เครื่องเคียงข้างจอ / วัชระ แวววุฒินันท์ / เรื่องสมมุติ

วัชระ แวววุฒินันท์

เครื่องเคียงข้างจอ/วัชระ แวววุฒินันท์

เรื่องสมมุติ

 

ข่าวช่วงนี้ที่เป็นกระแสมาแรงแซงน้องชมพู่ไปเลยก็เห็นจะเป็นคดีขับรถชนคนตายของ “บอส-วรยุทธ อยู่วิทยา” ที่นับวันจะเป็นยิ่งกว่านิยาย

คดีน้องชมพู่ที่ว่าซับซ้อนอีนุงตุงนังและมีดราม่ามากมาย ยังต้องบอกว่า “จิ๊บจิ๊บ” เพราะเป็นดราม่าระดับชุมชนหมู่บ้าน แต่คดีของบอสนี่เป็นดราม่าระดับประเทศเลยทีเดียว

ทุกวันนี้ คนตื่นเช้ามาก็จะได้ฮือฮากับเรื่องที่ไม่น่าเชื่อหูว่าจะได้ยินก็ได้ยินเป็นระยะ

ทั้งเรื่องโคเคนจากการทำฟัน…อุแม่เจ้า แก่จนทำฟันไปไม่รู้กี่รอบ ไม่เคยรู้มาก่อนเลย นี่เราเสพโคเคนไปโดยไม่รู้ตัวมาตลอดชีวิตเลยรึเนี่ย

หรือเรื่องความเร็วรถ ที่มีหลายทฤษฎี และผลของการคำนวณก็ช่างแตกต่างกันมากมายอย่างนั้น และสำหรับความเร็วที่น้อย ก็กระไรเหลือเกินที่จะเป็น 79 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเศษอีกนิดหน่อยเพื่อไม่ให้ถึง 80 กิโลเมตร ตามกฎหมายกำหนด…บังเอิญยิ่งกว่าหนังไทยเสียอีก

ไม่พอ…ยังมีเรื่องพยานปากสำคัญคนหนึ่งที่เพิ่งโผล่มาให้การหลังเกิดเหตุการณ์ไปแล้วหลายปี ก็ดันมาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเสียนี่ เหมือนนิยายฆาตกรรมสืบสวนสอบสวนยังไงยังงั้น

นี่มันอะไรจ๊ะ…กำลังอ่านนิยายขายดีอยู่หรืออย่างไร

 

เรื่องทุกเรื่องต้องมาจากเหตุ เรื่องนี้ “เหตุ” ก็คือตัว “นายบอส” นั่นเอง

ผมก็เลยจะชวนให้มาคิดเรื่องสมมุติกันนะครับ ลองตามผมมา

สมมุติว่าถ้าเราเป็น “นายบอส” ตอนนี้ เราจะคิด จะรู้สึก และควรจะทำอย่างไรดี

บอกก่อนนะครับว่าเป็นเรื่องสมมุติกันเล่นๆ

สมมุติว่าเราซึ่งเป็นนายบอส และรู้อยู่เต็มอกว่า “เราเป็นฝ่ายถูก” เราจะรู้สึกอย่างไรตอนนี้

เราเป็นฝ่ายถูกนะ แต่ทำไมคนอื่นพลอยมาวุ่นวายเดือดร้อนไปด้วยมากมายอย่างนี้ล่ะ ถ้าเราถูกเราจะกลัวอะไร ควรต้องรีบออกมาชี้แจงแถลงไขถึงความถูกนั้นด้วยตนเอง เพื่อไม่ให้คนอื่นต้องรับผลจนโกลาหลขนาดนี้

บางคนเปรียบเปรยว่า เหมือนนายบอสขี้ใส่พัดลม จนขี้กระจายเปรอะคนไปทั่ว

ไม่สงสารเขาบ้างเลยเหรอ

ไม่สงสารตั้งแต่พ่อ-แม่เราที่ต้องเดือดเนื้อร้อนใจแน่ๆ เป็นพ่อ-แม่ใครก็ต้องทุกข์หากลูกต้องคดีความ แต่ถ้าเรา “ถูก” เราจะกลัวอะไร ต้องรีบออกมาช่วยพ่อ-แม่สิ

ไม่สงสารญาติมิตรในตระกูล ที่พลอยรับเคราะห์จากเรื่องนี้ไปด้วย จนต้องออกมาบอกกับสาธารณชนว่าไม่เกี่ยวกัน

ไม่สงสารทั้งคุณทนายความที่ต้องพยายามแก้ต่างหาทางออกให้คดีนี้เป็นผลดีที่สุด ถ้าเราถูกเราจะกลัวอะไร

ไม่สงสารทั้งตำรวจ อัยการ ที่ตอนนี้เดือดร้อนกันไปทั้งองค์กร ต่างผลัก “ขี้” กันน่าดู

