รายงานพิเศษ / จับกระแส ‘ทหารคอแดง’ กลางพายุข่าวลือถล่มโผ ทบ. เขย่าเก้าอี้ ทบ.1 5 เสือ ทบ. ลุ้นเฮือกสุดท้าย ‘บิ๊กเล็ก’ จับตาปฏิบัติการทิ้งทวน ของ ‘บิ๊กแดง’ สะเทือน ‘บิ๊กบี้’

รายงานพิเศษ

 

จับกระแส ‘ทหารคอแดง’

กลางพายุข่าวลือถล่มโผ ทบ.

เขย่าเก้าอี้ ทบ.1

5 เสือ ทบ.

ลุ้นเฮือกสุดท้าย ‘บิ๊กเล็ก’

จับตาปฏิบัติการทิ้งทวน

ของ ‘บิ๊กแดง’ สะเทือน ‘บิ๊กบี้’

 

ตราบใดที่ยังไม่มีการโปรดเกล้าฯ บัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารออกมา

ตราบนั้น ความพยายามในการต่อสู้แย่งชิงเก้าอี้ก็ยังคงมีต่อไป พร้อมๆ กับกระแสข่าวลือนานา

แต่ที่หนักที่สุดและมาแรงในโค้งสุดท้ายก็คือ บิ๊กแดง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. เสนอชื่อบิ๊กเล็ก พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รอง ผบ.ทบ. เพื่อนเตรียมทหาร 20 ขึ้นเป็น ผบ.ทบ.คนใหม่

หลังจากที่มีข่าวสะพัดว่า มีคำสั่งใหม่ออกมาว่า นายทหารในระดับ ผบ.เหล่าทัพ ทั้ง ผบ.ทหารสูงสุด ผบ.ทบ. และ ผบ.หน่วยคุมกำลังใน ทบ. ที่คุมหน่วยทหารรักษาพระองค์ ไม่มีข้อกำหนดว่าจะต้องเป็น “ทหารคอแดง” หรือนายทหารที่ผ่านการฝึกหลักสูตรทหารรักษาพระองค์ ของหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 (ฉก.ทม.รอ.904) ที่ไปฝึกอบรมกันนานถึง 3 เดือน หรือที่เรียกกันว่าต้องผ่านการท่องบท “ราชสวัสดิ์” จนขึ้นใจ อันสะท้อนความเป็นทหารที่มีความจงรักภักดี และเป็นทหารของพระราชา

จากนั้นจึงจะมีสิทธิ์แต่งเครื่องแบบ ทม.รอ.904 ที่สวมเสื้อยืดสีขาว คอกลม ขลิบสีแดงอยู่ด้านใน จึงทำให้ถูกเรียกว่าทหารคอแดง

โดยมี พล.อ.อภิรัชต์เป็นคนแรกของ ทบ. ก่อนที่จะขึ้นเป็น ผบ.ทบ.เมื่อตุลาคม 2562

พร้อมกันนั้นก็ได้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ฉก.ทม.รอ.904 คนแรก และเป็นนายทหารพิเศษประจำ ทม.รอ. คนแรกอีกด้วย

นั่นจึงทำให้บิ๊กบี้ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผช.ผบ.ทบ. และอดีต ผบ.พล.1 รอ. และแม่ทัพภาคที่ 1 นายทหารคอแดง ถูกจับตามองว่าจะเป็น ผบ.ทบ.คนต่อไป

เพราะ พล.อ.ณรงค์พันธ์เดินตามรอยเท้า พล.อ.อภิรัชต์ เพราะได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นนายทหารพิเศษประจำ ทม.รอ. เป็นคนที่ 2 ของ ทบ. และทำหน้าที่รอง ผบ.ฉก.ทม.รอ.904

พร้อมๆ กับการสร้าง tradition ใหม่ให้กองทัพ โดยเฉพาะกองทัพบก ที่ว่า นายทหารที่จะขึ้น ผบ.ทบ.ได้ ต้องเป็นทหารคอแดงเท่านั้น

จนทำให้นายทหารใน ทบ.ที่ไม่ได้เป็นทหารคอแดง ทั้งด้วยความเต็มใจ เพราะไม่ได้ไปฝึกหลักสูตรนี้ และที่พยายามอยากจะไปฝึก แต่ไม่ได้รับการคัดเลือกไปฝึก ต้องทำใจแล้วว่าจะไม่ได้ขึ้นตำแหน่งสำคัญ ทั้ง ผบ.พล.1 รอ. แม่ทัพภาคที่ 1 และ ผบ.ทบ.

