ชาคร ศิริสุวรรณสิทธิ์ : คามาร์ กัล หญิงวัย 15 ที่ต้องหยิบปืนอาก้าขึ้นสู้

ที่จังหวัดกอร์ ภาคกลางของประเทศอัฟกานิสถาน นับเป็นพื้นที่ที่มีวัฒนธรรมที่ “โหดร้าย” สำหรับชีวิตผู้หญิงคนหนึ่ง เป็นสังคมที่หญิงสาวที่ถูกแลกเปลี่ยนเหมือนสิ่งของตั้งแต่อายุยังน้อย

คลิปวิดีโอหญิงสาวที่ทำผิดประเพณีในสังคมชายเป็นใหญ่ถูกลงโทษด้วยการเฆี่ยนตี หรือแม้กระทั่งถูกรุมปาด้วยก้อนหินเป็นการลงโทษที่ทำผิดค่านิยมในสังคม ถูกเผยแพร่สู่โลกภายนอกเป็นระยะๆ สะท้อนความป่าเถื่อนในนั้นได้เป็นอย่างดี

“คามาร์ กัล” หญิงวัย 15 ปี ชาวอัฟกานิสถานก็ต้องเผชิญชะตากรรมไม่ต่างจากเพื่อนหญิงในพื้นที่ที่ความโหดร้ายย่างกรายถึงบ้าน นักรบทาลิบันนับสิบบุกถึงหน้าประตู หนึ่งในนั้นคือสามีของเธอเอง ยิงพ่อและแม่ของเธอเสียชีวิต จนเธอและน้องชายวัย 12 ต้องหยิบปืนขึ้นป้องกันตัวและสังหารนักรบทาลิบันเสียชีวิตไป 2 คน

วีรกรรมของเธอทำให้เธอได้รับยกย่องจากรัฐบาลให้เป็นวีรสตรี ผู้เป็นตัวอย่างในการต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายทาลิบันในประเทศอัฟกานิสถาน

 

วงจรชีวิตอันโหดร้ายเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ “ฟาติมา” แม่ของกัล

ฟาติมาแต่งงาน 2 ครั้งก่อนจะลงเอยกับพ่อ “ชาห์ กัล ราฮิมี” หลังจากสามีคนแรกเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด ส่วนสามีคนที่ 2 ซึ่งเป็นพี่ชายของราฮิมี ก็เสียชีวิตจากการสู้รบกับกลุ่มทาลิบันในช่วงทศวรรษที่ 90

ราฮิมี พ่อของกัลซึ่งเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน ได้ชื่อว่าเป็นนักรบผู้กล้า แม้จะสูญเสียมือไปข้างหนึ่งจากการสู้รบ แต่ก็ยังมีส่วนในการร่วมต่อต้านกองกำลังของกลุ่มทาลิบัน ที่ก่อเหตุโจมตีหมู่บ้านอยู่บ่อยครั้ง

ในปี 2016 ราฮิมีจัดแจงยกกัลลูกสาวให้ไปเป็นภรรยาคนที่ 2 ของ “โมฮัมเหม็ด นาอีม” ชายจากหมู่บ้านใกล้เคียง เพื่อแลกกับหลานสาวของนาอีม ที่จะมาเป็นภรรยาคนที่ 2 ของราฮิมีเช่นกัน

รายงานระบุว่า นาอีมมีปัญหากับครอบครัวของตนเองเนื่องจากดูแลภรรยาคนแรกไม่ดี เนื่องจากใช้เวลาอยู่กับกัลมากกว่า สุดท้ายนาอีมพากัลหนีไปยังจังหวัดเฮลมานด์ จังหวัดที่เป็นฐานที่มั่นของกลุ่มทาลิบัน และกลายเป็นสมาชิกกลุ่มทาลิบันในที่สุด

ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อภรรยาใหม่ของราฮิมีกลับไปเยี่ยมครอบครัวและปฏิเสธที่จะกลับมาหาสามี จนกลายเป็นปัญหาที่ถึงจุดหนึ่ง ราฮิมียึดตัวลูกกัลที่เป็นลูกสาวตนเอาไว้ไม่ให้กลับไปหานาอีม จนนาอีมตกลงยอมจ่ายหนี้แทนตัวหลานสาวที่ไม่ยอมกลับมาหาราฮิมี

อย่างไรก็ตาม นาอีมกลับไม่ทำตามสัญญา หันไปร่วมมือกับผู้บัญชาการกลุ่มทาลิบันที่นำกำลังบุกบ้านพ่อตา พร้อมด้วยนักรบทาลิบันนับสิบที่ล้อมบ้านราฮิมีเอาไว้ช่วงกลางดึกของวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ราฮิมีถูกยิง 6 นัดขณะพยายามวิ่งไปหยิบปืน ขณะที่แม่ของกัลถูกยิง 3 นัดเสียชีวิตคาที่ทั้งคู่

ช่วงเวลานี้เองที่กัล หญิงสาวในวัย 15 ปีหยิบปืนของพ่อวิ่งไปยังประตูบ้านและเปิดฉากยิงเข้าใส่นักรบทาลิบันเสียชีวิตไป 2 ราย ส่วนผู้บัญชาการระดับสูงของทาลิบันนายหนึ่งได้รับบาดเจ็บ

 

วีรกรรมครั้งนี้ทำให้กัลและน้องชายได้รับยกย่องในความกล้าหาญ และได้รับเชิญให้เข้าพบอัชราฟ กานี ประธานาธิบดีอัฟกานิสถาน ในฐานะวีรสตรีผู้ลุกขึ้นต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้าย

“หนูภูมิใจที่ฆ่าคนที่ฆ่าพ่อ-แม่หนู” กัลระบุ และว่า “หนูฆ่าพวกมันเพราะมันฆ่าพ่อ-แม่หนู และหนูรู้ว่ามันจะมาฆ่าหนูและน้องชายด้วย”

“หลังจากหนูฆ่าพวกทาลิบัน 2 คนนั้น หนูเข้าไปหาพ่อกับแม่ แต่พวกเขาไม่หายใจแล้ว”

“หนูเสียใจมาก หนูจะบอกลาพวกเขาเป็นครั้งสุดท้ายก็ยังทำไม่ได้เลย” กัลระบุ

ความสูญเสียในเรื่องราวนี้สะท้อนชะตากรรมของผู้หญิงอัฟกันอีกจำนวนมากที่ต้องเผชิญในสังคมโหดร้ายในทุกๆ วัน

บทความก่อนหน้านี้จัด “ตะกร้อไทยลีก” เล็งโมเดล “อเมริกันฟุตบอล” เผยแพร่วัฒนธรรม + สร้างรายได้เป็นนักกีฬาอาชีพ
บทความถัดไป“ธนินท์ เจียรวนนท์” แห่งซีพี ประสบการณ์เยาว์วัย