ฉัตรสุมาลย์ : การค้ามนุษย์

ฉัตรสุมาลย์ กบิลสิงห์

เป็นหัวข้อการประชุมที่ทางศาสนาคริสต์สนใจ และมีการเข้ามาถ่ายทำของคลิปสั้นๆ สั้นมากค่ะ 45 วินาที โดยให้ภิกษุณีพูดในเนื้อหาเกี่ยวกับยุติการค้ามนุษย์ พูดอะไรก็ได้ แต่ต้องมีประโยคว่า “ขอสนับสนุนการยุติการค้ามนุษย์ทุกรูปแบบ เพราะ…” คลิปนี้จะได้นำเสนอในที่ประชุมสหประชาชาติในช่วงเดือนกรกฎาคม 2563 ด้วย

ซิสเตอร์ที่นำคณะเข้ามาทำงานด้วยกัน เคยทำงานกับภิกษุณีธัมมนันทาก่อนหน้านี้ โดยเคยเดินทางไปประชุมระหว่างภิกษุณีในพุทธศาสนาและซิสเตอร์ในศาสนาคริสต์จาก 25 ประเทศ ที่ไต้หวัน เมื่อสองปีก่อน การที่เคยทำงานร่วมกัน เป็นสื่อสัมพันธ์ที่ดี

ทางวัตรทรงธรรมกัลยาณีเป็นภิกษุณีอารามที่เปิดกว้างพร้อมที่จะพูดคุยกับเพื่อนต่างศาสนาเสมอ โดยความเข้าใจพื้นฐานร่วมกันว่า ทุกศาสนาสอนศาสนิกชนให้เป็นคนดีทั้งสิ้น

ครั้งนี้ก็เช่นกันเป็นการทำงานร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง พื้นที่การประชุมจัดที่บ้านผู้หว่าน อ.สามพราน จ.นครปฐม

แต่จะมีช่วงหนึ่งที่ซิสเตอร์จากหลากหลายคณะอยากมาเยี่ยม และมาภาวนาร่วมกันกับภิกษุณีสงฆ์ในพุทธศาสนาที่วัตรทรงธรรมกัลยาณีด้วย

 

จากการศึกษาวิจัยและเก็บข้อมูลจากสหประชาชาติในหัวข้อเรื่องนี้ ผู้เขียนมีสถิติของปี 2014 พบตัวเลขที่น่าตกใจ ว่า เป็นการค้าผู้หญิงเพื่อประโยชน์ทางกาม สูงถึง 53 เปอร์เซ็นต์ ค้ามนุษย์เพื่อใช้แรงงาน 40 เปอร์เซ็นต์ เพื่อใช้อวัยวะบางส่วน 0.3 เปอร์เซ็นต์ และอื่นๆ อีก 7 เปอร์เซ็นต์

ในเรื่องการละเมิดทางเพศนี้ หลายปีก่อน ผู้เขียนเองเคยได้รับทราบข้อมูลว่า เป็นเด็กผู้ชายก็มี โดยเฉพาะในงานวิจัยเรื่องผู้ชายที่มีพฤติกรรมชอบเสพกามกับเด็กชาย ตัวเลขจากศรีลังกานำหน้าประเทศอื่น

แต่ในการเก็บข้อมูลจากหลากหลายประเทศ ปรากฏว่า การค้ามนุษย์นี้ไม่เจาะจงเฉพาะประเทศที่กำลังพัฒนา แม้ในประเทศที่พัฒนาแล้วก็มีตัวเลขที่ผู้หญิงตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์เช่นกัน

บ่อยครั้งที่เราพบตัวเลขของการค้ามนุษย์ว่าเป็นกรณีที่สมยอม หรือยินยอม ตรงนี้ก็ต้องศึกษาไปถึงขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติด้วย