แน่นอนว่าย่อมเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ หลายคนต้องเปลี่ยนเส้นทางชีวิตรับราชการ จากสายบู๊ สายคุมกำลัง มาอยู่ฝ่ายอำนวยการ หลายคนพลาดเก้าอี้แม่ทัพภาคที่ 1

รวมทั้งพลาดเก้าอี้ ผบ.ทหารสูงสุด พลันที่ พล.อ.อภิรัชต์ ส่งบิ๊กแก้ว พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ข้ามจาก ทบ.ไปเป็นเสนาธิการทหาร เพื่อเตรียมจ่อเป็น ผบ.ทหารสูงสุด

ในการโยกย้ายครั้งที่ผ่านๆ มา บิ๊กกบ พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ.ทหารสูงสุด ต้องจัดทัพไทยใหม่หมด จากที่ได้วางตัวนายทหารที่จะขึ้นเป็น ผบ.ทหารสูงสุดไว้ต่อเนื่องหลายคน ก็มีอันต้องปรับเปลี่ยนใหม่ ต้องจัดโผ แยกย้ายกันไปคนละทาง

ทั้ง พล.อ.ชูชาติ บัวขาว (ตท.20) รอง ผบ.ทหารสูงสุด ทั้งบิ๊กแขก พล.อ.นเรนทร์ สิริภูบาล (ตท.21) บิ๊กโจ้ พล.อ.ณตฐพล บุญงาม จากเจ้ากรมข่าวทหาร ต้องข้ามไปเป็นพลเอกที่กลาโหม แล้วถูกวางตัวให้ร้องเพลงรอเป็นเลขาธิการ สมช.

ทั้งนี้เพราะนายทหารรุ่นใกล้เคียงกับ พล.อ.เฉลิมพล และเกษียณก่อน 2566 ต่างก็ต้องชวด เพราะ พล.อ.เฉลิมพลเกษียณกันยายน 2566 จึงต้องมองข้ามไปถึงนายทหารที่เกษียณหลังจากนั้นไปเลย

แต่สำหรับตำแหน่ง ผบ.ทหารสูงสุดนั้น เป็นที่รับรู้กันภายในว่า ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นนายทหารคอแดง

ด้วยเพราะ พล.อ.อภิรัชต์ซึ่งเป็น ผบ.ฉก.ทม.รอ.904 ต้องการที่จะให้ พล.อ.เฉลิมพลไปสร้างความเป็นระเบียบวินัยที่ บก.ทัพไทย ที่มีเหล่าทหารบกรับราชการอยู่เป็นจำนวนมาก ให้มีความเป๊ะ แม้จะไม่ได้เป็นทหารคอแดงก็ตาม

ดูเหมือนว่า พล.อ.พรพิพัฒน์ได้พูดคุยตกลงกับ พล.อ.อภิรัชต์ไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่า เมื่อ พล.อ.เฉลิมพลเกษียณแล้ว นายทหารใน บก.ทัพไทยจะได้เติบโตกันตามปกติ ตามธรรมเนียมของทหาร โดยไม่ต้องกำหนดเฉพาะว่าต้องเป็นนายทหารคอแดง

สําหรับกองทัพไทย ดูจะไม่มีปัญหา จากการที่ พล.อ.เฉลิมพลจะขึ้นเป็น ผบ.ทหารสูงสุดคนใหม่ในโผโยกย้ายครั้งนี้

แต่ที่กองทัพบก กลับมีกระแสข่าวว่า การเลือก ผบ.ทบ. หลังจาก พล.อ.อภิรัชต์ ไม่จำเป็นต้องเป็นทหารคอแดงอีกต่อไปแล้ว

นี่เองจึงเกิดกระแสข่าวลือสะเทือนกองทัพว่า พล.อ.อภิรัชต์เสนอชื่อ พล.อ.ณัฐพลเป็น ผบ.ทบ.คนใหม่

