วิถีแห่งกลยุทธ์ เหมยฉางซู / เสถียร จันทิมาธร /ทำไมจึงต้องเลือก ซิ่งกั๋วกง (60)

เสถียร จันทิมาธร

วิถีแห่งกลยุทธ์ เหมยฉางซู/เสถียร จันทิมาธร

ทำไมจึงต้องเลือก ซิ่งกั๋วกง (60)

 

เพียงได้ยินคำเตือนของเหมยฉางซูที่ว่า “แม้องค์ชายมีอำนาจยิ่งใหญ่เทียมฟ้า แต่ภายใต้แผ่นดินต้าเหลียงนี้ยังมีคนผู้หนึ่งซึ่งองค์ชายไม่อาจเป็นศัตรูด้วยอย่างเด็ดขาด นั่นก็คือองค์พระจักรพรรดิ พระบิดาของท่าน”

อวี้หวังลุกพรวด “ข้าไหนเลยคิดเป็นศัตรูกับเสด็จพ่อ”

“เช่นนั้นองค์ชายเข้าใจว่า คดีรุกล้ำที่ดินนี้เป็นผู้ใดต้องการให้มีการไต่สวน เป็นรัชทายาทรึ เป็นจิ้งหวังรึ ล้วนไม่ใช่ แต่เป็นฝ่าบาท

ฝ่าบาททรงมอบหมายให้จิ้งหวังเป็นหัวหน้าคณะไต่สวนคดีนี้ นั่นเพื่ออันใดหรือ ถ้าไม่ใช่เพราะทรงต้องการใช้คดีนี้เป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู

ท่านกับรัชทายาทเพียงสนใจแต่เรื่องแก่งแย่งบัลลังก์ แต่สำหรับองค์จักรพรรดิแล้วพระองค์ยังทรงต้องการบริหารราชการแผ่นดิน พระองค์สามารถทนดูพวกท่านห้ำหั่นกันไปมาแต่พระองค์จะไม่ทรงอดกลั้นที่พวกท่านขัดขวางการดำเนินนโยบายปกครองบ้านเมือง

ขณะที่พระองค์ทรงตัดสินพระทัยให้จิ้งหวังเป็นผู้ไต่สวนในพระทัยของพระองค์ได้มีบทสรุปไว้ล่วงหน้าก่อนแล้ว หากเป็นเพราะการสอดมือขององค์ชายทำลายซึ่งพระประสงค์เดิมของพระองค์จนสิ้น เช่นนี้คนที่เดือดดาลที่สุดจะเป็นใคร

รักษาซิ่งกั๋วกงไว้ได้คนหนึ่ง แต่กลับสูญเสียความไว้วางพระทัยจากองค์จักรพรรดิ ท่านลองชั่งน้ำหนักเอาเองก็แล้วกัน”

 

ได้ยินมาถึงตรงนี้ อวี้หวังถึงกับหลั่งเหงื่อเย็นยะเยียบท่วมศีรษะ นิ่งอึ้งไปพักใหญ่ พลันยื่นมือคว้าถ้วยชาบนโต๊ะกรอกลงปากอย่างรวดเร็ว

“องค์ชาย” เหมยฉางซูยังคงกัดไม่ยอมปล่อย

“ซิ่งกั๋วกงไม่อาจรักษาไว้ได้แล้ว ท่านต้องเข้าใจในจุดนี้ก่อน” ความน่าสนใจสำหรับอวี้หวังก็คือบทสรุปที่ว่า “ซิ่งกั๋วกงไม่อาจรักษาไว้ได้แล้ว” เนื่องจากประโยคนี้มิใช่เหมยฉางซูกล่าวเป็นคนแรก หากที่ปรึกษาในจวนอวี้หวังหลายคนก็กล่าวเหมือนกัน

แต่ในสถานการณ์นี้คำพูดของเหมยฉางซูเหมือนกับเป็นการตอกตะปูปิดฝาโลง

ที่ว่าซิ่งกั๋วกงไม่อาจรักษาไว้ได้ ไม่ใช่เพราะยากที่จะรักษาไว้ หากแต่เป็นเพราะไม่อาจยื่นมือไปรักษาโดยสิ้นเชิง

“ไห่เยี่ยน” เห็นว่า อวี้หวังต่างจากรัชทายาทตรงที่เป็นคนรู้จักจำแนกแยกแยะ

ดังนั้น เมื่อเหมยฉางซูสะกิดด้วยคำพูดก็แจ่มแจ้งโดยพลัน ความรู้สึกลิงโลดก่อนหน้านี้หายวับไปภายในพริบตา

เปลี่ยนเป็นหนักอึ้ง

 

สําหรับอวี้หวังแม้มิได้คบหาอย่างลึ้กซึ้งกับซิ่งกั๋วกง แต่ซิ่งกั๋วกงกลับเป็นคนเดียวในฝ่ายทหารที่แสดงออกอย่างเปิดเผยว่าสนับสนุนอวี้หวัง ขณะเดียวกันฐานะของคนผู้นี้ยังสามารถเรียกรวมพลบรรดาสหายเก่าแก่ได้อีกจำนวนหนึ่ง จึงนับเป็นทรัพยากรล้ำค่า