ในขั้นตอน กระบวนการนั้น มีตั้งแต่บังคับจากความบีบคั้นทางเศรษฐกิจ บิดา-มารดาเป็นหนี้เป็นสิน ไม่สามารถหาเงินมาใช้ เจ้าหนี้จึงบีบบังคับให้ส่งตัวลูก ซึ่งมักจะเป็นลูกสาวให้ไปทำงานใช้หนี้แทนบิดา-มารดา

หากไปชมพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งที่ศาลายา จะเห็นหุ่นขี้ผึ้งชุดที่แสดงว่า บิดาเสียพนันในโรงบ่อน และต้องนำตัวภรรยาและบุตรมาใช้หนี้ กลายเป็นทาสขัดดอก จนกว่าพ่อจะหาเงินมาใช้เจ้าหนี้ได้ แน่นอนที่สุดในภาวะของทาส ต้องรับใช้เจ้านายทุกอย่าง จนกระทั่งการให้บริการทางเพศ

เรื่องราวเช่นนั้น เป็นจริงในสมัยที่ไทยยังมีระบบทาสที่เพิ่งมายกเลิกในสมัยล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 แต่เรื่องราวเช่นนั้น ก็ยังเป็นจริงในสมัยปัจจุบัน แต่เปลี่ยนคำเรียกเสียใหม่

เมื่อท่านธัมมนันทาไปสิงคโปร์ มีโอกาสไปเยี่ยมวัดวัดหนึ่งในช่วงค่ำ บรรยากาศรอบวัดนั้น เป็นบาร์และร้านเหล้า มีหญิงขายบริการที่เดินหาลูกค้าตามท้องถนนอย่างเปิดเผย ในบรรดาหญิงเหล่านั้น ชัดเจนว่าบางคนเป็นชาวตะวันตก ทราบจากเจ้าภาพว่า ผู้หญิงหลายคนจากรัสเซียนิยมไปหาเงินที่นั่น

ยืนยันว่าธุรกิจเช่นนี้ ไม่จำเพาะชาวเอเชียเท่านั้น

 

ในพุทธศาสนามองเรื่องการค้ามนุษย์อย่างไร พุทธศาสนามีทีท่าที่ชัดเจนว่า ไม่สนับสนุนการค้ามนุษย์ ในบรรดาอาชีพต้องห้ามที่ไม่นับว่าเป็นสัมมาอาชีวะ หรืออาชีพสุจริตนั้น ห้ามมิให้ค้ามนุษย์ ค้าอาวุธ ค้ายาพิษ ฯลฯ ทั้งหมดทั้งมวล คือไม่สนับสนุนการทำลายชีวิต ทั้งในแง่ของการฆ่าให้ตายจริงๆ และการทำลายศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

พุทธศาสนาให้ความสำคัญต่อชีวิตหมายรวมไปถึงสรรพชีวิต นั่นคือชีวิตของสัตว์ด้วย แต่ชีวิตมนุษย์นั้นมีค่ายิ่งนัก เพราะการที่จะบรรลุเป้าหมายสูงสุดของการเป็นชาวพุทธ คือแจ้งในพุทธะนั้น ต้องมีกายเป็นมนุษย์

การที่เกิดมามีร่างกายเป็นมนุษย์จึงเป็นสิ่งที่มีค่า ควรรักษาไว้สูงสุด

น่าสนใจว่าในเรื่องการปรับอาบัติพระสงฆ์ หากทำชีวิตมนุษย์ให้ตกล่วงไป ฆ่าโดยตรงหรือโดยอ้อม แม้กระทั่งการพูดชื่นชมความตายจนเขาไปฆ่าตัวตาย ถือเป็นอาบัติหนักที่เรียกว่า ปาราชิก ขาดจากความเป็นพระทันทีที่กระทำ

สำหรับพระภิกษุสงฆ์ อาบัติข้อนี้อยู่ในหมวดแรก อาบัติปาราชิก มีเพียง 4 ข้อ

 