ทั้งนี้เพราะ พล.อ.ณัฐพลมีอาวุโสสูงสุดใน ทบ. เพราะเป็นรอง ผบ.ทบ. ที่ครองอัตราจอมพล หรือที่เรียกชื่อใหม่ว่าพลเอกพิเศษมาแล้ว 2 ปี

อีกทั้งมีความรู้ความสามารถ และทำหน้าที่เสมือน ผบ.ทบ.อีกคน ในยุคที่ พล.อ.อภิรัชต์ เพื่อนร่วมรุ่น ตท.20 เป็น ผบ.ทบ.มาเกือบ 2 ปี

ที่สำคัญที่สุดคือ พล.อ.ณัฐพลเป็นน้องรักของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม

และเป็นมือทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์มาตั้งแต่ตอนเป็น ผบ.ทบ. จนมาเป็นนายกฯ ในรัฐบาล คสช. ในนามรองเลขาฯ คสช. แถมได้รับแต่งตั้งเป็น ผช.ผอ.รมน. ช่วยงาน กอ.รมน. ในฐานะที่ พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ เป็น ผอ.รมน.

แล้วก็ดึงตัวมาช่วยงาน ศบค.ในยุคโควิดที่ทำเนียบรัฐบาลในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา จนกลายเป็นนายทหารที่มีบทบาทสำคัญใน ศบค. และฝ่ายความมั่นคง สายตรงนายกฯ

แต่ทว่า พล.อ.ณัฐพลก็กลายเป็นปัญหาในการจัดโผทหารครั้งนี้ เพราะต้องหาตำแหน่งที่เหมาะสมให้

ที่สำคัญ พล.อ.ประยุทธ์ต้องตอบแทนที่ช่วยงานมาตลอดหลายปีจนปัจจุบัน

แต่ด้วยโจทย์เดิมที่ tradition ของ ทบ.เปลี่ยนไป ว่า คนที่จะขึ้นเป็น ผบ.ทบ.จะต้องเป็นนายทหารคอแดง นั่นเองจึงทำให้ พล.อ.ณัฐพลถูกตัดออกไปจากแคนดิเดต ผบ.ทบ.

มีเพียง พล.อ.ณรงค์พันธ์ นายทหารคอแดงหนึ่งเดียวใน 5 เสือ ทบ. ที่เกินมาในสายคอมแมนด์ คุมกำลังรบ เหมาะที่จะเป็น ผบ.ทบ.

ด้วยความเชื่อที่ว่า ผบ.ทบ.ต้อง “คอแดง”

แต่ทว่ากระแสข่าวสะเทือน ทบ.ก็สะพัดถึงการยกเลิกข้อกำหนดนี้

จนเป็นที่มาของข่าวที่สะพัดว่า พล.อ.อภิรัชต์เสนอชื่อ พล.อ.ณัฐพลเป็น ผบ.ทบ.

กล่าวกันว่า เป็นการเสนอตามสายการบังคับบัญชา เพราะ พล.อ.ณัฐพลอาวุโสสูงสุด และเป็นรอง ผบ.ทบ.อยู่

เพราะหากเป็นในสถานการณ์ปกติ ไม่มีเงื่อนไขเรื่องทหารคอแดงแล้ว พล.อ.ณัฐพลคือเต็งหนึ่ง ผบ.ทบ. เพราะมีอายุราชการถึงกันยายน 2564 เท่านั้น

ส่วน พล.อ.ณรงค์พันธ์เป็นรุ่นน้อง ตท.22 แถมอายุราชการถึงกันยายน 2566 ยังรอได้

แต่ตอนนี้เป็นช่วงรอยต่อที่ พล.อ.อภิรัชต์กำลังจะเกษียณ และกำลังจับตามองกันว่า ฉก.ทม.รอ.904 จะยังคงเป็นไปตามโครงสร้างเดิมหรือไม่ หลังมีการปรับเปลี่ยนตัวบุคคล

ด้วยเหตุนี้กระมัง ที่ทำให้ พล.อ.ณัฐพลยังคงมีความหวัง และหวังว่าจะมีปาฏิหาริย์

ไม่ใช่แค่เก้าอี้ ผบ.ทหารสูงสุด แต่รวมทั้งเก้าอี้ ผบ.ทบ.ด้วย

เขาจึงยืนยันว่า จะไม่ข้ามไปเป็นเลขาธิการ สมช. ที่มี พล.อ.ณตฐพล ที่ก็ต้องเปลี่ยนเส้นทางชีวิตรับราชการทหาร เพราะหลบทางให้ พล.อ.เฉลิมพลขึ้นเป็น ผบ.ทหารสูงสุด จ่อคิวอยู่