ไม่สงสารสถาบันศาลที่ตอนนี้ถูกลดทอนความน่าเชื่อถือไปด้วย ทั้งๆ ที่กระบวนการตัดสินยังไปไม่ถึง เพราะเขาไม่ให้ตัดสิน เขาสั่งไม่ฟ้อง แต่ก็โดนหางเลขจากสังคมไปเต็มๆ

ไม่สงสารลุงตู่ของเราเลยเหรอ แค่ปราบโควิด กับจัดเก้าอี้ ครม. ก็ผมร่วงหน้าเหี่ยว นอนไม่หลับ ไม่รู้จะเท่าไหร่แล้ว ยังต้องสะดุ้งสะเทือนกับคดีนี้ จนต้องรีบยกการ์ดขึ้นกัน การ์ดนี้จะไม่ตกเหมือนตอนทหารอียิปต์แน่นอน เดี๋ยวจะเข้าตัวเอา

ก็เลยสงสัยตามเรื่องสมมุตินี้น่ะครับ ไม่มีอะไรหรอก

 

แต่สมมุติยังไม่จบ…

แล้วสมมุติว่า ถ้าเราเป็นนายบอสและรู้ตัวดีว่า “เราผิดจริง” เราจะทำยังไง

โอ้…กูทำผิดคนเดียว แต่ตอนนี้เสียวไส้ไปทั้งตำบล โอ้หนอ…ความผิดของกูนี่มันช่างเป็นบาปเป็นกรรมจริงๆ

เฉพาะบาปกรรมกับคู่กรณีที่ตายและครอบครัวของเขาก็หนักหนาสาหัสแล้ว ยังมาบาปกรรมกับคนอีกมากหน้าหลายตา โธ่…แล้วกรรมกูจะชดใช้หมดเมื่อไหร่เนี่ย

และที่เป็นไฟลุกโชนอยู่ในใจตอนนี้ ก็คือความรู้สึกผิดนี่เองที่มันจะเผากร่อนทำลายชีวิตลงไปเรื่อยๆ อย่างนี้จะหาความสุขได้จากที่ไหน

ต่อให้ไปหลบอยู่ประเทศไหน ดินแดนไหน ความรู้สึกนี้ก็จะตามไปฝังตัวอยู่เป็นเพื่อนด้วย

นอกเสียจากว่า “กูไม่รู้สึก” อืม…

นี่เป็นเรื่องสมมุตินะครับ อย่าเพิ่งจริงจังไป…

 

แต่เรื่องสมมุติยังไม่จบ ยังมีต่ออีก

สมมุติว่าเรื่องนี้บานปลายออกไป ด้วยความรู้สึกร่วมของประชาชนว่ากระบวนการยุติธรรมของประเทศเชื่อถือไม่ได้แล้ว รัฐบาลต้องรับผิดชอบโดยไว ต้องออกมาจัดการให้เป็นรูปธรรม ไอ้เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ เรื่องยุบสภา ยังมีคนเห็นด้วยไม่เห็นด้วย แต่เรื่องนี้คนกว่า 90% ของประเทศล้วนรู้สึกและเกิดคำถามว่า “เกิดอะไรขึ้น”

สมมุติว่าเรื่องไปไกลจนรัฐบาลเคลียร์ไม่ไหว เอาไม่อยู่ ทำความกระจ่างไม่ได้ ทีนี้ละผมว่าสังคมไม่ยอมเด็ดขาด รัฐบาลก็จะขาดความชอบธรรมอย่างแรง เพราะเดิมก็มีแผลเรื่องความเหลื่อมล้ำในความยุติธรรมและบังคับใช้กฎหมายอยู่แล้ว เจอดอกนี้เข้าไปอีก รับรองไปไม่เป็นแน่นอน

สมมุติอีกนะครับ

สมมุติว่าจากเรื่องนี้ทำให้เกิดการรื้อกระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ต้นทางยันปลายท่อ เพื่อขจัดต้นตอของปัญหาต่างๆ และทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นได้จริง ก็จะเป็นอานิสงส์เดียวที่ทำให้เรื่องนี้ “ไม่เสียของ”

หากคดีของนายบอสส่งผลให้เกิดมรรคผลดังว่าได้จริง

ก็ดูจะเป็นข้อดีข้อเดียวของการเกิดเหตุวิปริตทางคดีนี้

ถ้าสมมุติมันนำไปสู่การ “สะสาง” ได้จริง ก็ต้องพูดออกมาดังๆ ว่า

“แตงกิ้ว…บอส”

บอกก่อนนะครับ ที่อ่านมานี่ ทุกอย่างเป็นเรื่องสมมุติ คิดลมๆ แล้งๆ คนเดียว

แต่เป็นลมที่ร้อนผะผ่าว แผดเผาสังคมในยามนี้เสียนักแล้ว

สมมุตินะ บอส

บทความก่อนหน้านี้การ์ตูนที่รัก/ นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ / Asian Comics (2)
บทความถัดไป“สมพงษ์” ชี้ สังคมไทยตอนนี้ต้องการ “สติปัญญา-เหตุผล” หาทางออกให้ประเทศ