พุทธศาสนาเชื่อในกฎแห่งกรรม และเชื่อในการเวียนว่ายตายเกิด ที่เรียกว่า เวียนว่ายอยู่ในสังสารวัฏ นั่นคือ เวียนเกิดเวียนตาย จากภพภูมิหนึ่งไปสู่อีกภพภูมิหนึ่ง สูงขึ้น หรือต่ำลง ก็แล้วแต่กรรมที่สร้างไว้ในชาตินั้นๆ รวมทั้งกรรมสะสมที่จะส่งผลต่อไป

ผู้ที่เกิดเป็นมนุษย์แล้วในชาตินี้ หากไม่สนใจปฏิบัติตามคำสอนในพุทธศาสนา การจะไปเกิดเป็นสัตว์ในภพหน้า ดูจะมีความเป็นไปได้ง่ายกว่าที่จะไปเกิดในภพที่สูงขึ้น

เมื่อมีความเชื่อเช่นนี้ ชาวพุทธจึงไม่สนับสนุนการทำลายชีวิต เห็นได้ชัดในภาคปฏิบัติ ตั้งแต่ศีลข้อแรก คือการไม่ละเมิดชีวิต

จึงถือได้ว่า พุทธศาสนาจะไม่สนับสนุนการค้ามนุษย์อย่างชัดเจน ไม่ว่าในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น

แต่ที่น่าสนใจในสิกขาบทของพระภิกษุและภิกษุณีนั้น ให้ค่าชีวิตมนุษย์และสัตว์ต่างกัน หากพระภิกษุหรือภิกษุณีฆ่ามนุษย์ ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม มีความผิดมหันต์ คือขาดจากความเป็นพระทันทีที่กระทำ ความผิดในหมวดนี้เรียกว่า ปาราชิก

ในทางกลับกันหากฆ่าสัตว์ ในเรื่องที่ยกขึ้นมาประกอบนี้ เป็นเรื่องพระภิกษุที่รำคาญนก ท่านใช้ก้อนหินยิงนกตาย แล้วเอามาเรียงกันไว้อวดด้วยซ้ำ ในกรณีนี้ ถูกปรับอาบัติเบา ต่างจากหากฆ่ามนุษย์

ในบริบทของพระภิกษุและภิกษุณี ห้ามการรับทาส และจะไม่บวชให้แก่ผู้ที่เป็นทาส แต่หากทาสเข้ามาบวชได้ในกรณีที่เจ้าของให้บวช นั่นคือ ให้ความเป็นอิสระแก่ทาสนั้นๆ

ในกรณีการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะค้าผู้หญิงนี้ มีประเด็นที่เจ้าตัวหรือผู้เสียหายไม่ฟ้องร้องไม่ต้องการเปิดเผยตน ยิ่งทำให้กรณีการละเมิดผู้หญิงกลายเป็นมุมอับของสังคมที่รัฐไม่สามารถเข้าไปจัดการได้

 

มีประเด็นทางสังคมที่น่าสนใจที่อยากสนับสนุนให้มีการวิจัยสนับสนุนแนวคิดนี้ คือ เรื่องค่านิยมทางสังคม

สังคมไทยถูกปลูกฝังมาในเรื่องการให้ค่านิยมเรื่องพรหมจรรย์ของผู้หญิง แต่ที่น่าสนใจคือเน้นเฉพาะพรหมจรรย์ของผู้หญิง

ศึกษาในปริบทของประวัติศาสตร์ของมนุษย์ที่ผ่านมาจะเห็นว่า แท้จริงแล้วเกิดจากความกลัวของผู้ชาย เราต้องไม่ลืมความจริงที่ว่า ในยุคโบราณที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียังไม่ก้าวหน้า ยังไม่สามารถพิสูจน์ดีเอ็นเอได้ แม่เท่านั้น ที่จะยืนยันได้จริงๆ ว่า ลูกในท้องนั้น ใครเป็นพ่อ

ในประวัติศาสตร์จีนจะเห็นว่า ผู้ชายที่จะเข้าไปรับราชการในวังนั้น ต้องให้แน่ใจว่า จะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับนางสนมที่มีจำนวนมากในวัง จึงให้พนักงาน เจ้าหน้าที่ ที่เรียกว่าขันที ตัดอวัยวะเครื่องเพศหมด ไม่ใช่อะไรอื่นเลย เป็นเพราะความกลัวในประเด็นนี้ทั้งสิ้น