และไม่คิดจะลาออกไปเป็น รมช.กลาโหม หลังมีข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ผลักดัน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึง พล.อ.ณัฐพล ว่า กำลังพิจารณาอยู่ หลังจากที่นักข่าวถามว่าจะลงตำแหน่งไหน เพราะทำให้โผไม่ลงตัว

“คงจะต้องถามความสมัครใจเขาด้วย” พล.อ.ประยุทธ์ระบุ หากว่าจะให้ข้ามมาเป็นเลขาฯ สมช.

ฟังแบบนี้ ก็เหมือนกับว่า พล.อ.ประยุทธ์ก็กำลังคิดอยู่ว่าจะแก้ปัญหานี้ยังไง

แต่หากมีการขอยกเว้นกฎ คุณสมบัติทหารคอแดงในคราวนี้จริง พล.อ.ณัฐพลจะกลายเป็น ผบ.ทบ.ที่โตมาจากสายบุ๋น ฝ่ายอำนวยการ ไม่ใช่สายรบ สายคอมแมนด์ ที่นานๆ จะได้ขึ้นสักครั้ง เพราะ ผบ.ทบ. มักต้องมาจากนายทหารที่เคยเป็น ผบ.พล. แม่ทัพภาค

แต่ที่โตมาจากสายบุ๋นแล้วได้เป็น ผบ.ทบ. เช่น บิ๊กจิ๋ว พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ บิ๊กสุ พล.อ.สุจินดา คราประยูร พล.อ.ประมณฑ์ ผลาสินธุ์

ข้อดีประการหนึ่งของการมี “นายทหารคอแดง” คือทำให้ทหารสายวงศ์เทวัญ บูรพาพยัคฆ์ และทหารเสือราชินี ถูกลดความสำคัญลง

ไม่ใช่ฝ่ายการเมืองจะมาวางตัว ผบ.ทบ. แม่ทัพภาคที่ 1 ได้ เพราะคุณสมบัติประการสำคัญคือต้องเป็นนายทหารคอแดง ที่จะเป็นการลดการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง

“จะคอสีอะไร เหล่าอะไร ก็เป็นทหารในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่มีแบ่งแยก เพราะทหารเป็นหนึ่งเดียวกัน ภายใต้องค์จอมทัพไทย และกระทรวงกลาโหม” พล.อ.อภิรัชต์กล่าว

ส่วนการแต่งตั้งโยกย้ายนั้น ย่อมต้องเป็นไปตามความเหมาะสมในทุกๆ ด้านประกอบกัน ทั้งด้านความสามารถในการบริหาร การบังคับบัญชาหน่วย และด้านการเป็นฝ่ายอำนวยการ และฝ่ายเสนาธิการ

รวมถึงความอาวุโส และเป็นที่ยอมรับจากผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชา

แต่ท้ายที่สุด ทุกตำแหน่งต้องเป็นไปตามความเห็นชอบของ รมว.กลาโหม และนายกรัฐมนตรี

การจัดโผทหารครั้งนี้ มีการส่งสัญญาณจาก พล.อ.ประยุทธ์ให้ทำตามขั้นตอน ไม่ต้องเร่งรีบ จากที่กำหนดไว้ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา ก็เลื่อนออกไปอีก 1 สัปดาห์

แต่เหล่าทัพที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือ ทบ.

ไม่ใช่เพราะกระแสข่าวลือ เพราะมีสัญญาณยืนยันแล้วว่า พล.อ.ณรงค์พันธ์ คือ ผบ.ทบ.คนต่อไป

เพราะ พล.อ.อภิรัชต์ได้ผ่องถ่ายงานให้แล้ว รวมทั้ง พล.อ.ณรงค์พันธ์เริ่มสั่งการต่างๆ เตรียมการสำหรับการขึ้นเป็น ผบ.ทบ.แล้ว

