คาถาผู้พิทักษ์ ปกป้องประชาธิปไตย “เอกซ์เปกโต พลาโตนุม” / ฉบับประจำวันที่ 7-13 สิงหาคม 2563

เวทมนตร์คาถาในแฮร์รี่ พอตเตอร์ ชุดวรรณกรรม-ภาพยนตร์อันโด่งดัง โดยผู้ประพันธ์ เจ. เค. โรว์ลิ่ง
ที่ดูเข้ากับธีมการชุมนุม ‘เสกคาถาผู้พิทักษ์ ปกป้องประชาธิปไตย’ โดยกลุ่ม ‘มหานครเพื่อประชาธิปไตย’ นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร และกลุ่ม ‘มอกะเสด’ ของนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2563 มากที่สุด
น่าจะเป็นเวทมนตร์บทที่ว่า “เอกซ์เปกโต พลาโตนุม” –Expecto Patronum (คาถาผู้พิทักษ์)
ซึ่งวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ระบุผลของเวทมนตร์ส่วนหนึ่งว่า
“ร่ายเวทเสกให้ความรู้สึกด้านบวกที่อยู่ส่วนลึกที่สุดของผู้ร้ายมีตัวตน เช่น ความสนุกหรือความหวัง รู้จักกันในนามผู้พิทักษ์ ซึ่งร่ายขึ้นมาให้เป็นผู้คุ้มครอง และเป็นอาวุธมากกว่าผู้ล่าวิญญาณ ผู้พิทักษ์ยังป้องกันผู้เสกจากผู้คุมวิญญาณและเลธิโฟลด์ และสามารถขับไล่พวกมันไปได้…”
ที่ว่าตรงกับธีมกับการชุมนุมก็เพราะเหล่าเยาวชนผู้ชุมนุมต่างหวังที่จะเห็นเวทมนตร์ไปปลุกความรู้สึกด้านบวกที่อยู่ส่วนลึกของฝ่ายยึดอำนาจ ให้ปลดปล่อยออกมาจนกลายเป็นผู้พิทักษ์ และปกป้องประชาธิปไตย
อันจะทำให้ข้อเสนอ 3 ข้อ ได้แก่ 1.ยุบสภา 2.หยุดคุกคามประชาชน และ 3.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เป็นจริงมากขึ้น

โดยล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเปิดเวทีรับฟังความเห็นประชาชนให้มากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ด้วยการให้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นผู้จัด
ซึ่งน่าจะเป็นแนวโน้มที่ดี เพราะอย่างที่ปรากฏ กลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งประกอบด้วยนักเรียน นิสิต และนักศึกษา ขยายตัวออกไปอย่างไม่หยุดยั้ง
โดยเฉพาะรูปแบบการชุมนุม ที่หยิบเอาสิ่งใกล้ตัวของเหล่าเยาวชนเหล่านี้คุ้นเคยมาเป็น “อาวุธ” ในเคลื่อนไหวอย่างแหวกแนว
ซึ่งเราได้สัมผัสมาแล้ว ตั้งแต่แฮมทาโร่ มาจนถึงแฮร์รี่ พอตเตอร์
ผู้ใหญ่อาจ “ไม่เก็ต”
แต่สำหรับคนรุ่นใหม่แล้ว นี่คือ นวัตกรรมแห่งการต่อสู้รูปแบบใหม่ ที่ “ขัน” และ “ขื่น”
อย่างการชุมนุม ‘เสกคาถาผู้พิทักษ์ ปกป้องประชาธิปไตย’ วันที่ 3 สิงหาคม 2563
นอกจากมีการแจกตะเกียบให้ผู้ชุมนุมเตรียมใช้แทนไม้กายสิทธิ์สำหรับเตรียมเสกคาถาปกป้องประชาธิปไตยแล้ว
ยังมีผู้ชุมนุมรายหนึ่งสวมหน้ากากยางรูป พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มาร่วม
ปรากฏว่าสร้างความฮือฮา-ฮาเฮ ให้กับผู้ชุมนุมอย่างมาก เมื่อผู้ชุมนุมได้ร่วมกันชูตะเกียบเสกคาถาขับไล่
ก่อนมีการปล่อยมุข ‘ไม่รู้ๆๆๆ’
พล.อ.ประวิตรผู้ที่เป็นตกเป็นเป้าล้อเลียนทำอะไรไม่ได้ นอกจากจะบอกเพียงว่า “แล้วยังไงๆ”
ส่วนในใจจะคิดอะไรอยู่ ยากจะหยั่งรู้
แต่สถานการณ์ที่ขยายตัวไปอย่างต่อเนื่องเช่นนี้
คงไม่อาจหลีกเลี่ยง ทำหน้าตายดั่งหน้ากากยาง ด้วยการบอกไม่รู้ๆๆ ไม่ได้
โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ด้วยเพราะท่าทีล่าสุดของ พล.อ.ประยุทธ์ นอกจากพร้อมรับฟังคนรุ่นใหม่แล้ว
ยังแสดงจุดยืนต่อข้อเสนอในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
คือสนับสนุนในเรื่องการทำงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560
ที่มีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ประธาน และมีมติให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อเปิดช่องตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เพื่อกำหนดรูปแบบการแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบไหนอย่างไร
พร้อมกันนั้นพล.อ.ประยุทธ์ได้เรียกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พูดคุยเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยืนยันรัฐบาลพร้อมสนับสนุน
ถือเป็นการขานรับ และตอบสนองข้อเสนอ “เยาวชนปลดแอก” ที่เป็นรูปธรรมมากที่สุด

แต่กระนั้น ก็ใช่ว่าทุกอย่างจะราบรื่น
เพราะท่าทีของวุฒิสภา ดูจะเห็นต่างในเรื่องการตั้ง ส.ส.ร.
นำโดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา (ส.ว.)เลยทีเดียว
ท่าทีไม่เห็นด้วยของ ส.ว.นี้เป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ คงไม่ราบรื่นแน่นอน
เหล่าเยาวชนปลดแอก ซึ่งกำลังขยายตัวเป็นประชาชนปลดแอก คงต้อง ‘เสกคาถาผู้พิทักษ์ ปกป้องประชาธิปไตย’ กันอย่างหนักหน่วงต่อไป
โดยเฉพาะบทที่ว่า เอกซ์เปกโต พาโตรนุม
ด้วยหวังว่าจะไปทะลุทะลวง “หน้ากากยาง” ของคนบางคน หรือหลายๆ คนแล้วลงลึกไปกระตุ้น ฉุดดึง ความรู้สึกด้านบวก ที่ยินดีจะร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญ
เพื่อความเป็นประชาธิปไตยอันแท้จริงของชาติและประชาชน!
——————

#แฮร์รี่ พอตเตอร์ 

#มหานครเพื่อประชาธิปไตย

#แก้ไขรัฐธรรมนูญ

#คาถาผู้พิทักษ์

บทความก่อนหน้านี้วิกฤติศตวรรษที่ 21 : วิกฤตินิเวศ สงครามและการยับยั้งสงคราม (16)
บทความถัดไปเมืองมังกร “หลงเฉิง” เมืองศักดิ์สิทธิ์ของชนเผ่าซยงหนู ที่เพิ่งค้นพบใหม่ ในมองโกเลีย