดอกไม้ที่อยู่ข้างในกระทงและกรวยที่ปิดคลุมดอกไม้ ร้านค้ามักใช้ผ้าเย็บเป็นกระทงเป็นดอกไม้เป็นกรวย เพราะเมื่อทำแบบนี้แล้วใครซื้อไปใช้ก็สามารถใช้หมุนเวียนหรือวางอยู่กับที่ได้แรมเดือนแรมปี

เป็นการประหยัดสตางค์ได้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่เศรษฐกิจติดลบแบบนี้

พานธูปเทียนแพที่ร้านค้าทำขาย มักมีความเข้าใจผิดว่าฝากรวยนั้นเป็นของสลักสำคัญ เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องบูชาที่จะขาดเสียมิได้

ผมจึงเห็นชุดพานธูปเทียนแพที่เป็นของแห้งซึ่งวางขายอยู่ตามร้านรวงทั้งหลาย มีธูปเทียนแพวางซ้อนกันถูกต้อง มีกระทงดอกไม้วางอยู่ข้างบน เป็นกระทงที่เปิดกรวยแล้ว มองเห็นดอกไม้อยู่ในกระทง

แต่ที่เห็นเป็นของประหลาดคือ กรวยซึ่งควรหมดหน้าที่แล้ว (เพราะตามท้องเรื่องได้เปิดกรวยออกจนเห็นดอกไม้ข้างในแล้ว) ก็ยังไม่หนีไปไหน หากแต่วางเบียดอยู่บนพานนั่นเอง

ที่ว่า “วางเบียด” นั้น ผมหมายความว่า ตำแหน่งวางของธูปเทียนแพและกระทงดอกไม้ควรจะอยู่ที่กึ่งกลางของพาน จึงจะเป็นตำแหน่งที่ถูกต้องและมีความสวยงามสมดุลสมมาตร แต่เมื่อกรวยกระทงเกิดจะต้องมาอยู่ร่วมพื้นที่กันด้วย ทุกอย่างจึงประดักประเดิดไปหมด

ธูปเทียนแพก็ต้องขยับไปอยู่ริมพานจนเกือบจะตกจากพานอยู่รอมร่อ

แล้วมีกรวยมาเสนอหน้า เทียมบ่าเทียมไหล่อยู่บนพาน

เข้าตำรา “สลึงพยายามจะบังบาท” อย่างไรก็ไม่รู้

เรื่องนี้ผมเคยออกปากกับผู้คุ้นเคยมาหลายรอบแล้ว แต่ไม่เคยร้องดังๆ ในที่สาธารณะสักที

วันนี้ได้โอกาสแล้วก็เลยร้องขึ้นในที่นี้ครับ

ใครช่วยซื้อมติชนสุดสัปดาห์เล่มนี้ไปให้ร้านขายของจำพวกนี้อ่านทีเถิด

นึกเสียว่าทำบุญกับคนช่างหงุดหงิดแบบผม จะได้สบายตาสบายใจเสียที

ทำบุญกับผมนี้กุศลแรงนะครับ จะบอกให้

พานธูปเทียนแพที่เป็นของประดิษฐ์ ไม่พึงนำกรวยไปวางเบียดอยู่บนพาน ด้วยเหตุผลดังว่ามาข้างต้น

จบข่าว


กว่า 12 ปี ของการจัดงาน Healthcare เครือมติชนร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ได้ส่งต่อความรู้และให้บริการสุขภาพแก่คนไทยในทุกมิติ ทั้งการป้องกัน ดูแล และรักษา โดยเฉพาะการบริการตรวจสุขภาพฟรีจากสถานพยาบาลชั้นนำ เวิร์กชอป ให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพ รวมถึงการยกระดับเวทีเสวนาให้เป็น “Health Forum” เปิดเวทีให้แพทย์ และ Speaker ระดับประเทศ มาร่วมพูดคุยถึงแนวทางการป้องกัน การรักษา และนำเสนอนวัตกรรมทางการแพทย์ รวมถึงเรื่องราวสุขภาพในแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่จะมาให้อัปเดตตลอด 4 วันของการจัดงาน เดินทางสะดวกโดยทางด่วนและ MRT ลงสถานีสามย่าน ทางออกที่ 2
ลงทะเบียนเข้างานฟรี มีต้นไม้แจกด้วยนะ (จำนวนจำกัด)

บทความก่อนหน้านี้‘ธัญวัจน์’ ชี้ ต้องแก้นิยาม ‘กระทำชำเรา’ ขยายถึงบุคคลข้ามเพศ
บทความถัดไป‘ลูกบิ๊กตู่’ ส่งทนายเอาผิดเกรียนคีย์บอร์ดเผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จ ทำเสียหาย