แม้ว่าบิ๊กโต้ง พล.อ.อภินันท์ คำเพราะ เพื่อนรัก ตท.22 หัวหน้าสำนักงาน จะพลาดเก้าอี้ เสธ.ทบ.ก็ตาม แต่อย่าลืมว่า พล.อ.ณรงค์พันธ์อยู่ตั้ง 3 ปี ดังนั้น ในโผโยกย้ายปลายปีหน้า ก็สามารถแต่งตั้ง พล.อ.อภินันท์เป็น เสธ.ทบ.คู่ใจได้

แต่โผนี้ พล.อ.อภิรัชต์ต้องดันบิ๊กหน่อย พล.ท.วรเกียรติ รัตนานนท์ รอง เสธ.ทบ. เพื่อน ตท.20 ขึ้นเป็นเสธ.ทบ.ก่อน

เนื่องจาก พล.ท.วรเกียรติอยู่ในตำแหน่งหลักและเติบโตมาฝ่ายอำนวยการ

อีกทั้งขึ้นมาเป็นพลเอกในโผนี้เพราะต้องเตรียมข้ามไปเป็นปลัดกระทรวงกลาโหมในโยกย้ายปลายปี 2564 แทนบิ๊กณัฐ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ เพื่อน ตท.20 ที่จะเกษียณราชการ

กล่าวได้ว่า เป็นการดันเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 20 ขึ้นเบอร์ 1 กลาโหมเป็นคนสุดท้าย ก่อนที่ ตท.20 จะหายไปจากกองทัพ

อีกทั้งเป็นการบาลานซ์ใน 5 เสือ ทบ.ด้วย เพราะมี พล.อ.ณรงค์พันธ์เป็น ตท.22 แล้วยังคงมีบิ๊กหนุ่ย พล.ท.ธรรมนูญ วิถี (ตท.22) แม่ทัพภาคที่ 1 ที่จ่อขึ้นมาเป็นพลเอก ผช.ผบ.ทบ. ในโผนี้อีกคน

แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีกระแสข่าวลือความไม่ลงตัวของ 5 เสือ ทบ. ถึงขั้นที่จะมาเขย่าเก้าอี้ พล.ท.ธรรมนูญ ว่าจะให้ข้ามไปเป็นพลเอก ตำแหน่งหลักในสำนักปลัดกลาโหม เพราะเป็นปีสุดท้ายก่อนที่จะเกษียณอยู่แล้ว

เนื่องจากมีแม่ทัพภาคที่ 2-3-4 ที่เป็นเตรียมทหาร 20 และ 21 รุ่นที่จะขึ้นมาเป็น ผช.ผบ.ทบ. ทั้งบิ๊กอี๊ด พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร (ตท.21) แม่ทัพภาคที่ 2 บิ๊กป๊อก พล.ท.ฉลองชัย ชัยยะคำ แม่ทัพภาคที่ 3 และบิ๊กเดฟ พล.ท.พรศักดิ์ พูนสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ที่มีเก้าอี้ผู้ช่วย ผบ.ทบ. ว่างแค่ 2 เก้าอี้เท่านั้น

จนมีข่าวว่า พล.ท.ธัญญาจำเป็นต้องนั่งเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 ต่อไปก่อน เพราะไม่มีตำแหน่งรองรับให้ขึ้น และเป็นรุ่นน้อง ตท.21

แต่มีการติติงว่า ไลน์ของแม่ทัพภาคที่ 1 จะต้องขึ้นห้าเสือ ทบ.เท่านั้น เพราะถือเป็นเส้นทางเหล็ก เพราะหากย้ายไปเป็นพลเอกตำแหน่งอื่น จะทำให้ความสำคัญ ความขลังของแม่ทัพภาคที่ 1 ลดลงไป

อีกทั้ง พล.ท.ธรรมนูญไม่ได้มีความผิดอะไร แถมมีผลงานมาตลอด

เหล่านี้จึงเป็นกระแสข่าวที่เขย่าโผทหารได้อย่างมีนัยยะสำคัญ ที่อะไรก็เกิดขึ้นได้

 

ท่ามกลางกระแสการเมืองที่ร้อนขึ้นจากความเคลื่อนไหวของกลุ่มนิสิต นักศึกษา เยาวชนคนรุ่นใหม่ที่จัดแฟลชม็อบไปทั่วประเทศ อย่างต่อเนื่อง และมีการจาบจ้วงสถาบันชัดเจนขึ้น