หากเป็นเมื่อก่อน แม้ต้องสูญเสียขุมกำลังส่วนนี้ก็ยังพอกล้ำกลืนฝืนทน แต่พอได้รับรายงานลับจากฉินปันรั่วว่าเซี่ยอวี้เป็นคนของรัชทายาทแน่นอนแล้ว

กลับยิ่งรู้สึกถึงความสำคัญของซิ่งกั๋วกงขึ้นมาอีกครั้ง

ระบบการปกครองของต้าเหลียง อำนาจฝ่ายทหารและพลเรือนแยกจากกันอย่างชัดเจน นอกจากเชื้อพระวงศ์แล้วขุนนางฝ่ายพลเรือนไม่อาจขึ้นสู่ตำแหน่งโหว ขุนนางฝ่ายทหารไม่อาจก้าวก่ายการปกครอง ขุนนางต่ำกว่าชั้นหนึ่งลงมาไม่อาจควบตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายทหารและพลเรือน

การเลื่อนตำแหน่งของฝ่ายพลเรือนสามารถอาศัยการสอบ ทั้งสามารถอาศัยการสนับสนุนจากองค์จักรพรรดิหรือหัวหน้าเบื้องบน

ขณะที่การเลื่อนชั้นยศของฝ่ายทหารจำเป็นต้องสร้างผลงานด้านการทหารเท่านั้น ไม่อาจพึ่งพาความโปรดปรานจากองค์จักรพรรดิ และเนื่องจากกฎระเบียบที่สืบทอดต่อกันมาเช่นนี้นั่นเองทำให้ขุนนางฝ่ายทหารโดยส่วนใหญ่ไม่ใคร่ให้ความสนใจต่อการแก่งแย่งชิงบัลลังก์นัก

เพราะต่อให้สุ่มเสี่ยงสนับสนุนถูกคนก็ตาม หากไม่มีผลงานการรบที่เห็นได้ชัดยังคงไม่อาจเลื่อนตำแหน่งอยู่ดี

นับเป็นการค้าที่ไม่คุ้มค่าอย่างยิ่ง มิสู้อยู่นิ่งๆ เป็นจิ้งจกเกาะกำแพงชมดูเหตุการณ์

มีเพียงหนทางเดียวคือสร้างผลงานอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งได้เลื่อนขึ้นเป็นขุนนางชั้นหนึ่ง บรรดาศักดิ์ชั้นโหวแล้วจึงหลุดพ้นจากข้อจำกัดข้างต้น ไม่ว่าเวลาใดก็สามารถได้รับการปรับเลื่อนยศตำแหน่งจากองค์จักรพรรดิ สร้างเกียรติประวัติให้แก่วงศ์ตระกูลสืบไป

หากกล่าวไปแล้วในเวลานี้แผ่นดินต้าเหลียงขุนนางฝ่ายทหารที่มีคุณสมบัติเช่นนี้มีเพียง 5 คนเท่านั้น

 

มองจากมุมของอวี้หวัง มองจากสภาพความเป็นจริงที่ดำรงอยู่ในแผ่นดินต้าเหลียง ทิศทางความโน้มเอียงของขุนนางทั้ง 5 คนนี้

เท่ากับเป็นตัวแทนความคิดของขุนนางฝ่ายทหารโดยส่วนใหญ่

หากพิจารณาจากสภาพการณ์ ในบรรดาคนทั้ง 5 นอกจากซิ่งกั๋วกงที่สนับสนุนอวี้หวังอย่างโจ่งแจ้งแล้ว หนิงกัวโหวที่สนับสนุนรัชทายาทอย่างลับๆ

อีก 3 คนที่เหลือคล้ายว่าวางตัวเฉยเมยไม่ข้องเกี่ยว

กว่า 12 ปี ของการจัดงาน Healthcare เครือมติชนร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ได้ส่งต่อความรู้และให้บริการสุขภาพแก่คนไทยในทุกมิติ ทั้งการป้องกัน ดูแล และรักษา โดยเฉพาะการบริการตรวจสุขภาพฟรีจากสถานพยาบาลชั้นนำ เวิร์กชอป ให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพ รวมถึงการยกระดับเวทีเสวนาให้เป็น “Health Forum” เปิดเวทีให้แพทย์ และ Speaker ระดับประเทศ มาร่วมพูดคุยถึงแนวทางการป้องกัน การรักษา และนำเสนอนวัตกรรมทางการแพทย์ รวมถึงเรื่องราวสุขภาพในแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่จะมาให้อัปเดตตลอด 4 วันของการจัดงาน เดินทางสะดวกโดยทางด่วนและ MRT ลงสถานีสามย่าน ทางออกที่ 2
ลงทะเบียนเข้างานฟรี มีต้นไม้แจกด้วยนะ (จำนวนจำกัด)

บทความก่อนหน้านี้เดินตามดาว โดย ปุสาคโม ประจำวันที่ 7-13 กันยายน 2563
บทความถัดไปเชิงบันไดทำเนียบ : เมื่อ ‘จันทร์โอชา’ ไร้ ‘ดาวฉาย’