ในวัฒนธรรมที่ชายเป็นใหญ่ มีประเพณีที่ถือปฏิบัติกันมาว่า ผู้ชายที่มีภรรยามากเป็นการเสริมบารมี ใครๆ ที่อยากจะเข้ามาสนิทสนมกับเจ้านายหรือขุนนางเหล่านี้ ก็นิยมถวายลูกสาวให้ เมื่อผู้ชายคนหนึ่งมีบุญหนักศักดิ์ใหญ่มาก มีภรรยามาก ย่อมไม่สามารถมีความใกล้ชิดกับภรรยาเล็กภรรยาน้อยได้เท่ากันทุกคน แต่ทำอย่างไรที่จะให้แน่ใจว่า ลูกที่เกิดกับภรรยาเป็นลูกของตน

การสร้างกรอบประเพณีให้ผู้หญิงรักนวลสงวนตัว ต้องรักษาพรหมจรรย์เท่าชีวิต จึงกลายมาเป็นค่านิยมของสังคมที่ชายเป็นใหญ่ ที่จะสร้างกรอบทางสังคม โดยปลูกฝังมากับความเชื่อให้ผู้หญิง

แน่นอนที่สุด ค่านิยมดังกล่าว มีทั้งข้อดีและข้อเสีย การเน้นย้ำไปสุดขั้ว ทำให้ผู้หญิงที่ถูกละเมิดโดยที่นางไม่ได้ยินยอม กลายเป็นตราบาปที่ทำร้ายผู้หญิงไปตลอดชีวิต

 

ในประเด็นของการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะการค้าผู้หญิงในธุรกิจทางกามนั้น บ่อยครั้งผู้หญิงไม่ได้ยินยอม แต่ตกอยู่ในภาวะตกกระไดพลอยกระโจน เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ไม่พยายามที่จะออกมา เพราะความเชื่อที่มาจากค่านิยมทางสังคมที่ว่านี้

ในการทำความเข้าใจกับรากเหง้าของการค้ามนุษย์ที่กลายเป็นธุรกิจข้ามชาติไปแล้วนั้น ประเด็นหนึ่งที่ยังไม่ค่อยได้มีการพิจารณามากนัก คือเรื่องค่านิยมสังคมที่ให้ค่ากับพรหมจรรย์ของผู้หญิงไปจนเกินความเป็นจริง ทั้งที่เมื่อพิจารณาดูรากของค่านิยมนี้ ว่าอาจจะเกิดมาจากความกลัวของผู้ชายที่อยู่ในระบบชายเป็นใหญ่โดยแท้

ค่านิยมเรื่องการรักษาพรหมจรรย์ของผู้หญิงในโลกปัจจุบันอาจจะเปลี่ยนไปแล้ว แม้กระนั้น อิทธิพลของความเชื่อก็ยังทำร้ายผู้หญิงอีกจำนวนหนึ่งอยู่มาก

เป็นเรื่องที่ผู้เขียนอยากนำเสนอเปิดประเด็นออกไปสู่การศึกษาวิจัยอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น พื้นที่ทางวิชาการอาจจะเป็นสตรีศึกษา วัฒนธรรมไทย ประวัติศาสตร์วัฒนธรรม ได้ทั้งสิ้นค่ะ

บทความก่อนหน้านี้‘ภาคีศาลายา’ ยันเดินหน้าแฟลชม็อบ หลัง ม.มหิดลไม่อนุมัติ ลั่น พร้อมรับความเสี่ยง
บทความถัดไปเปิดเอกสาร ฉายตัวละครลับผู้พา “สายประสิทธิ์” มาพบ “ธนสิทธิ” เปลี่ยนผลวัดความเร็ว “คดีบอส อยู่วิทยา”