จนถึงขั้นที่ พล.อ.อภิรัชต์ต้องออกมาถล่มพวกชังชาติที่จาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันอีกครั้ง โดยเปรียบเทียบกับโรคโควิด

“โควิดเป็นแล้วหาย รักษาได้ แต่โรคชังชาติ รักษาไม่หาย โรคเกลียดชาติบ้านเมืองตัวเอง ไม่สำนึกบุญคุณแผ่นดินเกิด” พล.อ.อภิรัชต์ระบุ

แถมทั้งวัคซีนหาลำบาก ก็ต้องปลูกฝังเยาวชนตั้งแต่เด็กๆ ให้รู้จักรักชาติ รักความสามัคคี อยู่ๆ มาเกลียดชาติตัวเองได้อย่างไร

ที่สำคัญ เป็นการพูดต่อหน้าบรรดาน้องๆ นักเรียนนายร้อย จปร. ที่สวมชุดพระราชทาน ทม.รอ. ในฐานะ “นักเรียนนายร้อย จปร.คอแดง” กองพันนักเรียนนายร้อย จปร.รักษาพระองค์ ที่ถือเป็นคนรุ่นใหม่ของกองทัพ

อันเป็นการจุดประเด็นให้ฝ่ายตรงข้าม ทั้งผู้ชุมนุมและพวกชังชาติเคลื่อนไหวโจมตี พล.อ.อภิรัชต์อย่างรุนแรง

ในขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์เตรียมที่จะเปิดเวทีพูดคุยกับนิสิต นักศึกษาและเยาวชนคนรุ่นใหม่ด้วยตัวเอง เพื่อลดกระแสการชุมนุมของคนรุ่นใหม่ที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด โดยมีการจัดเวทีย่อยๆ ทั่วประเทศขึ้นก่อน

ดังนั้น ถือเป็นการทิ้งระเบิดอีกลูกใส่ฝ่ายตรงข้ามของ พล.อ.อภิรัชต์ในช่วงที่เตรียมนับถอยหลังเกษียณราชการ อีกแค่ราว 50 วันเท่านั้น

จากที่เคยออกมาฉะ “พวกซ้ายจัดดัดจริต”, ซ้ายตกขอบ พวกคิดเปลี่ยนแปลงการปกครอง, พวกหนักแผ่นดิน จนมาถึงการจูงสุนัขทหาร มาเปรียบเทียบกับพวกชังชาติ รวมถึงการอ้างอิงทฤษฎีสมคบคิด

แต่นี่ไม่ใช่การทิ้งทวน เพราะ พล.อ.อภิรัชต์เตรียมขึ้นเวทีสรุปผลงานช่วงเป็น ผบ.ทบ. 2 ปี ในราวปลายเดือนสิงหาคมนี้อีกครั้ง ที่ว่ากันว่าจะเป็นการจัดเต็ม

 

แต่ทุกอย่างที่บิ๊กแดงพูด เคลื่อนไหว กระทำไว้ในช่วงปลายยุคก่อนจะเกษียณนี้ ย่อมส่งผลต่อ ผบ.ทบ.คนใหม่ที่จะขึ้นมาอย่าง พล.อ.ณรงค์พันธ์ ที่ต้องเตรียมตั้งรับทั้งการบริหารจัดการภายในกองทัพบก การหลอมละลาย “ทหารคอแดง” กับทหารทั้งกองทัพบก

รวมถึงศึกนอก ศึกการเมืองกับขบวนการชังชาติ และขบวนการล้มล้างสถาบัน

แต่จุดยืน พล.อ.ณรงค์พันธ์นั้นเป็นที่รู้กันว่าเข้มข้น และเด็ดขาดไม่น้อยไปกว่า พล.อ.อภิรัชต์เลยทีเดียว

พร้อมรับทุกสถานการณ์!!

บทความก่อนหน้านี้สุจิตต์ วงษ์เทศ / ‘จองเปรียง’ ขอความอุดมสมบูรณ์ ต่อ ‘เทพบิดร’ วัดพุทไธศวรรย์ อยุธยา
บทความถัดไปบทความพิเศษ/นงนุช สิงหเดชะ / เยาวชน ‘ปลดแอก’ เยาวชน ‘หยาบคาย’ (หรือเปล่า?)